PDA

View Full Version : พระทันตธาตุเจ้า กับ พระนเรศวรมหาราช


kkk23m
08-17-2007, 03:31 PM
1.พระทันตธาตุเจ้า กับ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเมื่อทรงประกาศอิสระภาพแล้วได้ทรงรวบรวมบ้านน้อยเมืองใหญ่ให้เป็นปึกแผ่นครั้งนั้นแผ่นดินล้านนาได้เป็นปฐพีเดียวกันกับอยุธยา ได้เกิดความแตกแยกระหว่างเจ้าผู้ครองนครและเจ้าเมืองในปกครอง ด้วยพระบารมีทรงเกลี้ยกล่อมให้สมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่อาณาประชาราษฏร์ผู้อาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารตลอดรัชสมัย จนในการศึกครั้งสุดท้ายก่อนจะเสด็จสวรรคต ได้ขึ้นมาประทับเมืองเชียงใหม่ 1 เดือนพร้อมพระเอกาทศรสพระอนุชา เพื่อเสด็จไปกระทำศึกปราบหงสาวดี ทรงนำทัพหลวงเสด็จไปจนกระทั่งถึง เมืองหาง ประเทศพม่า ก็เสด็จสวรรคต ดังนั้นเส้นทางสายนี้ จึงเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์สายสำคัญแห่งบรมกษัตริย์ ที่ได้เสด็จย่างพระบาทมาด้วยความเสียสละโดยไม่เห็นแก่พระชนม์ชีพ ดังปรากฏค่ายหลวงของพระองค์ที่เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ในปัจจุบัน
ครั้งหนึ่งเมื่อเสด็จไปกระทำศึกกับหงสาได้รับชัยชนะ พระองค์อัญเชิญพระทันตธาตุจากลังกาตามคำของมหาเถรคันฉ่อง ให้มาสร้างเจดีย์พร้อมทั้งเครื่องสักการะบรรจุไว้ ณ วัดจองไต ในเมืองมอญสมัยนั้น อันเป็นบ้านเมืองของพระชายาชาวมอญของพระองค์ เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีและเป็นที่กราบไหว้ของชาวมอญ ตามจารึกบนผอบที่บรรจุพระทันตธาตุ และฐานพระพุทธรูปที่ทรงสร้างไว้ ภายหลังด้วยพระบารมีที่ทรงแผ่ไว้บนเส้นทางเดินทัพนี้ ได้นำพาพระทันตธาตุ และสมบัติของชาติอันตกอยู่ในบ้านเมืองอื่น ให้ได้มาสู่วัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ อันตั้งอยู่บนเส้นทางประวัติศาสตร์อันสำคัญ ได้กลับมาเป็นที่เคารพกราบไหว้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสืบไป

2.พระทันตธาตุเจ้า พระเขี้ยวฝาง
พระทันตธาตุเจ้าองค์ประเสริฐที่ประดิษฐานที่วัดป่าดาราภิรมย์แห่งนี้ เป็นพระทันตธาตุ ๑ ใน ๓๖ องค์ ที่ไม่ได้ถูกเพลิงทิพย์ไหม้ไปพร้อมกับพระพุทธสรีระ และมีประวัติความเป็นมาน่าอัศจรรย์และภาคภูมิใจของชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง
อดีตกาลล่วงมาได้ ๔๐๐ ปี ในรัชสมัยนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงอุทิศพระองค์กอบกู้เอกราชปกป้องสร้างบ้านเมือง จากฐานะอันตกต่ำที่สุด สู่ความเป็นชาติที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ในสุวรรณภูมิ ทั้งทางพุทธจักรและอาณาจักร เมื่อพระบารมีแผ่ไปถึงที่ไหน ก็ทรงโปรดให้สร้างปูชนียสถานไว้ด้วยเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
นับเป็นมหามงคลอันประเสริฐสุดอย่างยิ่ง เมื่้อได้มีคณะศรัทธาชาวไทยและไตได้พบพระเจดีย์ร้างทรุดโทรมองค์หนึ่งอยู่ใกล้กับจองไต เมืองเชียงตุง ประเทศพม่า ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือมี พระพุทธรูปทรงเครื่องแบบไต (เชียงตุง) ประดิษฐานอยู่โดยรอบทั้ง 4 ทิศ พร้อมกับมีรูปเทพยดารักษากำกับอีก ๔ องค์ฺ และพญาสิงห์หลวงอีกคู่ประดิษฐาน จึงมีจิตศรัทธาจะบูรณะ ในขณะที่กำลังบูรณะนั้น ก็ได้พบผอบสัมฤทธิ์บรรจุพระัทันตธาตุ พร้อมด้วยเครื่องพุทธบูชาทำด้วยทอง ผิวผอบด้านนอกมีจารึกเป็นภาษาำไต ระบุไว้ด้วยว่า “..ในกาละบัดนี้ ข้าเจ้านเรศวรกระทำการทีเมืองหงสาวดีได้ผาบแพ้ (ชนะ) แล ชาวเมืองพุกามมีความชื่นชมยินดี และพระพุทธศาสนาในพุกาม ด้วยคำชวนจากพระสวาธิคันฉ่อง (พระมหาเถรคันฉ่อง) หื้อนำพระไตรปิฏกแลพระทันตธาตุ แลจัดหมู่ชุมอัญเจิญ มีพระสังฆะ ๑๐๘ ตน ช้าง ๓๐ แลกรมการอโยธยา ๕๐๐ มาอัญเชิญที่เมืองลังกาเพื่อมากราบไหว้บูชาและสร้างพระธาตุเพื่อใส่พระัทันตธาตุศากยมุนี เพื่อเป็นมิตรสหายแก่กันสืบไป..”

kkk23m
08-17-2007, 03:44 PM
3. ตะกรุดบรรจุเส้นพระเจ้า
ภายในบรรจุเส้นผมประมาณ ๑๐๐ เส้น สันนิษฐานว่าเป็นเส้นพระเจ้าของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงตัดถวายเป็นพุทธบูชา

4. ตะกรุดลานทอง
ตะกรุดทองคำฝังพลอยทับทิม สีแดงอมชมพู ด้านนอกเป็นลวดลายเครือเถาขนาดใหญ่ ภายในบรรจุใบลานทองคำจารึกอักษรล้านนาม้วนอยู่ภายใน สันนิษฐานว่าเป็นดวงพระชะตาหรือดวงพิชัยสงคราม ด้านนอกจารึกคำอธิษฐานของสมเด็จพระนเรศ

5. พระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
พระพุทธรูปทองคำ ทรงเครื่องศิลปะอยุธยาตอนต้น พระหัตถ์ทั้ง 2 ยกเสมอพระอุระ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามส มุทรสำหรับคนเกิดวันจันทร์ อันเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อายุประมาณ ๔๐๐ ปี น้ำหนักประมาณ ๑๕๐ กรัม สูง ๑๐ ซ.ม. ด้านหลังสลักพระนาม “เจ้าฟ้านเรศ” เป็นภาษาล้านนาโบราณ

6. พญาราชสีห์
สิงโตเพศผู้และเพศเมีย ศิลปะล้านนาผสมไทยใหญ่ เนื้อสัมฤทธิ์หล่อต้นทั้งตัว น้ำหนักประมาณ ๑ ตัน สูงประมาณ ๑๘๐ ซ.ม. มีจารึกพระนาม “เจ้าฟ้านเรศ” และ “เจ้าฟ้าเอกาทศรถ” เป็นภาษาล้านนาทั้ง 2 ตัว

7. พระธาตุเจดีย์เดิม
ภาพพระธาตุเจดีย์องค์เดิมที่ประดิษฐานพระทันตธาตุ วัดจองไต ประเ้ทศพม่า ก่อนการขุดแต่งบูรณะ

kkk23m
08-17-2007, 03:51 PM
พระัทันตธาตุพระองค์นี้ ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดป่าดาราภิรมย์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ โดยมีลักษณะประดิษฐานบนพระเขี้ยวทองคำจำลอง มีอักษรภาษาล้านนาจารึกว่า “สากยมุนี” มีลักษณะเป็นฟันเก่าแก่ มีสีจำปา เมื่อส่ิองด้วยกล้องจะเห็นบางส่วนเป็นแก้วใสเหมือนบุษราคัม
เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช จะทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ จะอัญเชิญพระทันตธาตุเจ้ากับโบราณวัตถุสำคัญต่าง ๆ เข้าร่วมสมโภชในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาุตุและยกยอดฉัตรมณฑปพระทันตธาตุ (หอแก้ว) ราวประมาณเดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ ถือได้ว่าเป็นเนื้อนาวาสนาของเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่และสยามประเทศอย่่างแท้จริง ที่ได้ “ของมหามงคลสูงสุด” ดังกล่าวนี้มาเป็นศรีเป็นสิริแห่งบ้านเมืองโดยแท้

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=chaiyong2499&topic=43

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=chaiyong2499&topic=34

SiamTraveller
08-17-2007, 04:04 PM
ตอนนี้ทางวัดป่ากำลังก่อสร้างพระวิหารเพื่อประดิษฐานสิ่งของทั้งหมดนี้ให้สมพระเกียรติ
พระองค์ท่าน ผู้มีจิตศรัทธายังบริจาคได้นะค่ะ ทางวัดคาดว่าจะแล้วแสร็จภายในวันที่ 5 ธันวาคม และสมเด็จพระเทพจะเสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดค่ะ ประมาณ วันที่ 9 ธันวาคมหลังจากเปิดวิหารอย่างเป็นทางการแล้วทางวัดจะเปิดให้เข้าชมและสักการะ
อย่างเป็นทางการค่ะ ถือว่าเป็นเกียรติกับเชียงใหม่มาก ๆ เลยค่ะ

พอชูเดช
03-06-2008, 08:31 AM
สาธุครับ เป็นมหามงคลของชาวไทยเราจริงๆครับ ถือว่าเป็น ๑ใน ๔๐ ซี่ของพระองค์ท่าน ที่น่าสักการะด้วยตาเนื้อครับ สาธุ