PDA

View Full Version : ตำนานพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ (๒)


มณีรัตนา
07-24-2007, 03:48 PM
เล่าเพิ่มเสริมรู้ จากความเดิมกัน นะคะ
http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=610 (http://www.watthummuangna.com/board/showthread.php?t=610)


พระอักขระทั้ง ๕ คือ นะ โม พุท ธา ยะ เป็นพระอักขระวิเศษที่แสดงให้รู้ถึงพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ที่ได้มาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัลป์ อันเป็นกัลป์ปัจจุบัน นับเป็นพระอักขระวิเศษที่บังเกิดขึ้นเอง โดยไม่มีผู้ใดประดิษฐ์หรือแต่งขึ้นอานุภาพสูงสุดในบรรดาพระคาถาทั้งหลายในแง่ทางพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นมหายาน หรือเถรวาท

นะ หมายถึง พระกุกกุสันธะ
โม หมายถึง พระโกนาคมนะ
พุท หมายถึง พระกัสสปะ
ธา หมายถึง พระสมณโคดม
ยะ หมายถึง พระศรีอารยเมตโตรย


คนไทยสมัยโบราณทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นพระอักขระอันศักดิ์สิทธิ์นี้ สามารถคุ้มภัยอันตรายใดใดได้ทั้งปวง ทั้งยังเป็นเมตตามหานิยมดีนักแลต่างภาวนาพระอักขระทั้ง ๕ นี้ เพราะถือกันว่า เมื่อได้ภาวนาพระอักขระทั้ง ๕ นี้ ซึ่งถือเป็นพระคาถาสรรเสริญคุณพระพุทธเจ้าถึง ๕ พระองค์ ก็เปรียบเสมือนหนึ่งได้พบพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ ตามคติของเปล่าโบราณจารย์ในอดีต

มณีรัตนา
07-24-2007, 03:57 PM
พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ แห่งภัทรกัลป์ปัจจุบันนี้ ได้แก่ พระกุกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสป พระโคดม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันที่ชาวพุทธกรายไหว้บูชา) และพระเมตเตยยะ หรือพระศรอาริย์ (หลายท่านเรียก “พระศรีอาริยเมตตไตย) รายละเอียดเกี่ยวกับ พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ นี้ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๐ ชื่อ ฑีฆนิกาย มหาวัคค์ (เป็นสุตตันตปิฎก) เป็นพระไตรปิฎก เล่มที่รวมพระสูตรขนาดยาว เรื่องราว พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ อยู่ใน “ มหาปทานสูตร” ดังนี้

พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ การริกุฏี (กุฏีที่มีมณฑปทำด้วยไม้กุ่ม ตั้งอยู่เบื้องหน้า) ในเชตวนาราม ของเศรษฐีอนาถปิณฑิกคหบดี ใกล้กรุงสาวัตถี ณ โรงโถงที่ทำด้วยไม้กุ่มนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกับพระภิกษุทั้งหลาย ผู้สนทนากันถึงเรื่อง “ปุพเพนิวาส” คือ ความเป็นไปในชาติก่อน โดยได้เล่าเรื่องพระพุทธเจ่าในอดีต ๖ พระองค์ รวมทั้งพระองค์เองด้วย เป็น ๗ พระองค์ อันได้แก่ พระวิปัสสิ พระสีขิ พระเวสสภู พระกุกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสป และพระองค์เอง (พระโคตมะ)
(ในที่นี้ จะคัดเฉพาะพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ แห่งพระภัทรกัลป์นี้ (บางทีเรียก “ภัททกัปป์) ดังนี้

มณีรัตนา
07-24-2007, 03:59 PM
๑ พระกุกกุสันธะ
พระพุทธเจ้าพระองค์แรก ในยุครภัทรกัล์ปนี้ คือ พระดุดดุสันณะ ทรงสมภพในสกุลพรหมณ์นี้ มีพระนามโยพระโคตรวว่า กัสสปะ มีประมาณแห่งอาบุ ๔ หมื่นปี ตรัสรู้ ณ โคนไม่ซีก (ดังนั้นไม้ซีก จึงเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้) มีคู่แห่งอัครสาวกมีชื่อว่า วิธูระ กับ สัญชีวะ มีการประชุมสาวกครั้งเดียว มีภิกู ๔ หทื่นรูป ล้วนเป็นพระขีณาสพ (พระอรหันต์) มีภิกษุเป็นยอดพุทธอุปัฏฐาก ชื่อ วุฑฒิชะ มีพระพุทธบิดาเป็นพราหมณ์นามว่า อัคคิทัตตะ มีพระพุทธมารดาเป็นพรหมณี นามว่า วิสาขา มีเขมวดีนครของพระเจ้าเขมะเป็นราชธานี มีอาโปธาตุ ๑๒ พระวรกายของพระองค์สูง ๔๐ ศอก พะรัศมีสีทอง มีรถปราสาทบุปผาเป็นยานประจำพระองค์ นั่งบำเพ็ญภาวนาไม่เคลื่อนไหวจากที่ประทับถึง ๕ เดือน จึงบรรลุธรรม เมื่อตรัสรู้แล้วพระองค์จึงเสด็จเที่ยวไปโปรดสัตว์ตามบุรพประเพณีของพระพุทธเจ้าแต่ปางก่อน แล้วจึงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ครั้นกาลเวลาล่วงไปได้พุทธันดรแล้ว แผ่นดินสูงขึ้น ๑ โยชน์ (๘,๐๐๐ วา)

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:01 PM
๒ พระโกนาคมธน
พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๒ มรยุคภัทรกัลป์นี้ คือ พระโกนาคมนะพระพุทธเจ้า ทรงสมภพในสกุลพราฟมณ์ มีพระนามโยพระโคตรว่า กัสสปะ มีประมาณแห่งอายุ ๓ หมื่นปี ตรัสรู้ ณ โคนไม้มะเดื่อ )ดังนั้นไม้มะเดื่อจึงเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้) มีคู่แห่งอัครสาวกนามว่า ภิยโยสะ กับ อุตตระ มีการประชุมสาวกครั้งเดียว มีภิกษุ ๓ หมื่นรูป ล้วนเป็นขีนาสพ (พระอรหันต์) มีภิกษุเป็นยอดอุปัฎฐากชื่อ โสตถิยะ มีพระพุทธบิดาเป็นพราหมณ์นามว่า อัญญทัตตะ พระพุทธมารดาเป็นพราหมณีนามว่า อุตตรา มีโสภวดีนครของพระเจ้าโสภะเป็นราชธานี มีปฐมวีธาตุ ๒๑ พระวรกายของพระองค์สูง ๓๐ ศอก พระรัศมีสีเพชรแผ่รังสีกระจายออกไปทั้ง ๘ ทิศ มีราชหัตถีเป็นยานประจำพระองค์ บำเพ็ญเพียรภาวนาแสวงหาธรรมโดยไม่ขยับเคลื่อนพระวรกายไปไหนเลยตลอด ๖ เดือน เมื่อตรัสรู้แล้วพระองค์ก็เสด็จไปเที่ยวโปรดสัตว์ตามพุทธวิสัยประเพณีพุทธเจ้าสืบ ๆ มา ครบกำหนดเวลาก็เสด็จเข้าสู่นิพพาน แผ่นดินสูงขึ้นอีก ๘,๐๐๐ วา

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:03 PM
๓ พระกัสสปะ
พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๓ แห่งภัทรกัลป์นี้ คือ พระกัสสปพุทธเจ้า ทรงสมภพในสกุลพราหมณ์ มีนามโดยพระโตครว่า กัสสปะ มีประมาณแห่งอายุ ๒ หมื่นปี ตรัสรู้ ณ โคนไม้นิโครธ หรือต้นไทร (ดังนั้นไม้นิโครธ หรือต้นไทร จึงเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้) มีคู่แห่งอัครสาวกนามว่า ติสสะ กับ ภารัทวาชะ มีการประชุมสาวกครั้งเดียว มีภิกษุ ๒ หมื่นรูป ล้วนเป็นขีณาสพ (พระอรหันต์) มีภิกษุอุปัฎฐากชื่อ สัพพมิตตะ มีพุทธบิดาเป็นพราหมณ์ พรหมทัตตะ มีพุทธมารดาเป็นพราหมณ๊นามว่า ธนวดี มีพาราณสีนครของพระเจ้ากิงกิเป็นราชธานี มีเตโชธาตุ ๖ พระวรกายสูง ๒๐ ศอก พระรัศมีสีเงินและสังข์สว่างทั่ว ๔ ทิศ มีสุวรรณปราสาทเป็นยานประจำพระองค์ บำเพ็ญเพียรแสวงหาธรรมโดยไม่ขยับเชยื่อนไปไหนเลยตลอด ๗ วัน จึงได้บรรลุธรรมตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นพระองค์ก็เสด็จไปเที่ยวโปรดสัตว์ตามพุทธประเพณีตลอดพระชนมายุกาล แล้วก็เสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน ในระหว่างพุทธกาลนั้นแผ่นดินก็งอกสูงขึ้นอีก ๘,๐๐๐ วา

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:04 PM
๓ พระกัสสปะ
พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๓ แห่งภัทรกัลป์นี้ คือ พระกัสสปพุทธเจ้า ทรงสมภพในสกุลพราหมณ์ มีนามโดยพระโตครว่า กัสสปะ มีประมาณแห่งอายุ ๒ หมื่นปี ตรัสรู้ ณ โคนไม้นิโครธ หรือต้นไทร (ดังนั้นไม้นิโครธ หรือต้นไทร จึงเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้) มีคู่แห่งอัครสาวกนามว่า ติสสะ กับ ภารัทวาชะ มีการประชุมสาวกครั้งเดียว มีภิกษุ ๒ หมื่นรูป ล้วนเป็นขีณาสพ (พระอรหันต์) มีภิกษุอุปัฎฐากชื่อ สัพพมิตตะ มีพุทธบิดาเป็นพราหมณ์ พรหมทัตตะ มีพุทธมารดาเป็นพราหมณ๊นามว่า ธนวดี มีพาราณสีนครของพระเจ้ากิงกิเป็นราชธานี มีเตโชธาตุ ๖ พระวรกายสูง ๒๐ ศอก พระรัศมีสีเงินและสังข์สว่างทั่ว ๔ ทิศ มีสุวรรณปราสาทเป็นยานประจำพระองค์ บำเพ็ญเพียรแสวงหาธรรมโดยไม่ขยับเขยื่อนไปไหนเลยตลอด ๗ วัน จึงได้บรรลุธรรมตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นพระองค์ก็เสด็จไปเที่ยวโปรดสัตว์ตามพุทธประเพณีตลอดพระชนมายุกาล แล้วก็เสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน ในระหว่างพุทธกาลนั้นแผ่นดินก็งอกสูงขึ้นอีก ๘,๐๐๐ วา

7Sat
07-24-2007, 04:04 PM
กราบ กราบ กราบ กราบ กราบ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 5 พระองค์เจ้าข้าฯ

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:05 PM
๔ พระโคตมะ
พระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๔ ในยุคภัทรกัลป์นี้ คือ พระโคตมพระพุทธเจ้า ทรงสมภพในสกุลกษัตริย์ มีพระนามโยพระโคตรว่า โคตรมะ มีประมาณแห่งอายุ ๘๐ ปี ในสมัยดังกล่าวผู้ใดมีชีวิตอยู่นานก็เพียง ๑๐๐ ปี ที่เกินกว่านั้นมีน้อย ตรัสรู้ ณ โคนไม้อัสสัตถะหรือต้นโพธิ์ (ดังนั้นไม้อัสสัตถะหรือต้นโพธิ์ จึงเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้) มีคู่อัครสาวกนามว่า สารีบุตร กับ โมคคัลลานะ มีการประชุมสาวกครั้งเดียว มีภิกษุ ๑,๒๕๐ รูป ล้วนเป็นพระขีณาสพ (พระอรหันต์) มีภิกษุเป็นยอดพุทธอุปัฎฐาก ชื่อ อานนท์ มีพระพุทธบิดาพระนามว่า สุโธทนะ พระพุทธมารดาพระนามว่า มายา มีกบิลพัสตุนครเป็นราชธานี มีวาโยธาตุ ๗ พระวรกายสูง ๘ ศอก (บางแห่งว่า ๑๖ ศอก) มีพระรัศมีดั้งสงอาทิตย์สว่างไสวทวีปทั้ง ๔ มีม้ากัณฑกะเป็นยานประจำพระองค์ ประทับใต้ควงไม้มหาโพธิ์บัลลังก์ ประทับนั่งบำเพ็ญเพียรภาวนาแสวงหาธรรมอยู่นานถึง ๗ วัน จึงบรรลุธรรม ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จากนั้นพระองค์ก็เสด็จไปเที่ยวโปรดสัตว์ตามเยี่ยงอย่างพุทธประเพณี พระชมน์ได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน ณ ท่ามกลางระหว่างนางรังทั้งคู่ในศาลาวโนทยาน ใกล้เมืองกุสินารา ในปีมะเส็ง เพ็ญเดือน ๖ วันอังคาร ยามอังคาร เวลาปัจจุสมัยใกล้ราตรี พระพุทธองค์ตรัสแก่พระอานนท์กับสาวกทั้งหลายเป็นพุทธทำนายให้ปรากฏในภายหน้าว่า ตถาคตทรงอนุญาตไว้พระศาสนาได้ ๕,๐๐๐ ปี แต่เมื่อล่วงไป ๕๐๐ ปีแล้ว ก็จะไม่มีนางภิกษุณี ครั้งล่วงไปได้ ๑,๐๐๐ ปี ก็จะไม่มีพระอรหันต์เหาะเดินอากาศได้ ล่วงไป ๒,๐๐๐ ปี ก็จะไม่มีนักปราชญ์เรียนพระไตรปิฏกจนจบ ครั้งล่วงได้ ๓,๐๐๐ ปี ไม่มีพระสงฆ์เป็นคณะประชุมทำอุโบสถ ครั้นล่วงไปถึง ๕,๐๐๐ ปี ก็จะมีแต่ผ้าเหลืองน้อยห้อยหูแลผูกพันคอก็เรียกว่าสงฆ์ อันว่าศาสนาของพระองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าของเรา ก็จะอันตธานสูญสิ้นเพียงนี้
อนึ่ง เมื่อจะพรรณนาเดือน ก็ได้ ๖ หมื่นเดือน ถ้าเป็นวันก็ได้ ล้านโกฏิ ๘ แสนเป็นกำหนด จะนับอุโบสถก็ได้แสนสองหมื่นอุโบสถ ถ้ากำหนดฤดูกาลก็ได้ถึงหมื่น ๑ กับ ๕,๐๐๐ ฤดู อันว่าศาสนาของพระองค์ไม่ได้เคลื่อนคลาดพระพุทธศักราชศาสนา ฝ่ายว่าพระสารีริกธาตุกระจายอยู่ทั่วจักรวาล จะมาประชุมกันเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สถานมหาโพธิ์บัลลังก์ แล้วก็เที่ยวตรัสพระสัทธรรมเทศนา โปรดสัตว์อยู่ ๗ วัน ๗ คืน แล้วก็เข้าสู่พระปรินิพพาน พระศาสนาก็อันตรธานแต่นั้นมา ต่อเมื่อแผ่นดินสูงขึ้นอีก ๘,๐๐๐ วา

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:06 PM
๕ พระเมตไตรย
พระพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕ ในยุคภัทรกัลป์ คือ พระเมตตไตรพุทธเจ้า เสด็จลงมาแด่ดุสิตสวรรค์ ลงมาจุติในเมืองเกตุมวะดีศรีมหานคร มีพระพุทธบิดาพระนามว่า สุพรหมพราหมณ์ พระพุทธมารดาพระนามว่า พรหมวะดีพราหมณี มีประมาณแห่งอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี พระวรกายสู. ๘๐ ศอก (บางแห่งว่า ๑๐ ศอก) ตรัสรู้ ณ โคนไม้กากะทิง (ดังนั้น ไม้กากะทิงจึงเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้) ไม้กากะทิงสูงถึง ๑๒๘ ศอก มีกิ่งงอกเป็นสาขา ๕ กิ่ง แต่ละกิ่งยาว ๑๒๗ ศอก มีใบเป็นกงจักร เกสรหล่นลงวันละ ๕ ทะนาน มีกลิ่นรสหอมหวาน เมื่อยังเป็นคฤหัสถ์ อายุ ๔๐,๐๐๐ ปี มีพระอัครมเหสีเอกชื่อ พระจันทมุขีเทวี เป็นประธานเหล่านางสนม ๗ แสน มีพระราชบุตร ๑ พระองค์ ทรงพระนามว่า พรหมณวัฒนะกุมาร พระองค์ทรงพิจารณาเห็นความเป็น อนิจจง ทุกขัง อนัตตา จึงเห็นเวทนาในสงสาร พระองค์จึงทรงสละเสียในตอนเที่ยงคืนสงัด ตรัสเรียกให้ผูกม้าแก้ว จากนั้นเสด็จขึ้นหลังม้าแก้วอัสดรออกจากนครไปยังแม่น้ำอโนดาตมหานที ฝ่ายพระนางจันทมุขีเทวี ได้ข้าวมธุปายาศใส่ถาดยกออกไปถวายแด่พระพุทธองค์ เมื่อทรงฉันแล้วก็เสด็จขึ้นนั่งเหนือรัตนบัลลังก์อาสน์ พระองค์ก็อธิษฐานถาดทองให้ลอยขึ้นเหนือน้ำได้ ๔๐ ศอก ถากทองกลับฉวัดเฉวียนอยู่ไปมา บังเกิดเสียงดังดั่งฟ้าร้อง เทพยดาทั้งหลายต่างอัศจรรย์ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา มาตีฆ้องร้องป่าวอยู่ไปมา เขาพระสุเมรุพลอยเอนอ่อน ท้าวพระยานิกรทั้งหมดเอาดอกไม้โปรยปรายถวาย ฝูงคนฝูงสัตว์พากันออกมามามาย เหล่าเทวดาทั้งหลายก็พากันโปรยปรายเงินทอง เป็นข้าวตอดดอกไม้ บางหมู่เหล่าพากันยกมือไหว้แล้วก็บูชา พากันชื่นชมพระบรมโพธิสมภาร ทั้งพระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ เหล่าวิหกทั้งหลายก็รำรองถวายเสียงอยู่บนท้องฟ้า บางฝูงก็บินผาดโผไปจับยอดเขา บางฝูงบินจับอยู่ฝั่งคงคา ฝูงสัตว์ทั้งหลายมีจำนวนมากมายชักชวนกันมาชมโพธิสมภาร

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:08 PM
เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ได้ตรัสรู้ข้ามพ้นจากวัฏสงสาร เดชะบารมีสัจจาธิษฐานถาดนั้นก็ลอยขึ้น เหนือน้ำตามธรรมเนียมพระพุทธเจ้ามาสร้างโพธิสมภารแต่ก่อนมาทุก ๆพระองค์ ถาดนั้นก็ลอยไปจมลงยังเมืองพญานาค ท้าวเธอจจึงยกถาดพระกุกกุสันโธนั้นไว้ แล้วเธอจึงยกเอาถาดพระพุทะโกนาคมขึ้นไว้อีก เธอได้ยกเอาถาดพระพุทธกัสสปะขึ้นไว้อีกเล่า เธอยกเอาถสกพระศรีศากยะมุนีโคดมขึ้นไว้อีกเล่า ถาดทั้ง ๔ กระทบกันได้ยินลงไปถึงเมืองพญานาคราช พญานาคจึงตื่นจากหลับ แล้วเปล่งอุทานว่า โอ ! เมื่อวานได้ตรัสรู้องค์แล้ว มาวันนี้ก็ได้ตรัสรู้อีกองค์หนึ่ง จึงเล็งดูถาดทั้ง ๔ ก็ซ้อนอยู่เหนือถาดพระสรีอารยเมตตโตรย เทวดาททั้งปวงเอาข้าวตอกดอกไม้มาถวายบูชาพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนา

เกร็ดเพิ่มเติม ตามตำนานบันทึกพระพุทธประวัติพระเมตตไตรย หรือที่คนทั่วไปเรียกพระศรีอารย์นี้ บรรยายว่า ด้วยอำนาจพระรัศมี ของพระองค์มีพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วหล้าจนไม่รู้เป็นกลางวันหรือกลางคืน พระองค์มีพระวรกายสูง ๑๐ ศอก พระชนมายุ ๘๐,๐๐๐ ปี ดอกไม้นานาพรรณบานสะพรั่งไม่มีเหี่ยวเฉาร่วงโรย ระหว่างเสด็จย่างก้าวจะมีดอกไม้ปทุมหลวง ๒ ดอก รองรับพระบาทเสมอ เบื้องบนพระเศียรจะมีเพดานกางกั้น พรูพรั่งด้วยบุปผาประดับงดงามเคลื่อนย้ายตามพระองค์ ตลอดจนมีสุวรรณปราสาทเป็นยานประจำพระองค์ ประทับใต้ต้นควงไม้กากะทิง (บางแห่งว่าไม้บุนนาค) ท่านใดได้เล่าเรียนเขียนอ่านในพระพุทธศาสนาของสมเด็จพระพุทธเจ้าทั้ง ๕ พระองค์ จะได้อานิสงส์ส่งให้ท่านผู้นั้นบรรลุแก่โสดา แม้จะก่อกรรมกระทำตั้งแต่เล็กจนใหญ่ก็จะหายไปหมดสิ้น เมื่อจุติจากโลกมนุษย์ก็จะได้ไปสู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นแน่แท้

มณีรัตนา
07-24-2007, 04:09 PM
คัดลอกจาก ตำนานพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ โดย มูลนิธิพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์
ซึ่งคัดจากความเดิม
๑ “ธรรมโอสถจากหลวงพ่อจรัญ” โดย พระธรรมสิงหบุราจารย์ สำนักพิมพ์ BE Healthy
๒ “ตำนานและคาถาบูชาพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์” โดย พ. สุวรรณ สำนักพิมพ์ บ้านมงคล


คาถาพระพุทธเจ้า ๑๖ พระองค์

นะมะนะอะ นอกอนะกะ กอออนออะ นะอะกะอัง
อุมิอะมิ มะหิสุตัง สุนะพุทธัง สุอะนะอะ

พระอาจารย์เจ้าทั้งปวงให้เป็นทานแก่สมณชีพราหมณ์ กุลบุตรทั้งปวงพระคาถานี้ท่านเรียกว่า ธรรมราชา จัดเป็นใหญ่กว่าคาถาทั้งปวง ผู้ใดภาวนาได้อานิสงส์มากปราศจากภัยพิบัติทั้งปวง เสกใส่ข้าวอาหารป้อนเด็ก ปัญญาดี เลี้ยงง่าย สุขภาพดีฯ

Attawat_Rx
07-24-2007, 05:04 PM
สาธุครับ

jsp
07-24-2007, 05:17 PM
โมทนาครับ

Pissanu
07-25-2007, 01:47 AM
:p ขออนุโมทนาอย่างสูงครับ :(

ahingsaka
07-25-2007, 10:42 AM
สาธุ สาธุ สาธุ

เอกณัฐยศ
08-09-2007, 09:21 AM
ขออนุโมทนาสาธุด้วยครับ