View Full Version : อานิสงส์การกราบไหว้บูชารอยพระพุทธบาท, พระพุทธหัตถ์และพระบรมสารีริกธาตุ
ยะธาพุทโมนะ
09-01-2007, 02:26 AM
อานิสงส์การกราบไหว้บูชารอยพระพุทธบาท, พระพุทธหัตถ์และพระบรมสารีริกธาตุ
ในต้อนท้ายของหนังสือตำนานพระพุทธเจ้าเลียบโลกกล่าวไว้ว่า...
"บุคคลใด คือคฤหัสถ์หรือนักบวชทั้งหลาย ทั้งหญิงทั้งชาย ได้มีใจบังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส ในการคัดลอกตำนานเรื่องนี้ ด้วยตนเองก็ดี ได้มีจิตรำลึกคิดถึงเรื่องราวของตำนานก็ดี ได้สักการะบูชาด้วยสิ่งของต่างๆ เป็นต้นว่า ข้าวตอก ดอกไม้ ข้าว ปลาอาหารแก้วแหวนเงินทอง ธูปเทียน ฉัตรเงินฉัตรทอง และธง
ด้วยความเคารพอย่างยิ่งก็ดี ได้จดจำเรื่องราวของตำนานไว้ก็ดี ได้บอกเล่าให้ท่านผู้อื่นฟังก็ดี ได้แสดงความเคารพด้วยกาย ด้วยวาจา และด้วยใจก็ดี ได้เทศน์ให้คนและเทวดาทั้งหลายฟังก็ดี เมื่อเทศน์หรือเมื่อฟังด้วยความเคารพเกิดความเลื่มใสยินดีในพระ พุทธ บาทและพระบรมธาตุ ที่พระพุทธเข้าทรงพระมหากรุณาธิคุณเสด็จไปเผยแผ่ และทรงเหยียบรอยพระพุทธบาทและประดิษฐานพระบรมธาตุไว้
เมื่อครั้งพระยังทรงพระชนม์อยู่ก็ดี และเมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ อัญเชิญพระบรมธาตุไปประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของคนและเทวดาทั้งหลายก็ดี
บุคคลชายหญิงคฤหัสถ์และนักบวชทั้งหลายนั้น ก็จะได้ผลานิสงส์เป็นอันมาก จนไม่อาจที่จะกำหนดนับได้ ท่านทั้งหลายที่กระทำดัง กล่าวมา ได้ชื่อว่าเป็น "อวินิปาตบุคคล" คือบุคคลที่ไม่มีโอกาสได้ไปเกิดในอบายภูมิทั้งสี่มีแต่จะพุ่งดิ่งตรงต่อพระนิพพาน เพราะบุคคลผู้นั้นเสมอดังได้รู้ได้เห็น และได้ปฏิบัติอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา
ประการหนึ่ง เสมอดังได้พูดได้ คุยได้ ถามปัญหาซึ่งพระพุทธเจ้าทุกวันทุกเวลา
ประการหนึ่ง เสมอดังได้เดินตามหลังพระพุทธเจ้าทุกบาททุกก้าว
ประการหนึ่ง เสมอดังได้ปลูกสร้างพระเจดีย์ พระวิหารอันเป็นที่สำราญของพระบาทและ พระธาตุเจ้าทั้งหลายที่ได้ กล่าวมาทุกแห่ง
ประการหนึ่ง เสมอดังได้บำเพ็ญกุศลส่วนบุญด้วยปาก ด้วยกาย และด้วยใจทุกเวลา
ด้วยเดชแห่งผลานิสงส์ดังนี้ จะอุปถัมภ์ค้ำชูอุดหนุนให้ตั้งอยู่ในทางสัมมาปฏิบัติ ประกอบด้วยยศศักดิ์ชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ เป็นผู้ ฉลาด มีญาณปัญญายิ่งกว่าคนทั้งหลาย ภัยอันตรายต่างๆ ก็ดี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็ดี อุบาทว์และศัตรูต่างๆ ก็ดี ย่อมระงับดับหาย ไป
จะสัมฤทธิ์สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สิ่งของเงิน ทอง ข้าวเปลือกข้าวสาร ทั้งปศุสัตว์ จักอุดมด้วยฤทธิ์เดชยิ่งนัก จะประสบสุขในชาตินี้และ ชาติต่อๆ ไป ยิ่งกว่าคนและเทวดาทั้งหลายหากมีบุญสมภารมาก ก็จะได้ถึงพระนิพพานในศาสนาของพระพุทธเจ้าโคตมะนั้นแน่นอน
แม้นว่าบุญสมภารยังไม่บริบูรณ์เต็มที่ ยังจะต้องท่องเที่ยวเวียนวนอยู่ในวัฏฏสงสารจะไม่ได้ไปเกิดในอบายภูมิทั้งสี่แม้แต่ครั้งเดียว จะได้เห็นพระศรีอาริยเมตไตรย และจะได้มรรคผลในศาสนาของพระองค์อย่างเที่ยงแท้แน่นอน โดยไม่ต้องสงสัย ดังนี้แลฯ
คัดลอกจากหนังสือตามรอยพระพุทธบาท เล่ม ๑
http://www.dannipparn.net/web/pratttas/pratta00.html
ยะธาพุทโมนะ
09-01-2007, 02:27 AM
ทำไมรอยพระพุทธบาทถึงมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากัน?
จากตำนานพระพุทธบาทยั้งหวีด
...ขณะที่องค์สมเด็จพระชินสีห์เสด็จมาบิณฑบาตที่บ้าน กองหลวง - กอนน้อย นั้น มีหัวหน้าหมู่บ้านสองคนเป็นพี่น้องกัน ผู้พี่มี ชื่อว่า ขุนอ้ายกอนคำ ผู้น้องมีชื่อว่า ขุนอ้ายท่อนคำ ได้เอาเสื่อมาปูถวายให้พระพุทธองค์ประทับนั่งใต้ต้นมะม่วงต้นหนึ่ง แล้ว จึงได้ถวายภัตตาหาร แด่พระพุทธเจ้า
เมื่อพระองค์ฉันเสร็จแล้ว จึงประทานเส้นพระเกศา ๑ เส้น พร้อมกับได้ตรัสสั่งว่าเมื่อเราตถาคตปรินิพพานแล้ว ท่านทั้งหลายจงเอา กระดูกซี่โครงเบื้องซ้าย มาบรรจุไว้กับพระเกศาธาตุที่นี้เถิด
ครั้นพระพุทธองค์ตรัสดังนี้แล้ว จึงเสด็จพุทธดำเนินไปไกลประมาณ ๑๔ วา เพื่อทรงถ่ายอุจจาระปัสสาวะใกล "ต้นหวีด" ต้นหนึ่ง อุจจาระอันนั้นก็อันตรธานหายไปสิ้น ไม่เป็นอาหารแก่สัตว์ตัวใดตัวหนึ่งเลย
ในขณะนั้น ยังมีพญานาคตนหนึ่งชื่อว่าสะสัญชัยได้บุ(ผุด) ออกมาให้เป็นบ่อน้ำเกิดขึ้น พร้อมกับเนรมิตกระบวยทองคำเพื่อ ถวายพระ พุทธเจ้าให้ทรงชำระสระสรงพระวรกาย แล้วทูลขอรอยพระพุทธบาททั้งคู่ไว้เป็นที่สักการะบูชาแก่คนและเทวดานาค ครุฑทั้งหลาย
องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงทรงเหยียบรอยพระพุทธบาททั้งซ้ายและขวาประทานให้แก่พญานาคแล้วจึงเสด็จกลับมายังต้นมะม่วง ตามเดิม และทรงมีพุทธดำรัสแก่พระอานนท์ว่า
"ดูก่อนอานนท์...ตถาคตมาในสถานที่นี้ ท่านทั้งหลายได้ขอเกศาธาตุไว้ ในที่นี้ภายหน้าจักได้ชื่อว่า "อัมพวนาราม"(ขณะนี้เรียก ว่า มะกับตอง ต.ยุหว่า ห่างไกลจากวัดพระบาทยั้งหวัดประมาณ ๓ ก.ม. แต่ในหนังสือประวัติท่านพระแม่ฯ บอกว่าปัจจุบันคือ วัดทุ่งตูม)
อนึ่งตถาคตได้ถ่ายอุจจาระที่ใต้ต้นไม้หวีด" พญานาคสะสัญชัย ได้บุออกมาถวายบ่อน้ำและกระบวยทองคำ เพื่อให้ได้ชำระพระวร กาย ตถาคต แล้วได้ขอรอยพระพุทธบาททั้งคู่ไว้เป็นที่สักการะบูชา
แต่เราตถาคตก็ได้เหยียบไว้ใหญ่บ้างเล็กบ้างไม่เท่ากัน เพราะเล็งเห็นภัยในอนาคตกาล โดยชาวเมืองโกสัมพีทั้งหลาย จักไม่รู้คุณ ค่า ของพระพุทธศาสนา จะมาสร้างบ้านเรือน ทำสวน มีสัตว์เลี้ยง ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ มีแต่เรื่องฆ่าสัตว์เป็นอาชีพ และไม่รู้จัก สถาน ที่อันควรเคารพบูชา จะพากันมาซักเสื้อผ้าและชำระร่างกายที่บ่อน้ำนี้
มิหน้ำซ้ำจะมาทำลายรอยพระบาท ที่ตถาคตได้เหยียบไว้นี่ด้วยมีดและขวาน เพราะเขาเข้าใจว่าเป็นรอยของโยคี ไม่มีความเคารพ ยำ เกรงแม้แต่คนเดียว มีแต่ดูถูกดูหมิ่นประมาทด้วยอาการต่างๆ นาๆ
พวกเขาเหล่านั้นต่อไปภายหน้า จะได้เสวยกรรมวิบาก เพราะโทษที่หมิ่นประมาทรอยพระบาท เขาจักเจ็บไข้ได้ป่วย ฉิบหายวอดวาย ไปตามๆ กัน แม้ตถาคตก็มีกรรมวิบากยังไม่สิ้นสุด ถึงจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ตาม กำลังอกุศลกรรมที่เราได้กระทำไว้ก็ยัง ติดตามสนอง...
พระพุทธองค์ตรัสดังนี้แล้ว จึงนำซึ่งบุพพกรรมของพระองค์เองมาแสดง เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่พุทธบริษัทสืบต่อไปอีกว่า...
...ในสมัยหนึ่ง เมื่อตถาคตได้มาเกิดเป็นบุตรกฎุมพีมีชื่อว่า "โลลัตตกุมาร" อาศัยอยู่ในเมืองพาราณสีวันหนึ่งได้ไปเที่ยวเล่นตาม ถนนหนทางกับเพื่อนเด็กๆ โลลัตตกุมารได้เล่นวาดเขียนรูปรอยเท้าของพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้เขียนใหญ่บ้างเล็กบ้าง แหว่งวิ่น บ้าง ไม่เท่ากัน และเขียนไม่มีนิ้วเท้าเป็นต้น
ประหนึ่งบุคคลสวมรองเท้าแล้วจึงไปเหยียบทราย ฉะนั้น เหตที่ไม่ชำนาญศิลปะในการเขียน อุตริเขียนเล่นไปเท่านั้น แล้วได้กล่าว ขึ้นว่า "รอยเท้าพระปัจเจกพุทธเจ้าของเรางามแท้หนอ...!"
แล้วก็เที่ยวเก็บดอกไม้มาบูชาประนมมือไหว้ เมื่อเล่นๆ ไป ก็เอามีดปลายแหลมที่ตนเองขีดเขียนนั้น ขีดเล่นรอยเท้านั้นให้เป็นรอย มีด แล้วก็ลบรอยเท้าที่ตนเขียนเล่นนั้นด้วยฝ่าเท้าของตนเอง
ด้วยอกุศลวิบากเพียงเท่านี้ เมื่อเราตถาคตเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ฝูงชนเหล่านั้นจักได้มาทำลายรอยพระพุทธบาทอันนี้ เหตุดังนั้นตถาคตมิอาจที่จะห้ามกรรมวิบากอันตถาคตได้กระทำมาแต่ชาติปางก่อนได้
ดูก่อนอานนท์...เมื่อตถาคตปรินิพพานไปแล้วได้ ๒๑๑๓ พรรษา กับ ๑๐ เดือน ๒๖ วัน ตำนานพระบาทกับพระเกศา ธาตุจักปรากฏแก่คนทั้งหลาย เมื่อถึงพุทธศักราชดังกล่าวแล้วนี้ กรรมวิบากที่ตถาคตได้กระทำไว้ก็จักหมดสิ้นไป โดยไม่มีเศษเหลือ
สถานที่รอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ก็จักปรากฏรุ่งเรือง มีผู้อุปัฏฐากรักษา มีคนมาเลื่อมใสและถวายเครื่องสักการะบูชาเป็น อันมากตราบเท่า ๕,๐๐๐ พระวรรษาแล...."
คัดลอกบางส่วนจากหนังสือตามรอยพระพุทธบาท เล่ม ๑
http://www.dannipparn.net/web/pratttas/pratta01.html
eakachai09@hotmail.com
09-01-2007, 04:28 AM
อะหังวันทามิทูระโต อะหังวันทามิธาตุโย อะหังวันทามิสัพพะโส พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ สาธุ:( :( :(
ศิษย์ต่างแดน
09-01-2007, 07:53 AM
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง ชีวิตัง เม ปูเชมิ
Attawat_Rx
09-01-2007, 10:44 AM
จะไม่ได้ไปเกิดในอบายภูมิทั้งสี่แม้แต่ครั้งเดียว
สุดยอดไหมครับ.....สาธุ.....
Nu_Bombam
09-01-2007, 11:55 AM
แจ๋วมากครับ อนุโมทนาครับผม
Attawat_Rx
09-01-2007, 12:44 PM
นึกไม่ถึงเลยนะว่าสิ่งที่เราบังเอิญได้มาทำนี่ จะมีพลานิสงส์มากมายเพียงนี้ อย่างนี้ไม่บังเอิญเลยจริง ๆ......
MAYONGNES
09-01-2007, 01:24 PM
อนุโมทนาสาธุ ครับ
ลีลาวดี
09-01-2007, 01:24 PM
ขออนุโมทนาค่ะ
Specialized
09-01-2007, 02:58 PM
สุดยอด -/\- สาธุๆ
ยะธาพุทโมนะ
09-01-2007, 09:23 PM
ไม่เชื่อแล้วอย่าลบลู่
เหตุการณ์นี้เกิดที่หมู่บ้านแม่แลบ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรื่องมีอยู่ว่ายังมีรอยพระบาทสองรอยโตพอๆกับเท่าเท้าคน อยู่บนเขาในป่าลึกไกลบ้านแห่งหนึ่ง ชาวฝรั่งมีความสนใจมากจึงขอตัดเจาะเอาไปพิสูจน์หรือเอาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์เมืองเขา ๑ รอย ส่วนคนไทยบางคนกลับลบลู่ดูหมิ่นสบประมาทหาว่าโง่งมงาย บอกว่ารอยอย่างนี้มีอยู่เยอะแยะทั่วไป มันเป็นรอยน้ำกัดเซาะหรือธรรม ชาติเป็นมาอย่างนั้นเอง แกไม่ยอมเชื่อว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่เหยียบไว้บนหินจริง นิ้วเท้าก็ไม่ปรากฏให้เห็น ไม่เชื่อแล้วยังลบลู่ อีก กล่าวคือ แกได้ปัสสาวะใส่รอยพระพุทธบาทนั้น พอกลับมาถึงบ้านก็ได้ล้มป่วยลง ปวดที่เท้าขวามีรอยแผลและต่อมาก็เริ่ม เน่าญาติก็ได้พาไปโรงพยาบาล หมอรักษาไม่ได้ต้องตัดเท้าออก ต่อมาแผลก็ลามและเน่าอีกต้องตัดขึ้นไปถึงเข่า ยังไม่เท่านั้นแผล ได้ลามขึ้นถึงโคนขาจำเป็นต้องตัดอีก จึงทนพิษบาดแผลและความเจ็บปวดไม่ไหว ในที่สุดก็ถึงแก่ความตาย เด็กหนุ่มคนนี้ เป็น ชาวบ้านแม่แลบ มีศักดิ์เป็นหลานของหลวงตาจาติ วัดแม่แลบ แต่ไปนับถือศาสนาคริสต์ มิใช่ชาวพุทธจึงสบประมาทรอยพระ พุทธ บาทย่ำยีดูหมิ่นพระพุทธศาสนาถึงเพียงนี้ในที่สุดก็ต้องจบชีวิตลงด้วยความลบลู่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะ บูชาของชาวพุทธ...
อย่างเช่นชาวอิสลาม ประเทศอัฟกานิสสถานได้ระเบิดทำลายพระพุทธรูปสลักหินองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยไม่ยอมฟังเสียง เรียกร้องของชาวโลกที่กล่าวเตือน ในที่สุดก็เกิดภัยพิบัติขึ้นกับประเทศของตนเองกล่าวคือ ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๔ จนถึงต้นปี ๒๕๔๕ อเมริกาได้ถล่มโจมตีผู้ก่อการร้ายตะเลบันประเทศอัฟกานิสสถานเพื่อจับตัวนายบิลลาเดน มาลงโทษและได้ทำการยึด เหมือนใหญ่ๆ ได้ทั้งประเทศทำให้ผู้นำตะเลบันและผู้ก่อการร้ายบิลลาเดนเป็นหัวหน้าต่างก็ล้มตายเป็นอันมากที่เหลือต้องหนีหัวซุก หัวซุน ไม่มีที่อยู่อาศัยไม่มีประเทศไหนอยากจะรับผู้ก่อการร้ายบิลลาเดนคนนี้เลย คงเป็นเพราะเวรกรรมที่ระเบิดลำทายพระพุทธรูป ดังกล่าวไม่ให้มีอยู่ในประเทศทั้งๆ ที่เป็นพระพุทธรูปที่มีมาก่อนนับเป็นพันๆ ปี ก่อนชาวอิสลามรัฐบาลตะเลบันมาอยู่ด้วยซ้ำไปในที่ สุดก็หาที่อยู่อาศัยไม่ได้ ผู้ก่อการร้ายหลายร้อยคนถูกฆ่าตาย หลายร้อยคนถูกจับกุม จนกระทั่งถึงบัดนี้(๒๕ ม.ค. ๔๕) การสงครามล่าตัวนายบิลลาเดนก็ยังไม่ยุติลงง่ายๆ
อ้างอิงจากหนังสือตำนานพระพุทธเจ้าเลียบโลก ฉบับชำระสะสาง หน้า ๓๑๕
Pissanu
09-02-2007, 02:46 PM
สาธุครับ สุดยอดมาก
คณะไตรรัตนะ
09-03-2007, 04:28 PM
ขออนุโมทนาครับ สาธุ
รู้สึกเป็นห่วงพระพุทธบาทที่ฝรั่งเอาไปพิสูจน์อ่ะ ฝรั่งยิ่งไม่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่ด้วย ขอบารมีพระพุทธเจ้า พระปัเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระอริยสงฆ์และพระบรมมหาจักรพรรดิ์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีพระบารมีหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ เป้นที่สุด ได้โปรดอัญเชิญพระพุทธบาทเสด็จกลับมาเมืองไทย ให้ชาวพุทธที่เลื่อมใสกราบไหว้เทอญ
visarut
09-06-2007, 07:33 PM
ทำไมรอยพระพุทธบาทถึงมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากัน?
จากตำนานพระพุทธบาทยั้งหวีด
...ขณะที่องค์สมเด็จพระชินสีห์เสด็จมาบิณฑบาตที่บ้าน กองหลวง - กอนน้อย นั้น มีหัวหน้าหมู่บ้านสองคนเป็นพี่น้องกัน ผู้พี่มี ชื่อว่า ขุนอ้ายกอนคำ ผู้น้องมีชื่อว่า ขุนอ้ายท่อนคำ ได้เอาเสื่อมาปูถวายให้พระพุทธองค์ประทับนั่งใต้ต้นมะม่วงต้นหนึ่ง แล้ว จึงได้ถวายภัตตาหาร แด่พระพุทธเจ้า
เมื่อพระองค์ฉันเสร็จแล้ว จึงประทานเส้นพระเกศา ๑ เส้น พร้อมกับได้ตรัสสั่งว่าเมื่อเราตถาคตปรินิพพานแล้ว ท่านทั้งหลายจงเอา กระดูกซี่โครงเบื้องซ้าย มาบรรจุไว้กับพระเกศาธาตุที่นี้เถิด
ครั้นพระพุทธองค์ตรัสดังนี้แล้ว จึงเสด็จพุทธดำเนินไปไกลประมาณ ๑๔ วา เพื่อทรงถ่ายอุจจาระปัสสาวะใกล "ต้นหวีด" ต้นหนึ่ง อุจจาระอันนั้นก็อันตรธานหายไปสิ้น ไม่เป็นอาหารแก่สัตว์ตัวใดตัวหนึ่งเลย
ในขณะนั้น ยังมีพญานาคตนหนึ่งชื่อว่าสะสัญชัยได้บุ(ผุด) ออกมาให้เป็นบ่อน้ำเกิดขึ้น พร้อมกับเนรมิตกระบวยทองคำเพื่อ ถวายพระ พุทธเจ้าให้ทรงชำระสระสรงพระวรกาย แล้วทูลขอรอยพระพุทธบาททั้งคู่ไว้เป็นที่สักการะบูชาแก่คนและเทวดานาค ครุฑทั้งหลาย
องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงทรงเหยียบรอยพระพุทธบาททั้งซ้ายและขวาประทานให้แก่พญานาคแล้วจึงเสด็จกลับมายังต้นมะม่วง ตามเดิม และทรงมีพุทธดำรัสแก่พระอานนท์ว่า
"ดูก่อนอานนท์...ตถาคตมาในสถานที่นี้ ท่านทั้งหลายได้ขอเกศาธาตุไว้ ในที่นี้ภายหน้าจักได้ชื่อว่า "อัมพวนาราม"(ขณะนี้เรียก ว่า มะกับตอง ต.ยุหว่า ห่างไกลจากวัดพระบาทยั้งหวัดประมาณ ๓ ก.ม. แต่ในหนังสือประวัติท่านพระแม่ฯ บอกว่าปัจจุบันคือ วัดทุ่งตูม)
อนึ่งตถาคตได้ถ่ายอุจจาระที่ใต้ต้นไม้หวีด" พญานาคสะสัญชัย ได้บุออกมาถวายบ่อน้ำและกระบวยทองคำ เพื่อให้ได้ชำระพระวร กาย ตถาคต แล้วได้ขอรอยพระพุทธบาททั้งคู่ไว้เป็นที่สักการะบูชา
แต่เราตถาคตก็ได้เหยียบไว้ใหญ่บ้างเล็กบ้างไม่เท่ากัน เพราะเล็งเห็นภัยในอนาคตกาล โดยชาวเมืองโกสัมพีทั้งหลาย จักไม่รู้คุณ ค่า ของพระพุทธศาสนา จะมาสร้างบ้านเรือน ทำสวน มีสัตว์เลี้ยง ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ มีแต่เรื่องฆ่าสัตว์เป็นอาชีพ และไม่รู้จัก สถาน ที่อันควรเคารพบูชา จะพากันมาซักเสื้อผ้าและชำระร่างกายที่บ่อน้ำนี้
มิหน้ำซ้ำจะมาทำลายรอยพระบาท ที่ตถาคตได้เหยียบไว้นี่ด้วยมีดและขวาน เพราะเขาเข้าใจว่าเป็นรอยของโยคี ไม่มีความเคารพ ยำ เกรงแม้แต่คนเดียว มีแต่ดูถูกดูหมิ่นประมาทด้วยอาการต่างๆ นาๆ
พวกเขาเหล่านั้นต่อไปภายหน้า จะได้เสวยกรรมวิบาก เพราะโทษที่หมิ่นประมาทรอยพระบาท เขาจักเจ็บไข้ได้ป่วย ฉิบหายวอดวาย ไปตามๆ กัน แม้ตถาคตก็มีกรรมวิบากยังไม่สิ้นสุด ถึงจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ตาม กำลังอกุศลกรรมที่เราได้กระทำไว้ก็ยัง ติดตามสนอง...
พระพุทธองค์ตรัสดังนี้แล้ว จึงนำซึ่งบุพพกรรมของพระองค์เองมาแสดง เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่พุทธบริษัทสืบต่อไปอีกว่า...
...ในสมัยหนึ่ง เมื่อตถาคตได้มาเกิดเป็นบุตรกฎุมพีมีชื่อว่า "โลลัตตกุมาร" อาศัยอยู่ในเมืองพาราณสีวันหนึ่งได้ไปเที่ยวเล่นตาม ถนนหนทางกับเพื่อนเด็กๆ โลลัตตกุมารได้เล่นวาดเขียนรูปรอยเท้าของพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้เขียนใหญ่บ้างเล็กบ้าง แหว่งวิ่น บ้าง ไม่เท่ากัน และเขียนไม่มีนิ้วเท้าเป็นต้น
ประหนึ่งบุคคลสวมรองเท้าแล้วจึงไปเหยียบทราย ฉะนั้น เหตที่ไม่ชำนาญศิลปะในการเขียน อุตริเขียนเล่นไปเท่านั้น แล้วได้กล่าว ขึ้นว่า "รอยเท้าพระปัจเจกพุทธเจ้าของเรางามแท้หนอ...!"
แล้วก็เที่ยวเก็บดอกไม้มาบูชาประนมมือไหว้ เมื่อเล่นๆ ไป ก็เอามีดปลายแหลมที่ตนเองขีดเขียนนั้น ขีดเล่นรอยเท้านั้นให้เป็นรอย มีด แล้วก็ลบรอยเท้าที่ตนเขียนเล่นนั้นด้วยฝ่าเท้าของตนเอง
ด้วยอกุศลวิบากเพียงเท่านี้ เมื่อเราตถาคตเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ฝูงชนเหล่านั้นจักได้มาทำลายรอยพระพุทธบาทอันนี้ เหตุดังนั้นตถาคตมิอาจที่จะห้ามกรรมวิบากอันตถาคตได้กระทำมาแต่ชาติปางก่อนได้
ดูก่อนอานนท์...เมื่อตถาคตปรินิพพานไปแล้วได้ ๒๑๑๓ พรรษา กับ ๑๐ เดือน ๒๖ วัน ตำนานพระบาทกับพระเกศา ธาตุจักปรากฏแก่คนทั้งหลาย เมื่อถึงพุทธศักราชดังกล่าวแล้วนี้ กรรมวิบากที่ตถาคตได้กระทำไว้ก็จักหมดสิ้นไป โดยไม่มีเศษเหลือ
สถานที่รอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ก็จักปรากฏรุ่งเรือง มีผู้อุปัฏฐากรักษา มีคนมาเลื่อมใสและถวายเครื่องสักการะบูชาเป็น อันมากตราบเท่า ๕,๐๐๐ พระวรรษาแล...."
คัดลอกบางส่วนจากหนังสือตามรอยพระพุทธบาท เล่ม ๑
http://www.dannipparn.net/web/pratttas/pratta01.html
แจ่มครับสาธุๆ
เอกณัฐยศ
09-13-2007, 09:12 PM
นึกไม่ถึงเลยนะว่าสิ่งที่เราบังเอิญได้มาทำนี่ จะมีพลานิสงส์มากมายเพียงนี้ อย่างนี้ไม่บังเอิญเลยจริง ๆ......
***ในโลกนี้ ไม่มีเรื่องบังเอิญ ****
ลีลาวดี
11-08-2007, 07:32 PM
อนุโมทนาค่ะ ขอถามสักนิดว่าถ้าเรามีพระบรมสารีริกธาติบูชาที่บ้านเป็นการสมควรหรือไม่ค่ะ
ยะธาพุทโมนะ
11-08-2007, 08:58 PM
อนุโมทนาค่ะ ขอถามสักนิดว่าถ้าเรามีพระบรมสารีริกธาติบูชาที่บ้านเป็นการสมควรหรือไม่ค่ะ
มีเพื่อการกราบไหว้บูชา ด้วยความเคารพในคุณพระรัตนตรัย
และเราเก็บรักษาไว้ได้อย่างเหมาะสม การที่จะมีพระธาตุ
บูชาที่บ้านจึงไม่เห็นว่าเป็นปัญหาตรงไหนจ๊ะ
ธรรมรักษา
ปล.ที่บ้านข้าพเจ้าก็มีบูชาอยู่:o
กราบไหว้พระพุทธบาทจำลองที่สร้างด้วยผงมหาจักรพรรดิ์ก็ย่อมมีอานิสงค์ด้วยเช่นกันใช่หรือเปล่าครับ
samson3
11-13-2007, 11:55 PM
ดีครับ อ่านจนตาลายดี
ยะธาพุทโมนะ
11-14-2007, 12:04 AM
กราบไหว้พระพุทธบาทจำลองที่สร้างด้วยผงมหาจักรพรรดิ์ก็ย่อมมีอานิสงค์ด้วยเช่นกันใช่หรือเปล่าครับ
จิตระลึกแทบพระบาทพระพุทธองค์ สาธุครับ
ตปสีโล
11-14-2007, 03:55 AM
มีเพื่อการกราบไหว้บูชา ด้วยความเคารพในคุณพระรัตนตรัย
และเราเก็บรักษาไว้ได้อย่างเหมาะสม การที่จะมีพระธาตุ
บูชาที่บ้านจึงไม่เห็นว่าเป็นปัญหาตรงไหนจ๊ะ
ธรรมรักษา
ปล.ที่บ้านข้าพเจ้าก็มีบูชาอยู่:o
บ้านข้าพเจ้าก็มีจ้ะ อ่านกระทู้แล้วยิ่งศรัทธาในพระพุทธองค์ เป็นบุญแล้วที่ได้มาพบพระพุทธศาสนา สาธุ :o
pangnao
11-14-2007, 04:20 AM
แหะๆๆ..วันหลังเอามาลงอีกน่ะค่ะ อนุโมทนา สาธุเน้อค่ะ
อนุโมทนาสาธุ ครับ บุญรักษาทุกคนครับ
Aaron
08-12-2008, 10:33 PM
อนุโมทนาสาธุ ครับ
ช้างน้อย
08-15-2008, 05:11 PM
สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
หลวงพ่อฤๅษีเคยบอกว่าถ้าบูชารอยพระบาทเป็นประจำจะช่วยด้านการเดินทาง
http://www.palungjit.com/banners/garu.gif (http://www.palungjit.com/banners/garu.gif)
http://www.thaipeaceful.com/ (http://www.thaipeaceful.com/) เวปของเรา
http://garu.diaryis.com/ (http://garu.diaryis.com/)ไดอารี่ของเรา
vBulletin v3.6.0 Beta 2, Copyright ©2000-2009, Jelsoft Enterprises Ltd.