| พระกำลังจักรพรรดิ - ใบฝอยการใช้ |
|---|
ความรู้เกี่ยวกับพระผงจักรพรรดิ
พระผงจักรพรรดิสูตรหลวงปู่ดู่หลวงตาม้า
มีพุทธคุณอย่างไร?
พระผงจักรพรรดิประโยชน์มากโดยเป็นพระที่ใช้ใน
การทำกรรมฐานและบูชาติดตัวเพื่อคุ้มครอง
เป็นศิริมงคลแก่ตนเองและเป็นพลังงานบุญ
แก่ภพภูมิโดยรอบ
หลวงปู่ดู่กล่าวไว้ว่าพระรุ่นนี้ที่มีผงจักรพรรดิ
ของท่านป้องกันนิวเคลียร์ได้
(ถ้าขนาดนี้แล้วของเล็กกว่านิวเคลียเรื่องเล็กๆ)
พระรุ่นนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากในการเจริญกรรมฐาน
หลวงปู่ดู่สมัยที่ท่านยังทรงธาตุขันธ์
อยู่ท่านสร้างพระผงออกมาเพื่อให้
ลูกศิษย์ได้ใช้ในการเจริญพระกรรมฐานให้
ก้าวหน้าได้โดยไวโดยเป็นการใช้พลังจากองค์พระ
____________________________________________
คาถาที่ใช้คู่ กับพระกำลังพระจักรพรรดิทุกรุ่น (รวมทั้งพระทุกองค์ที่สร้างด้วยสูตรและวิชาหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)
พระคาถามหาจักรพรรดิ
นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา พุทโธธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ พุทธะบูชา ธัมมะบูชาสังฆะบูชา อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลีจะมหาเถรัง อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ
คาถาอาราธนาพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส (สวด 3 จบ หรือ 5 จบได้)
คำกำหนดอธิษฐานจิต
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
________________________________________
ฝึกจิต เร่งสมาธิ เร่งนิมิต
เริ่ม ๑. ตั้งจิตอันสบาย ในที่อันสบาย แต่จิตอันสบายนั้นสำคัญที่สุด ๒. กำพระและกำหนดนึกรู้เห็นพระที่เราชอบเบาๆ ตามจริตชอบ ๓. วางลมหายใจสบาย ๆ ในกายที่เบาสบาย ๔. ภาวนาคาถาอย่างสบาย ๆ คลอไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องคิดอะไร ทำไปสบาย ๆเท่านั้น ๕. ไม่ช้าไม่นานนิมิตสบาย ๆจะเกิดแก่ท่านเอง สาธุ.....
ใช้งาน
๑. ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน ยามหลับ ยามตื่น ยามรู้ตัว ยามมิรู้ตัว ให้ภาวนาและตั้งองค์พระตลอด เผลอก็ช่างมัน เป็นเรื่องปกติ ตั้งต้นใหม่ ทุกครั้งเมื่อมีสติ อย่าบังคับ อย่าเกร็ง ให้ทำ สบาย ๆ .......
๒. ยามจะหลับให้ภาวนาจนหลับ ยามตื่นให้รีบภาวนาจนมีสติดีแล้ว นึกถึงพระที่เราชอบ พร้อมทั้งอธิษฐานว่า
ข้าพเจ้า ......(นามของท่าน)...ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธองค์ ขอนอบน้อมและน้อมนำบารมีแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ และพระมหาจักรพรรดิ ตั่งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยมีบารมีรวมของพระศรีอาริยะเมตตรัยเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะ พระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 ขอพระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 จงมาบังเกิดปรากฏ ในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
.......ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะเมฆจิต สามารถกำหนดจิต รู้ภาวะการณ์ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใสและพยากรณ์ ได้ตามความเป็นจริงทุกๆประการ เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้นโดยมิต้องกำหนดจิต แม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด (ให้กำหนดอฐิษฐานให้ได้ทุกวัน จะกันเฝือได้ดีมาก)
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
๓. ต่อไปก็อาศัยภาวนาเบา ๆ สบาย ๆ ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน ยามหลับ ยามตื่น ยามรู้ตัว ยามมิรู้ตัว เฉกเช่นเดิมตลอดทั้งวัน เมื่อจะใช้งานหรือจะดูอะไรก็ ภาวนา คาถาอาราธนาพระเข้าตัว จากนั้นก็นึกถึงหลวงปู่ดู่ ขอบารมีท่านดูเอา
๔. เมื่อชินดี ได้นานพอ คล่องพอแล้ว คำอธิษฐาน " ....สามารถกำหนดจิต รู้ภาวะการณ์ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบัน ได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใสและพยากรณ์ได้ ตามความเป็นจริงทุกๆประการ เหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้นโดยมิต้องกำหนดจิต แม้แต่ประการใด ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด..... " จะให้ผล ถือว่าได้วิชาแล้ว ต่อไปการใช้วิชาอื่น ๆ ก็จะตรวจสอบได้เอง ไม่ต้องงม ๆมืด ๆอีก ความคล่องตัวก็จะมีมากขึ้น เรื่องราวทางโลกทิพย์ก็จะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
๕. ข้อเตือนใจ เมื่อห่างครูบาอาจารย์ท่านจะเฝือ เมื่อเกิดอหังกา ท่านจะรู้เห็นผิด ขอจงอยู่อย่างพอเพียง อยู่อย่างนอบน้อม แม้มิร่ำรวยเงินทอง มิร่ำรวยชื่อเสียง เราก็มีความสุขได้ เราก็เป็นคนดีได้ เราก็สร้างประโยชน์ได้ ขอโมทนา ....สาธุ......
_______________________________________
สร้างประโยชน์
วิชานี้อาศัยบารมีพระท่าน เมื่อยืมบารมีท่าน ก็จงโปรดใช้คืนบ้าง พระท่านไม่ต้องการสิ่งใดมากไป กว่าให้ท่านเป็นคนดี รู้จักคิดถึงตัวเองและคนอื่นบ้าง สร้างประโยชน์ให้สาธารณะชนบ้าง ซึ่ง การสร้างประโยชน์นั้นคือวิชาลำดับขั้นต่อไปนั่นเอง โปรดติดตาม ขอโมทนา......
ใช้อธิษฐานทำน้ำมนต์รักษาโรค
หลักการ
พระสูตรหลวงปู่ดู่ จะมีการแช่น้ำมนต์จักรพรรดิ ก่อน 3-15 วัน น้ำมนต์จักรพรรดินี้รักษาโรคและปรับธาตุ 4 ในร่างกายได้ดีมาก (ประสบการณ์ตรง) หากต้องการโปรดไปขอได้ที่วัดของหลวงตาม้าครับ เรื่องหวัดนก ที่เรากลัวกัน แม้กระทั่งเอดส์ นอกจากจะใช้วิชาของหลวงพ่อฤาษีในการป้องกัน รักษาแล้ว ก็สามารถใช้น้ำมนต์จักรพรรดิป้องกันและรักษาได้เช่นเดียวกัน (หลวงปู่ดู่ท่านทราบล่วงหน้า เรื่องโรคระบาดต่าง ๆ และได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าเช่นกัน) พระนี้ (โดยเฉพาะที่ยังไม่ได้เลี่ยมกรอบ) จึงใช้แช่น้ำมนต์รักษาโรคได้ทุกประการ ยิ่งได้ถ้าได้ใช้ร่วมกับเหรียญทำน้ำมนต์ สูตรหลวงปู่ดู่ ซึ่งตอนนี้อหลวงตาม้าเท่านั้น ที่สืบทอดวิชามา เท่านั้นที่ทำได้ + กับวิชาการรักษาโรคของหลวงปู่แล้ว จะหายได้ดีขึ้น แต่ถ้าไม่หนักหนานัก ลองเพียงแค่สูตรที่ผมกำลังแนะนำนี้สิครับ ....
วิธีการ
๑. ให้นำพระเลี่ยมก็ได้ไม่เลี่ยมก็ได้ไม่ต่างกัน มากำสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ 7 จบ แล้ว อธิษฐานว่า
ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด (อันนี้จำเป็นต้องขอบารม ีท่านโดยตรง)ขอได้โปรด ให้น้ำใด ๆก็ตามไม่ว่าเล็กว่าน้อย หรือมากมายดังมหาสมุทร ที่ถูกแช่ในพระผง กำลังพระจักรพรรดินี้ จงมีพุทธานุภาพ ธรรมมานุภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพ เฉกเช่นเดียวกับหัว เชื้อน้ำมนต์จักรพรรดิทุกประการ เพื่อใช้ในการมงคลทั้งปวง เพื่อใช้ในการปรับธาตุทั้ง 4 และรักษาโรคภัยทุกประเภท ขอบารมีอันหาที่สุดมิได้ของหลวงปู่ จงโปรดให้เป็นไปตามคำอธิษฐานแห่งข้าพเจ้านี้ด้วยเถิดจึงค่อย ๆ จุ่มพระลงในภาชนะใส่น้ำ (พระสูตรท่านชอบน้ำครับ สำหรับองค์ที่ยังไม่เลี่ยมแช่ได้เลยไม่ต้องห่วงยิ่งแช่น้ำยิ่งแกร่ง ไม่ต้องเกรงว่าพระจะร่วนแตกหักหรือ)
๒. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังน้ำทั้งภาชนะ และจะรู้สึกว่าน้ำนั้นจะมีกระแสเย็นชุ่มชื่น ดื่ม กินแล้วก็รู้สึกสดชื่น)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
การนำไปใช้จริง
๑. บ้านใดที่มีถังน้ำใหญ่ หรือโอ่งมังกร แนะนำให้แช่พระไว้ตลอดอย่างนั้น จะได้ไม่ต้องอธิษฐานหลายครั้งครับ ให้กินอาบ ใช้ จนเลือดจนเนื้อ เป็นกำลังพระจักรพรรดิเลยครับ ทำได้อย่างนี้ ผิวพรรณจะเยาว์ลง และยังมีผลเรื่องป้องกันรังสีด้วย
๒. จะใช้กิน อาบ ล้างอะไรก็แล้วแต่ ได้ทั้งนั้น มีคนเคยถามหลวงปู่ว่าไม่เป็นอะไรหรือ หลวงปู่ก็ว่า " น้ำมนต์ข้าเป็นของดี จะเอาไปทำอะไรก็ดีหมด "
๓. หัวเชื้อน้ำมนต์จักรพรรดินี้ต่อได้เหมือนน้ำมันชาตรีของหลวงพ่อปาน หรือของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงตาม้าท่านบอกว่า " แม้เพียงหยดเดียวของน้ำมนต์จัรพรรดิ เมื่อหยดลงในตุ่ม น้ำทั้งตุ่มนั้นก็จะกลายเป็นน้ำมนต์จักรพรรดิหมด " เราก็แช่พระไว้ในภาชนะใดก็ได้ตลอดเวลา แล้วคอยเติมอยู่เสมอไม่ให้แห้ง แล้วก็เอาน้ำมนต์หัวเชื้อนี้คอยเติมภาชนะต่าง ๆ เอา จะเอาไปแจกจ่ายก็ได้ครับ
๔.ไม่ต้องกลัวพระธรรมธาตุหลุดครับ พระธรรมธาตุท่านเกาะที่ผิวพระอยู่แล้ว เพียงแต่อย่าเอาอะไรไปขัดไปถูเป็นใช้ได้ _____________________________________________
อธิษฐานส่งวิญญาณ ปรับภพภูมิ แผ่บุญ หรือป้องกันวิญญาณ
หลักการ
การปรับภพปรับภูมิ
พลังของพระผงจักรพรรดิเป็นของสูงอานิสงค์ครอบจักรวาลหากฉลาดในการนำไปใช้ย่อมมีประโยชน์ มหาศาล นำไปแผ่ให้ภพภูมิต่างๆ เขาไปเกิดเป็นเทวดา เขาจำเราได้ ย่อมจะช่วยเราในภายภาคหน้าเรียกว่า มาเป็นบริวารเรานั้นเอง บางครั้งเขาติดอยู่ในที่ๆหนึง โดยที่ไปไหนไม่ได้แล้วเราผ่านไปแล้วกำหนดแผ่บุญ ส่งวิญญาณให้เขา แทนที่เขาจะต้องติดอยู่ตรงนั้นไปอีกหลายพันหลายร้อยปีแต่เราช่วยเขา ดูสิว่าม ีประโยชน์ขนาดไหน ผีที่พวกเล่นไสย์ดำเลี้ยงไว้เหมือนกัน คิดดูสิว่าผีโดนเจ้าพวกนี้ใช้ทรมาน ไม่ต่างอะไรจากทาส บุญก็ไม่อุทิศให้ เอาแต่อาหารคาวหยาบๆให้กิน หลอกล่อผีไปวันๆ แล้วเราไปแผ่ส่งวิญญานเหล่านี้ไป คิดดูสิว่าเราช่วยพวกเขาได้มากขนาดไหน
หากเราไปแห่งหนตำบลใดหากต้องการแผ่บุญปรับภพปรับภูมิส่งวิญญาณแก้ภูมิแถวนั้นให้กำหนดขอพลัง จากองค์พระพร้อมบริกรรมบทพระจักรพรรดิแล้วน้อมแผ่ออกไปจะเป็นการส่งวิญญาณภพภูมิแถวนั้นโดย วิชานี้ทำได้แม้ยังไม่เห็นภพภูมิก็ตามขอแค่จิตเราน้อมไปด้วยความเป็นบุญเมตตาและหวังดี(การแผ่บุญ ครอบบุญใช้กับคนที่เราหวังดีได้ด้วยเช่นกันหรือแม้กระทั่งกับศัตรูเราให้เขามาเป็นมิตรกับเรา)
กำลังพุทธคุณของพระผงจักรพรรดิเรานำไปใช้ในการปรับภพปรับภูมิเขาให้ดียิ่งๆขึ้นได้ โดย มิได้เป็นการใช้พุทธคุณในการเบียดเบียนเขาแต่เป็นการใช้กำลังเพื่อให้เขาโมทนาบุญซึ่ง เรียกว่าการปรับภพปรับภูมิและเราจะช่วยดวงวิญญานได้จำนวนมากการนำไปใช้ไม่ยาก อารธนาองค์พระกำไว้ในมือสวดคาถาจักรพรรดิ1จบแล้วตามด้วยบทสัพเพแล้วก็นึกน้อมบุญ นี้ให้แก่ดวงวิญญานทั้งหลายที่เราต้องการแผ่บุญถึงนับได้ว่าพระผงจักรพรรดิใช้เพื่อการ การแผ่บุญอย่างแท้จริงสงเคราะห์สัตว์โลกอย่างแท้จริง
ลำพังกำลังของเราแต่ถ่ายเดียวยังมิอาจครอบคลุม ในการส่งวิญญานได้ทั่ว ได้ถึง และมากพอ ขอจงโปรดขอบารมีคุณพระท่านช่วยเหลือให้ โดยมี พระกำลังพระจักรพรรดินี้เป็นสื่อกลาง (พระสูตรหลวงปู่ดู่นี้ รับรู้และคุยได้ ถามได้ทุกองค์)
วิธีการ
๑. กำพระในมือ จากนั้นโปรดกล่าวคำ อธิษฐานว่า ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด (หรืออาจจะเป็น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ , พระศรีอาริยะเมตรัย ก็ได้ ตามจริต ด้วยเหตุผลที่ว่าการอัญเชิญพระบารมี หรือการโน้มนำพระบารมีของพระมหาโพธิสัตว์น ี้จะง่ายกว่า การโน้มนำพระบารมีแห่งพระผู้เข้าพระนิพพานแล้ว เนื่องจาก บารมีท่านมหาโพธิสัตว์เหล่า นี้ยังไม่รวมตัว ยังคงกระจัดกระจายอยู่ทุกอณูในโลก) ขอได้โปรดส่งวิญญาณ ปรับภพปรับภูมิดวงวิญญาณของ......ชื่อนาม หรือกลุ่มก็ได้.....ให้สู่สุขติด้วยเถิด
๒. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมี พระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยัง ดวงวิญญาณที่จะปรับภพ ปรับภูมิให้ แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ดวงวิญญาณทุกดวงที่จะรับบุญ บางวิญญาณที่มีมิจฉาทิฐิ หรือมีโมหะ คือ ไม่รู้เรื่องว่าโมทนาคืออะไร ก็จะยังไม่ได้รับ เราก็ต้องสัพเพฯ หลาย ๆรอบ จนบารพระท่านครอบกายทิพย์สว่างเย็นไปหมด ช่วยโน้มนำให้วิญญาณนั้นละพยศและความโง่นั้นได้สำเร็จ)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
๓. การป้องกันวิญญาณก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะรอนแรมไปในที่แห่งใด ผู้ที่คล้องและ ทรงกำลังพระจักรพรรดิ รัศมีจะสว่าง จนดวงวิญญาณพากันมาดูด้วยความสงสัยว่า คืออะไร ตรงนี้ก็ให้ถือโอกาสแผ่บุญตามหลักการข้างต้น ผูกมิตรกับวิญญาณเจ้าถิ่นไว้ วิธีนี้ได้ประโยชน์มาก มีวิญญาณมากหลายอยู่มานับพันปีไม่มีที่ไป เราส่งวิญญาณให้เขา ต่อไปเมื่อมีวาระเขาจะกลับมาช่วยเรา วิชานี้ท่านโพธิสัตว์หรือพุทธภูมิทุกท่าน น่าจะศึกษาและปฏิบัติ เพราะเป็นวิชาสร้างบริวารอย่างหนึ่ง แต่ขอจงโปรดอย่าวางอารมณ์ว่าจะสร้างบริวารเลย ขอวางอารมณ์ด้วยเมตตาธรรม พรหมวิหารธรรมเถิด ขอโมทนา......
๔. ขอโปรด ส่งวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรของท่านด้วย พระสูตรของหลวงปู่ท่านสร้างไว้อย่างฉลาดมาก ท่านสอนให้ปรับภพปรับภูมิอยู่เสมอ เพราะเป็นการส่งดวงวิญญาณทั้งทั่วไปและที่มาจองเวร ป้องกันความเดือดร้อนทั้งผู้สร้างและผู้รับพระไปบูชาติดตัว
การนำไปใช้จริง
๑. ให้หมั่นส่งวิญญาณอยู่เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปในที่แห่งไหนโดยเฉพาะเวลาไปจ่ายตลาดในตลาดสด วิญญาณสัตว์ที่พึ่งตาย หรือที่ค้างอยู่มีมหาศาลทุก ๆวัน ตามป่าช้าหรือข้างทาง บางทีเวลาผมเดินทางไกล หลวงตาบอกให้เปล่งกระแสบุญให้สว่างและให้ไกลมาก ๆ พร้อมทั้งอธิษฐานให้ทรงทั้งยามหลับยามตื่น เพราะเหล่าวิญญาณจะได้โมทนา บางทีก็ครอบให้เสร็จสรรพ แบบมัดมือให้เลย เดินทางไปต่างจังหวัดแต่ละทีก็เก็บได้มหาศาล
ยิ่งทำบ่อยๆยิ่งคล่องครับ ถ้าทำคล่องแล้วต่อไปเวลากำหนดแผ่ก็กำพระแล้วน้อมกำลังบุญไปได้ แค่กำหนดจิตชั่วขณะโดยไม่ต้องใช้คำพูดก็ยังได้ขอแค่ให้ใจทรงกำลังทั้งหมดที่อาราธนามา ในขณะนั้นได้ก็พอ แล้วก็กำหนดแผ่ไปได้เลย ขณะกำพระ แต่ถ้าเป็นการอฐิษฐานใหญ่ หรือการสวดมนต์ประจำวัน ก็อฐิษฐานใหญ่ตามเนื้อหาด้านบนได้เลย แล้วก็แผ่ไปทั่ว 3 โลก ไม่ว่าพรหมโลก เทวโลก มนุษยโลก ภพภูมิน้อยใหญ่ต่างๆ นรกโลก และทุกๆอบายภูมิ ผู้มีพระคุณแก่ข้าพเจ้า ครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับข้าพเจ้าทุกๆคน ญาติข้าพเจ้าทั้งหมดในโลกทิพย์ บริวารข้าพเจ้าทั้งหมด เทวดาประจำตัวข้าพเจ้าทั้งหมด เจ้ากรรมนายเวรข้าพเจ้า <--- แผ่ไปให้ภพภูมิ เหล่านี้ครับเวลาอฐิษฐานใหญ่
๒. ก่อนทานอาหารหลวงตาแนะนำให้ส่งวิญญาณด้วย ให้ทำจนเป็นนิสัย เอาแบบให้กวาดมือ เหนืออาหารทีเดียวให้ส่งให้หมด แม้แต่บะหมี่หมูสับก็ให้ส่งวิญญาณด้วย หลวงตาบอกว่าเนื้อ ไม่ว่าชิ้นเล็กชิ้นน้อย จะเป็นชิ้นหรือเป็นน้ำก็มีกระแสโยงถึงวิญญาณเจ้าของธาตุนั้นได้ ส่งให้เนื้อ กระแสบุญจะส่งถึงวิญาณเอง คนที่ชอบทานมังสะวิรัติ นอกจากไม่ทานเนื้อแล้วน่าจะทรงวิชานี้ด้วยนะครับ
__________________________________________
อธิษฐานรวมบุญ เพื่อความคล่องตัวในเรื่องการเงิน และทุก ๆเรื่อง เป็นการเบิกบุญเก่า และบุญใหม่ที่ยังไม่ให้ผลให้ส่งผลเร็วขึ้น
หลักการ
ตามปกติเมื่อเราสร้างกุศลใด ๆ กระแสบุญจะจับอยู่ที่ตัวผู้สร้างสักระยะหนึ่งใดตราบที่ยังคง ทรงกำลังความชุ่มชื่นอยู่ได้นั้น หลังจากนั้นจะไปรวมตัวรอที่ภพภูมิสุขคติ เมื่อเราสิ้นธาตุขันต์ ก็จะไปเสวยสุขอยู่ในสุขคติภูมิ ตราบจนกว่าจะหมดบุญ แต่ยังมีอีกหลายผู้ โดยเฉพาะนักสร้าง บารมีที่จะตายเกิด ๆ ทันทีไม่ยอมเสวยสุขก่อน เพราะจะเสียเวลา บุญก็ยังคั่งค้างอยู่ เอามา ใช้ได้ได้แค่ส่วนหนึ่ง (คงต้องออกตัวว่าอจินไตยข้อนี้ผมจะพูดแค่ส่วนจำเป็นเท่านั้น ยังม ีอีกหลายอย่างพูดได้ไม่หมด นะครับ มันมีข้อแม้ต่าง ๆมากมาย ผมขอละไว้ครับ ) หรือใคร ก็ตามที่ชอบบ่นว่า ทำแต่ความดี สร้างแต่ทาน แต่ทำไมยังจน ยังถูกกลั่นแกล้ง ลำบาก ไม่คล่องตัว ครับเหมือนการปลูกต้นไม้ ปลูกเดี๋ยวนี้จะกินผลเดี๋ยวนี้เลยเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีวาระของมัน คานดุลกันทั้งบุญและบาป ก็ถือว่าโชคดีมากแล้วที่ยังได้สร้างบุญ ไว้เป็นเสบียง เพราะการได้พบพระพุทธเจ้าแต่ละครั้งนั้นยากเย็น ลองคิดดูสิครับ บางช่วง ในอดีตมีสูญญะอสงไขย์ด้วย โอ้กรรมแท้ ตลอดอสงไขยไม่มีพระพุธเจ้ามาโปรด.....
ยิ่งคุณเกิดในยุคที่มีครูบาอาจารย์ที่หาได้ยากยิ่ง หลาย ๆองค์ อาทิ หลวงพ่อฤาษีที่ท่านเด่น ด้านพาคนเข้าพระนิพพาน หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า ที่ท่านเด่นด้านพาคนสร้างบารมี ยิ่งมีโอกาส ได้ยากยิ่งครับ ก็เห็นจะมีแต่ในระยะยืดพระศาสนานี่กระมัง
แต่...เราก็มีวิชาที่จะขอเบิกบุญ รวมบุญ และเร่งบุญเอามาใช้ได้ ได้มากบ้างน้อยบ้างก็ตามเหตุ ตามปัจจัย
วิธีการ
๑. วิชานี้ให้ทรงกำลังใจแบบทานบารมี คือในใจให้เเช่มชื่นด้วยความรู้สึกว่า หากเราพอมีอะไรจะช่วยเหลือ ในบุคคลที่สมควรจะช่วยเราจะรีบช่วยโดยไม่รั้งรอ ไม่ด้วยกำลังปัจจัย ก็กำลังแรงกาย (เป็นการทอดสะพานกระแสบุญจากทานให้ย้อนกลับมา ด้วยลาภเกิดจากทาน การจะดึงผลแห่ งลาภให้ได้ผลดี ต้องมีกระแสทานมาเป็นสะพานต่อเชื่อม)
๒. ตั้งจิตกำหนดภาพพระมหาจักรพรรดิ กำพระในมือขอบารมีคุณพระโดยมีบารมีแห่ง สมเด็จองค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิเป็นประธาน และมีบารมีรวมแห่งมหาจักรพรรดิ ของหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด (ให้ยึดถือรูปลักษณ์นี้เป็นหลัก เนื่องจากเป็นรูปลักษณ์ที่ช่วยเหลือในเรื่องทางโลกได้คล่องตัวกว่า)
๓. อธิษฐานว่า
" ด้วยอำนาจบารมีแห่งพระมหาจักรพรรดิทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยบารมีแห่งองค์พระสมเด็จองค์ปฐม บรมมหาจักรพรรดิเป็นประธาน มีบารมีรวมพระมหา จักรพรรดิของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอได้โปรดรวมกองบุญของข้าพเจ้า...(นาม)..... เพื่อเบิกมาใช้ ให้มีความคล่องตัวในทุก ๆเรื่อง อันใดติตขัด ขอให้คล่อง ดั่งน้ำที่ไหลออกจากคณโฑ ที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ อันใดคล่องตัวอยู่แล้วขอให้คล่องตัวยิ่ง ๆขึ้นไป โดยขึ้นชื่อว่าความอด ความอยาก ความยาก ความไม่มี จงอย่าได้บังเกิดมีในข้าพเจ้า ผู้เป็นผู้รับใช้แห่งพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่กาลบัดเดี๋ยวนี้ ตราบจนข้าพเจ้า เข้าสู่พระนิพพานด้วยเถิด และโดยเฉพาะกาลนี้ ขอให้มีความคล่องตัวในเรื่อง ...(อธิษฐานขอพิเศษเอา).....เช่น ตอนนี้ขายของไม่ดีเลยลูกขอให้ขายได้วันละ......ด้วยเถิด
๔. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะ มีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วรังสีทางโชคลาภมักจะเป็นรังสีสีทอง)
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
๕. ให้อธิษฐานทุกวัน เช้าตอนก่อนออกทำงาน-ก่อนนอน หากได้เวลา 20.30 น.ด้วยยิ่งดีครับ
_________________________________________
อธิษฐานให้บุตร คนรัก หรือคนในปกครอง แม้กระทั้งเจ้านาย ละมิจฉาทิฐิ อยู่ในโอวาท เป็นคนดีขึ้น จิตใจเยือกเย็นขึ้น
หลักการ
๑. เป็นเรื่องของการใช้ พลังพระและพรหมวิหารสมาธิครับ ให้ทำตอนที่คนที่เราต้องการปรับเขาหลับอยู่ เนื่องเป็นเวลาที่เหมาะที่จะทำการปรับร่างกายและจิตใจคนได้ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เขาพักผ่อนจาก อายตนะและนิวรณ์ทั้งปวง แต่จริงๆ แล้ว ตอนที่ดีกว่าคือตอนที่เขานั่งหรือทำสมาธิอยู่
๒. ใช้คู่กับวิชาการครอบวิมานจะยิ่งได้ผลดียิ่งขึ้น...
วิธีการ
๑. วิชานี้ผู้ใช้ต้องฝึกสมาธิด้วย เนื่องจากต้องอาศัยกำลังสมาธิและตัวเจตนาในฝ่ายดีอันแรงกล้า เป็นตัวกำหนดรูปแบบและทิศทางของพลังงาน จากนั้นจึงขอบารมีหรือพลังงานของคุณพระโดยเฉพาะพระจักรพรรดิเป็นตัวช่วย
๒. ให้รักษาศีล 5 ให้ดีก่อนเพราะเป็นกำลังบาทฐานของสมาธิ
๓. ตื่นเช้าเมื่อตั้งสติได้ดีแล้ว หลังจากอธิษฐาน ตามบท
ข้าพเจ้า ......(นามของท่าน)...ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธองค์ ขอนอบน้อมและน้อมนำบารม ีแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิ และพระมหาจักรพรรดิ ตั่งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยมีบารมีรวมของพระศรีอาริยะเมตตรัยเป็นที่สุด ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะ พระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 ขอพระกรรมฐานทั้ง 40 ทัศ พระปิติทั้ง 5 และวิปัสสนาญาณทั้ง 9 จงมาบังเกิดปรากฏ ในกายทวาร ในวจีทวาร ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ........
แล้วให้นั่งสมาธิโดยมือกำพระไว้ ภาวนาด้วยคาถาพระมหาจักรพรรดิ กุมลมหายใจสบาย ๆ โดยมีอาณาปาณะสติเป็นบาทฐานเบาๆ ภาวนาไปเรื่อย ๆ สัก 2 นาที สำคัญที่จิตสงบนะครับ อย่าให้ความสำคัญที่จำนวนเวลาของการนั่งมาก
จากนั้นอธิษฐานว่า
" ด้วยอำนาจบารมีแห่งพระมหาจักรพรรดิทุก ๆพระองค์ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยบารมีแห่งองค์พระสมเด็จองค์ปฐม บรมมหาจักรพรรดิเป็นประธาน มีบารมีรวมพระมหา จักรพรรดิของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุด ขอได้โปรดกล่อมเกลาปรับสภาพร่างกายและ จิตใจของ....(.ชื่อ... นาม.... หรือกลุ่ม..)...ให้ดีขึ้น ขอให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจเยือกเย็น เบิกบาน ให้มีหิริ-โอตตัปปะ มีจิตใจฝักใฝ่แต่ความดี เกลียดกลัวความชั่วทั้งปวง ให้ว่านอนสอนง่าย อยู่ในโอวาท....(ตามแต่จะขอแล้วกันครับ)...หากแม้นเขาดื้อดึงเพียงใด ด้วยอำนาจกงจักรพระจักรพรรดิจงโปรดส่งสอนให้หลาบจำ "
๔. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะ มีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกันแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังผู้ที่จะ ปรับร่างกายและจิตใจ แต่จะเห็นว่าแสงนั้นอ่อนโยนนิ่มนวลมาก ติดตัวเขาไปทั้งวัน หากเป็นลูกให้ลูบศรีษะเบาๆด้วย เด็กจะว่าง่ายขึ้น )
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
๕. ให้ทำทุกเช้า-ค่ำ คือพูดง่าย ๆต้องพยายามตื่นก่อน-นอนทีหลังแล้วให้ทำน้ำมนต์ให้ดื่ม กิน ใช้ล้าง-อาบ ได้หมด จะช่วยให้ผลปรากฎเร็วขึ้น
๖. สำหรับผู้ที่คอยขัด หรือไม่เห็นด้วย เวลาเราทำบุญนั้นให้ใช้วิธี พอเวลาทำบุญก็ให้บุญ กับเขา เรียกกายทิพย์เขามารับบุญ เขาเรียกว่าให้บุญในหรือให้ทางใน นานไปเขาก ็เปลี่ยนแปลงไปเอง หรือเราจะให้กับคนที่โกรธเรา อาฆาตพยาบาทตัวเราก็ได้ บุญเป็นของดี เราให้ใครก็ได้ ไม่ว่าเจ้านาย ลูกน้อง หรือคนที่เราจะไปติดต่อขอความช่วยเหลือ ได้ทั้งนั้น บุญคือความสบายใจ การสร้างบุญโดยการให้ด้วยจิตใจที่เมตตา ถือเป็นการกล่อมเกลาจิตใจไปในตัว และเป็นการปฏิบัติธรรมอีกอย่างหนึ่งด้วย
___________________________________
ใช้ทำน้ำมนต์แก้และกันคุณไสย
๑. พระกำลังพระจักรพรรดินี้ป้องกันได้ในตัว แต่หากพลาดในบางโอกาส เช่น ไม่ได้คล้องตลอด ให้รีบอาราธนาบารมีคล้องคอ แต่หากวิชานั้นฝังลึกในกายแล้ว ให้อารธนาทำน้ำมนต์รักษา ดื่ม อาบ โดยจุ่มลงในน้ำสะอาด (จุ่มได้เลยแม้พระนั้นเลี่ยมพลาสติดปิดหมดแล้ว เนื่องจากพระนี้เป็นแบบพลังงานรังสี มิได้ สร้างจากสูตรโบราณที่ใช้วิธีตั้งธาตุ หนุนธาตุ ที่ต้องเจาะรูให้อากาศธาตุเข้าได้พระถึงมีอิทธิคุณ โดยสมบูรณ์ พลังงานพระแบบนี้จะเป็นแบบคลื่นที่ต้องมีอณูอากาศธาตุหรือธาตุลมเป็นตัวนำ)
๒. โดยกล่าวคำอารธนาบารมีว่า
ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา เป็นทาสแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุด(หรืออาจจะเป็น หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค , หลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ , พระศรีอาริยะเมตรัย ก็ได้ ตามจริต ด้วยเหตุผลที่ว่าการอัญเชิญพระบารมี ห รือการโน้มนำพระบารมีของพระมหาโพธิสัตว์นี้จะง่ายกว่า การโน้มนำพระบารมีแห่ง พระผู้เข้าพระนิพพานแล้ว เนื่องจาก บารมีท่านมหาโพธิสัตว์เหล่านี้ยังไม่รวมตัว ยังคงกระจัดกระจายอยู่ทุกอณูในโลก) ขอได้โปรดแผ่บารมีมายังน้ำบริสุทธิ์นี้ ให้มีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพ ในการรักษาโรคอันเกิดแต่คุณไสย และอวิชชานี้ด้วยเถิด
๓. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมีเข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรง ไปยังน้ำที่เราเราจัดเตรียมไว้ ให้เราแกว่งพระวน ๆสัก 4-5 รอบ ก็ทูลศรีษะน้ำนั้น ให้ใช้ดื่มและอาบได้เลย ขอโปรดจงเชื่อมั่นเถิด...) พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
๔. หากต้องการจะป้องกันทั้งบ้านให้น้ำมนต์รดรอบบ้าน แล้วอธิษฐานขอบารมีหลวงปู่ และสวดจักรพรรดิ 1 จบ แล้ว สัพเพแผ่ครอบบ้านอฐิษฐานด้วยใจ
____________________________________
กำหนดจิตถามพระในเรื่องการปฏิบัติ และในทุกเรื่องปัญหาชีวิตที่แก้ไม่ตก
หลักการ
ตอนหลวงตาม้าท่านออกธุดงค์ ก่อนออกธุดงค์นั้น หลวงปู่เรียกหลวงตาเข้าไปพบและมอบ ของสิ่งหนึ่งให้ .....สิ่งนั้นคือพระที่หลวงปู่ดู่สร้าง หลวงปู่ดู่บอกว่า " ....เอ็งเอาพระข้าไป ถ้าสงสัยอะไร เอ็งก็ถามพระเอาเอง ..."
พระที่สร้างด้วยสูตรของหลวงปู่ พระองค์เดียวแม้เพียงขนาดปลายก้อย ก็เปรียบเสมอ Hard Disk ที่เก็บข้อมูลไว้ทุกอย่าง ของพระพุทฑพระธรรมพระสงฆ์ เรื่องนี้เป็นเรื่อง เฉพาะพระโพธิสัตว์บางองค์เท่านั้นที่ทำได้ ไม่ต้องสงสัยอะไรมากครับ ว่าหลวงปู่ทำ ได้อย่างไร เอาเป็นว่า เมื่อเรารู้ว่าพระสูตรหลวงปู่ทุกองค์ไว่จะสร้างโดยใคร หากได้รับ การถ่ายทอดโดยครูบาอาจารย์กันเป็นทอด ๆ เฉพาะบุคคลที่เหมาะสม มีความสัมพันะ เกี่ยวเนื่องกันบางประการ และสร้างด้วยเจตนาบริสุทธ์ หลวงปู่ท่านคุม และรับรองครับ
เหมือนกับที่หลวงปู่พูดว่า " เอ็งนึกถึงข้า ข้าก็นึกถึงเอ็ง เอ็งไม่นึกถึงข้า ข้าก็ยังนึกถึงเอ็ง... " บารมีหลวงปู่ยังไม่รวมตัว ยังอยู่ทุกอณูอากาสธาตุทั้ง 4 เนื่องเพราะท่านตาย-เกิดมานานแสนนาน"
วิธีการ
๑. ทำใจสบาย ๆ หลวงปู่เน้นที่ใจสบายๆ เบา ๆ ไม่เคร่งเกินไป คนยุคนี้ที่ฝึกแล้วไม่ไปไหนก็เพราะชอบเข้าใจว่า ของแบบนี้ต้องเคร่งมาก ๆ ประเภทหลับตาปี๋ไม่คุยกันใคร ไม่ยิ้มไม่พูด อันนี้พังครับสุดโต่งเกินไป แต่ต้องตั้งใจด้วยนะ ไม่ปล่อยให้สบายเกินไป และโปรดอย่าเข้าใจว่าวิชานี้ต้องยาก เราไปติดว่า ยากมันก็จะยาก จริง ๆกำลังที่ใช้ก็ประมาณอุปจารสมาธิเอง ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่าย ๆกันทุกคนอยู่แล้ว
๒. กำพระกำหนดให้เห็นรูปหลวงปู่ แล้วก็ถามเอาดื้อ ๆเลยครับ ก็ว่าไป เช่น " หลวงปู่ ทำงัยดีผมจะทำสัญญาฉบับนี้ ทำแล้วลูกจะเสียเปรียบไหม... " จากนั้นก็สบาย ๆไม่ต้องเคร่งอะไรมาก ไม่ต้องไปเงี่ยหูฟังว่าหลวงปู่จะตอบ บางทีหลวงปู่ไม่ตอบเป็นคำพูด ท่านจะตอบเป็นจิตรู้เลย หรือจะ ให้เห็นภาพเลย บางทีก็จะมีเหตุการณ์บางอย่าง ให้รู้เอง คือท่านจะดลทั้งใจ ทั้งรูปการณ์ให้พร้อมเสร็จ ________________________________________________
การอธิษฐานขอบารมีพระช่วยเหลือ ในกรณีพิเศษในเวลา 20.30 น. ของทุกวัน
หลักการ
๑. ทุกวัน เวลา 20.30 น.ที่วัดถ้ำพรหมปัญโญของหลวงตาม้า หรือแม้กระทั่ง ศิษย์สายหลวงปู่ดู่ จะทำการสวดมนต์ตามรูปแบบของสายหลวงปู่ดู่ และเจริญคาถามหาจักรพรรดิ พร้อมอธิษฐานจิต แผ่ไปทั้ง 3 โลก นี่คือการทำสมาธิหมู่ครับ ท่านทำมาช้านานแล้ว ศิษย์ท่านบางคนก็จะถอดกายทิพย ์ไปสวดที่วัดถ้ำพรหมปัญโญ ในบางทีจึงมีเรื่องเล่าว่าเห็นปาฏิหาริย์ เหลือบไปเห็นลูกศิษย์ท่านนั้น มาสวดมนต์ที่วัด แต่ตัวจริงไม่ได้อยู่ที่นั่น
๒. การทำสมาธิหมู่นี่ไม่ได้ทำเฉพาะมนุษย์เท่านั้น เทพและเทวดา แม้พญานาค ท่านก็มาด้วย มหาศาลมากครับ กล้องถ่ายติดบ่อยมาก เมื่อจบการทำสมาธิแล้วท่านจะแผ่บุญไปยัง 3 โลก และอธิษฐานจิตไปยังพระทุกองค์ที่สร้างด้วยสูตรหลวงปู่ดู่ นั่นหมายความว่าพระที่สร้างด้วย สูตรหลวงปู่ดู่ ยิ่งนานยิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งแจกไปได้มากเท่าไร กำลังพระจักรพรรดิจะเข้าปรับได ้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เหมือนการวางเครือข่ายสัญญาณมือถือนั่นเอง เราเรียกว่า การวาง ข่ายพระจักรพรรดิ อย่างบางท่าน นอน ๆอยู่พอ 20.30 น. พระที่คล้องอยู่เรืองแสงได้ เหล่านี้นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับ (ก็ชั่งใจอยู่นานครับ ว่าจะลงเรื่องนี้ดีหรือไม่ แต่เห็นว่ามี ประโยชน์มากกว่า ทั้งคนในที่นี้ก็เหมาะสมที่พอจะรับรู้เรื่องนี้ได้ จึงตัดสินใจเล่าให้ฟัง
๓. ด้วยเหตุผลข้างต้น หากท่านมีเรื่องใดๆ ที่ต้องการกำลังพิเศษ เพื่อขอบารมีพระท่าน ช่วย หากเลือกเวลานี้จะมีผลชัดเจนและรวดเร็วขึ้น
วิธีการ
๑. เตรียมตัวให้พร้อม (พร้อมใจ ให้สำคัญกว่าพร้อมกาย หรือพร้อมสถานที่ ) อย่างน้อยสัก 20.15 น.ควรพร้อมแล้ว อาจจะอยู่หรือไม่อยู่ในห้องพระก็ได้
๒. กำพระในมือพร้อมทั้งอธิษฐานขอท่านตามปราถนาตามวิธีการที่ถ่ายทอดให้ข้างต้น
๓. สวดมนต์ตามตำรับหลวงปู่ดู่ (แล้วจะหามาโพสให้ทั้ง อักษรและเสียงครับ)
อธิษฐานซ้ำอีกครั้งหลังสวดมนต์เสร็จ
หากทำได้ทุกวันจะยิ่งดี จะเป็นการเร่งรัดและทำให้คล่องตัวยิ่งขึ้น
_____________________________________ การอธิษฐาน ครอบดวงแก้วให้แก่บ้าน เพื่อป้องกันรังสี ทั้งบ้าน ในกรณีเกิดภาวะสงคราม ที่มีการใช้กัมมันตรังสี
หลักการ
หลวงปู่ดู่ ท่านมองการไกลมาช้านานแล้ว ในเรื่องนี้ พระท่านหรือพระที่สร้างด้วยสูตรท่าน จะกันรังสีได้ทุกองค์ (เฉกเช่นเดียวกับพระของหลวงพ่อฤาษีลิงดำในยุคหลัง ๆ) หรับผู้ที่คล้องบูชา แต่หากต้องการให้ครอบคลุมทั้งบ้านประดุจมีดวงแก้วครอบบ้านทั้ง 6 ทิศ คือซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง ก็จะต้องอัญเชิญพระไว้ที่บ้าน 1 องค์ แล้วทำการอธิษฐานตามแบบอย่างข้างล่าง
วิธีการ
๑. ให้อัญเชิญพระกำลังพระจักรพรรดิ หรือพระที่สร้างด้วยสูตรหลวงปู่ดู่มาอธิษฐานทำน้ำมนต์ โดยควรเลือกเวลา 20.30 น. เพราะต้องอาศัยกำลังใหญ่
๒. ให้ตั้งจิตอธิษฐานทำน้ำมนต์โดยนำพระแช่ในภานะอันควร อาจจะเป็นขันน้ำมนต์ก็ได้ ตามร้านขายสังฆภัณฑ์ ราคาไม่แพงนักประมาณ 50-60 บาท โดยควรแช่ไว้เช่นนั้นตลอด เพื่อจะได้เป็นหัวเชื้อน้ำมนต์ สำหรับใช้ในการอื่น ๆ ได้อีก
๓. นำขันน้ำมนต์ที่แช่พระอยู่ ตั้งไว้ในที่อันควร ตั้งจิตดี ๆ นึกน้อมถึงหลวงปู่ดู่ และกล่าวคำอธิษฐานตามตัวอย่าง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ ข้าพเจ้าขอถวายแล้วซึ่งร่างกาย ดวงวิญญาณ ถวายแล้วซึ่งขันธ์ทั้ง ๕ กอง เพื่อบูชาคุณแก่องค์พระตถาคตทศพล ขอบารมีแห่งพระองค์นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต จงสถิตอยู่เหนือศีรษะของข้าพเจ้าทุกวันคืน ทั้งยามหลับ ยามตื่น ยามยืน ยามเดิน ยามนั่ง ยามนอน ยามรู้ตัว ยามมิรู้ตัว
ขอเดชะ ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดีกรรมอันใดอันข้าพเจ้า ล่วงเกินกระทำแล้วในคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า ทั้งรู้ตัวก็ดี มิรู้ตัวก็ดี โดยเจตนาก็ดี มิเจตนาก็ดี ทั้งชาตินี้ก็ดี ทั้งอดีตชาตินับสงไขยมิถ้วนก็ดี กรรมอันใดเหล่านั้นที่ข้าพเจ้าประมาทพลาดพลั้งไป ขอคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า จงโปรดละซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น เพื่อการปราศจากเวรภัยแก่ตัวข้า และเพื่อการสำรวมระวังในกาลต่อไป
ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้พระพุทธศาสนา เป็นทาสแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ ขออัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธเจ้าทุก ๆพระองค์ นับตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป็นที่สุดขอได้โปรดแผ่บารมีมายังน้ำบริสุทธิ์นี้ ให้มีพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ และมหิทธานุภาพ ในการป้อง ขจัด ทำลาย รังสีและพลังงานอันไม่ดีทั้งปวง ที่เข้ามาในอาณาบริเวณเขตน้ำมนต์แห่งนี้ ให้เกิดเป็นปราการ แก้วคุ้มครองเจ็ดชั้น ทั้ง 6 ทิศคือเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องซ้าย เบื้องขวา เบื้องบน และเบื้องล่าง ให้กระแสเย็นแห่งน้ำมนต์นี้จงเปล่งออกไปเป็นรัสมีเรืองรอง คุ้มครองป้องกันและครอบปกคลุม บ้านทั้งหลังของข้าพเจ้านี้ ให้ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านนี้จง ร่มเย็นปลอดภัยจากันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด
๔. จากนั้นจึงกล่าว คำอัญเชิญพระเข้าตัว
สัพเพพุทธา สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะยังพลัง อรหันตานัญ จะ เตเชนะรักขัง พันธามิ สัพพะโส
(ในระหว่างนี้ให้วางจิตเบา ๆ โน้มนำพระบารมีเข้าตัว หรือผู้ที่ได้แล้ว จะเห็นเองว่าจะมีพระบารมี เข้าตัวเป็นแสงสว่างวาบไปหมด ในขณะเดียวกับแสงนั้นก็พุ่งตรงไปยังน้ำที่เราเราจัดเตรียมไว้ จากนั้นน้ำนั้นจะเปล่งรังสีออกทองหรือรุ้งครอบบ้านไว้ บางทีจะดูเหมือนพระอาทิตย์ทรงกลดครอบบ้านทั้งหลังเอาไว้ )
พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
๕. สวดมนต์ตามตำรับหลวงปู่ดู่
๖. ให้อธิษฐานซ้ำอีกครั้งตามข้อ ๓ และข้อ ๔
๗. จากนั้นให้นำน้ำไปรดรอบบ้านอีกรอบ เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้ง แล้วนำน้ำมนต์ นั้นไปตั้งไว้ในที่อันควร เพื่อใช้ในการต่าง ๆอีก และคอยหมั่นเติมน้ำอย่าให้แห้ง เป็นอันเสร็จ ส่วนพระก็แช่เป็นประธานป้องกันรังสีของบ้านไว้อย่างนั้น จะเป็นการดีครับ
ขั้นสูง
๑. สำหรับผู้ที่เข้าใจวิชา และตรวจสอบวิชาเป็น คืออย่างน้อย สามารถครอบวิมานได้ มีความคล่องดี เพียงแต่เดิน ๆ ไปเห็นสถานที่นั้นพอจะเป็นที่หลบภัยได้ เพียงแต่ชี้นิ้ว ไปเท่านั้น เคหะสถานแห่งนั้นก็จะ ป้องกันรังสีได้ (ฟังดูเหลือเชื่อนะ ตอนนี้ผมยังไม่อยาก ให้คุณเชื่อ เอาไว้ได้พระชุดนี้ที่ผมแจกไป แล้วเห็นความอัศจรรย์หลาย ๆอย่าง ท่านจะเชื่อ ทีละน้อย เพราะข้างต้นนี้ไม่เหนือบ่าฝ่าแรงเลย...) อยากทำได้เช่นนั้นคงต้องกราบเรียนหลวงตา ท่านให้ถ่ายทอดให้ เพราะผมคิดว่าเป็นวิชาเฉพาะที่ไม่ควรเผยแพร่เป็นที่สาธารณะครับ
______________________________________________
แนวทางการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งสู่มรรคผล นิพพาน การภาวนาเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
แต่ไหนแต่ไรมา คนเราเกิดมาแล้วมีแต่ความวุ่นวายสารพัดอย่างปรุงแต่งต่างๆ นานานับ ไม่ถ้วนเหลือที่จะคณา เมื่อเรามาทำความสงบแม้เพียงประเดี๋ยวเดียวก็รู้สึกว่าเย็นใจสบายใจ เราก็ควรรักษาความเย็นอันนี้ ความสบายอันนั้นไว้ให้ตลอดไป จึงจะเป็นไปเพื่อความสุขซึ่ง เป็นความปรารถนาของคนทั่วไป เมื่อได้ความสุขนั้นมาแล้วก็จงรักษาความสุขนั้นไว้ ของหา ได้ง่ายแต่รักษาได้ยาก ครั้นทำได้แล้วที่จะรักษาไว้ให้ได้นานนั้นยากที่สุด เพราะอะไร เพราะกิริยาอาการทุกอย่างของเรามันกระทบกระเทือนอยู่ตลอดเวลาเป็นต้นว่า ยืน เดิน นั่ง นอน การพูด การคุย การกิน สารพัด ทุกอย่าง เป็นเรื่องกระทบอายตนะทุกสิ่งทุกประการ จิตมันก็ส่งไปตามอายตนะจึงว่ารักษาได้ยาก ถ้าหากผู้ทำได้ชำนิชำนาญคล่องแคล่วเสียแล้ว ท่านรู้เท่ารู้เรื่องท่านตามรู้ตามเห็นทุกสิ่งทุกประการ มันจะมาแบบไหนก็ตามรู้เรื่องของมันจิต ส่งไปก็เป็นธรรมะ จะคิดนึกถึงก็เป็นธรรมะ มันปรุงมันแต่งก็เป็นธรรมะ ถ้ารู้เท่ารู้เรื่องมัน เป็นธรรมดาเป็นของมันอย่างนั้นเป็นธรรมะทั้งหมด ผู้ปฏิบัติจะเห็นความดีความชั่วของตน ตรงนี้แหละมันเป็นธรรมหรือมันเป็นโลก ก็เห็นกันที่ตรงนี้ ที่จิตนี่
การปฎิบัติ
เบื้องต้นกำพระทำใจให้สบายๆสวดจักรพรรดิไปเรื่อยๆเป็นการน้อมพุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณ เข้าสู่จิตเพื่อยกระดับจิตใจให้ละเอียดขึ้นและง่ายสำหรับการนำมาพิจารณาโดยการทำใจ ให้สงบในขั้นนี้เรียกว่าสมถะสมาธิคือทำใจให้ถึงความสงบ ขอบารมีหลวงปู่ เป็นที่สุดให้ท่านช่วยคุมการปฎิบัติของเรา
ขึ้นการพิจารณา
เมื่อผ่านไปเรื่อยๆและรับรู้ว่าใจเราสงบสบายแล้วสมควรแล้วที่จะนำมาพิจารณาข้อธรรม จึงยกเอาข้อธรรมข้อดข้อหนึ่งขึ้นมาพิจารณานี้เรียกว่าวิปัสสนา
ทำสมถะให้ใจสว่างแล้วใช้วิปัสสนาเพื่อ ขจัดกิเลศพิจารณาข้อธรรมให้ปลงข้อใดข้อหนึ่ง เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
ธรรมที่แต่ละบุคคลจะน้อมขึ้นมาพิจารณา อาจจะไม่เหมือนกันแล้วแต่จริตของแต่ละคน
มีจิตตั้งมั่นในพระนิพพานเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิตผู้ปฏิบัติที่มีความสามารถ ฉลาดย่อมจะต้องศึกษาจิตใจและอารมณ์ของตนให้เข้าใจ และรู้จักวิธีกำหนดปล่อยวางหรือควบคุมจิตใจและอารมณ์ให้ได้ เปรียบเสมือนเวลาที่เราขับรถยนต์ จะต้องศึกษาให้เข้าถึงวิธีการขับขี่ที่ปลอดภัย บางครั้งควรเร่ง บางคราวควรผ่อน บางทีก็ต้องหยุดเร่งในเวลาที่ควรเร่ง ผ่อนในเวลาที่ควรผ่อน หยุดในเวลาที่ควรหยุด ก็จะสามารถถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ข้อสำคัญที่สุดของการปฏิบัติคือ ต้องไม่ประมาท ต้องปฏิบัติให้เต็มที่ตั้งแต่วันนี้ ใครจะรู้ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไร ถ้าเราปฏิบัติไม่เป็นเสียแต่วันนี้ เวลาใกล้จะตาย มันก็ไม่เป็นเหมือนกัน เหมือนคนที่เพิ่งคิดหัดว่ายน้ำ เวลาใกล้จะจมน้ำตาย นั่นแหละ ก็จมตายไปเปล่า ๆ ถ้าใน 1 วันนี้ไม่ปฏิบัติภาวนาวันนั้นขาดทุนเสียหายหลายล้านบาท
จงมองดูทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่ว่า คนสัตว์สิ่งของ เงิน ทอง ลาภ ยศ นินทา สรรเสริญ เป็นของโกหกของสมมุติ ภาพมายาทั้งนั้น ทุกอย่างไม่ใช่ของจริงเป็นของหลอกลวงที่คน ไม่ฉลาดต่างพากันหลงใหลกับสิ่งของสมมุติของโกหก ไม่ว่าอารมณ์ดี อารมณ์ร้าย ก็ไม่ใช่ของเราจริงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทุกข์ทั้งหลายเกิดจากเหตุ(คือ ความไม่รู้ ความอยากได้) ถ้าต้องการดับทุกข์ ต้องดับเหตุก่อน คือ ให้รู้ว่าทั้ง 3 โลก เป็นอนิจจัง เปลี่ยนแปลงเป็นโทษ เป็นทุกข์เป็นปัญหา และสูญสลายตายกันในที่สุด ถ้าเรามีญาณก็จะรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในชีวิตเราไม่มีการบังเอิญเลย
ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมพิจารณาร่างกายคนสัตว์ในโลกว่าน่าเกลียดน่ากลัว เป็นทุกข์เป็นโทษ เป็นภาระต้องดูแลอย่างหนัก เน่าเหม็นแตกสลายตายไปกันหมด ผู้ที่มีศรัทธาแท้คือผู้ที่ เชื่อและยอมรับ พระพุทะ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งแทนที่จะเอาความโลภ ความโกรธ ความหลงมาเป็นที่พึ่ง ผู้ปฏิบัติตามพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน คือ ให้ขยันภาวนา แล้วความโลภ ความโกรธ ความหลงจะน้อยลงและหมดไป
ผู้ปฏิบัติต้องหมั่นตามดูจิต รักษาจิต ผู้ฝึกจิตถ้าทำจิตให้มีอารมณ์หลายอย่างจะ สงบไม่ได้ และ ไม่สภาพของจิตตามเป็นจริง ถ้าทำจิตให้ดิ่งแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว โดยเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างแตกสลายตายหมดสิ้นแล้ว จิตก็มีกำลังเปล่งรัศมีแห่งความสว่าง ออกมาเต็มที่ มองสภาพของจิตตามเป็นจริง ได้ว่าอะไรเป็นจิต อะไรเป็นกิเลส อะไรควรรักษา อะไรควรละทิ้งออกจากจิต ไม่ควรใส่ใจสนใจเรื่องของผู้อื่น ควรตั้งใจตรวจสำรวจดูจิตของ เราเองว่ายังมีความโลภ ความโกรธ ความหลง คิดว่าร่างกายนี้ยังเป็นของจิตหรือไม่ ตามความเป็นจริงแล้ว จิตกับกายไม่ใช่อันเดียวกัน เพียงแต่มาอาศัยกันชั่วคราวเท่านั้น
เช่น
-พิจารณาความไม่เที่ยงของร่างกาย ระลึกถึงความตายว่าหนีไม่พ้น พิจารณาความเน่าเสียของร่างกาย เพื่อปลงและไม่ยึดถือยึดมั่นในร่างกาย เพื่อไม่ยึดถือว่ามีเขามีเรา แล |
|---|