PDA

View Full Version : องค์รัตนนารีศรีแผ่นดิน


โด่ง
07-25-2007, 11:01 AM
องค์รัตนนารีศรีแผ่นดิน

เมื่อ 24 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทาน พระราชดำรัสแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 11 ส.ค. 2526 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยตอนหนึ่งทรงมีรับสั่งถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

“สิรินธร ลูกแก้วที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า บอกให้เรียกลูกแก้ว ตั้งแต่ยังไว้จุกตาป๋อหลอนั่นนะ บอกให้เรียกว่า ลูกแก้วนะ ลูกคนนี้ เพราะว่าต่อไปจะเป็นนางแก้ว ของบ้านเมือง...”

จากคำทำนายของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ นานวันอาณาประชาราษฎร์ล้วนเลื่อมใสว่าจริงแท้ ด้วยว่าประจักษ์แจ้งในพระราชจริยาวัตร พระปรีชา และพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่อชาติบ้านเมือง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญตามรอยพระยุคลบาทพระราชบิดาและพระราชมารดาในทุกด้าน ตั้งแต่ทรงพระเยาว์โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทุกแห่งในประเทศไทย จึงทราบฝ่าละอองพระบาทถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่ นำมาซึ่งการทรงศึกษาเพื่อพัฒนาหาทางแก้ไขคุณภาพชีวิตราษฎรให้ดีขึ้น

การศึกษาในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มิใช่การศึกษาในสถาบัน เท่านั้น ทว่าทรงใฝ่พระราชหฤทัยเรียนรู้ศาสตร์แขนงต่าง ๆ ด้วยพระองค์เองเสมอมา ทรงรักการอ่าน ตามที่ทรงได้รับการปลูกฝังโดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และในการเสด็จฯ แห่งหนใด มักทรงบันทึกข้อมูลอย่างขะมักเขม้น รวมทั้งทรงคล้องกล้องถ่ายภาพติดพระศอตลอด เฉกเช่นเดียวกับที่คนไทยเจนตาภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จฯทรงงานในสถานที่ต่าง ๆ

จากการเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นห่างไกลความเจริญ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี จึงทรงตระหนักถึงปัญหาโยงใย ว่าเริ่มจากเยาวชนในชนบทส่วนใหญ่ ประสบปัญหา ทุพโภชนาการ ปัญหาสุขภาพอนามัย อันนำสู่ปัญหา การศึกษา เพราะเมื่อสุขภาพไม่ดี ก็ไม่สามารถศึกษาได้ดี เมื่อไม่มีโอกาสทางการศึกษา จึงไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งผลต่อสังคมโดยรวม

จึงเป็นจุดเริ่ม ทรงมีพระราชดำริจัดทำ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และโครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา โดยเริ่มดำเนินการในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเท่ากับทรงสืบต่อพระราชปณิธานสำคัญในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องจากในปี 2507 ระหว่างสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จฯ แปรพระราชฐานประทับแรมที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ยังชายแดนไทย-พม่า ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จึงทราบ ฝ่าละอองพระบาทว่าหน่วยตำรวจตระเวนชายแดน นอกจากลาดตระเวนชายแดนเฝ้าตรวจชายแดนเป็นหน้าที่หลักแล้ว ยังจัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือเด็กชาวไทยภูเขาด้วย จึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์นำไปจัดตั้งโรงเรียนชาวไทยภูเขาและประชาชนไกลคมนาค
ม อีกทั้งเสด็จฯ ทรงเปิดโรงเรียนด้วยพระ องค์เองทุกแห่ง

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานบทความเพื่อลงพิมพ์ในหนังสือ “40 ปีโรงเรียน ตชด.” เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2539 ใจความตอนหนึ่งว่า

“ในบรรดาคนยากจนทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เห็นจะเป็นเด็ก ๆ พวกเด็กนักเรียนที่ซูบผอม อาหารการกินไม่สมบูรณ์เช่นนี้ จะเอาเรี่ยวแรงและสมองที่ไหนมาเล่าเรียน โตขึ้นอาจจะไม่มีเรี่ยวแรงทำงานทำมาหากิน ก็ต้องตกทุกข์ยากยิ่งขึ้น ผู้ใหญ่เล่าว่าในสมัยก่อนอาหารไม่ขาดแคลนถึงแค่นี้ เห็นจะเป็นเพราะประชากรยังไม่มาก ทรัพยากรธรรมชาติก็ยังไม่ถูกทำลาย หิวขึ้นมาก็ยังจับกบจับเขียด ขุดเผือกมันกินได้ วิธีการช่วยเหลือที่ข้าพเจ้าคิดได้ในเวลานั้นก็คือติดต่อกับองค์การการกุศลที่ให้ทุน
อาหารกลางวัน ทุนเหล่านี้ผู้ตั้งหวังว่าจะหมุนเวียนได้ แต่ส่วนใหญ่ก็หมุนไม่ได้ เพราะไม่มีใครมีเงินพอซื้ออาหาร กับอีกวิธีคือ นำผลไม้ไปปลูกข้าพเจ้าลองแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีคนดูแลต้นไม้ผลพวกนั้นแค่ไหน”

“ใน พ.ศ. 2519 เราสูญเสียบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนท่านหนึ่งคือพระเจ้าวรวงศ์เธอพ
ระองค์เจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้สนทนากับ ม.จ.ปิยรังสิต พระสวามี ซึ่งตั้งพระทัยจะออกไปช่วยราษฎรในภาคใต้ที่พระองค์เจ้าหญิงวิภาฯ เคยทรงงานไว้ ท่านว่าแทนที่จะเอาของไปแจกเด็ก น่าจะจัดการให้เด็กปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ข้าพเจ้าจึงได้ความคิดมาอีก แต่ยังไม่ทันได้ปฏิบัติอย่างไร”

“ใน พ.ศ. 2521 ข้าพเจ้าได้ทราบถึงโครงการวัสดุอุปกรณ์การสอนสำหรับครูโรงเรียนชาวเขาและประชาชนไกลค
มนาคมของตำรวจตระเวนชายแดนในพระอุปการะของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ศาสตราจารย์สำเภา วรางกูร คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกล่องอุปกรณ์การศึกษาให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ภายหลังข้าพเจ้าได้ร่วมโครงการกับเพื่อนซึ่งเป็นนิสิตปริญญาโท คณะครุศาสตร์ โดยอาสาเป็นฝ่ายจัดของต่าง ๆ”
“ข้าพเจ้าเริ่มวางแผนงานโภชนาการสำหรับเด็กนักเรียนในโรงเรียน โดยคิดว่าเราควรสอนวิชาเกษตร และให้นำผลิตผลทางการเกษตรมาปรุงอาหาร พร้อมทั้งสอนความรู้เบื้องต้นด้านโภชนาการด้วย เช่น เรื่องอาหาร ๕ หมู่ เมื่อหารือไปตามสถานศึกษาต่าง ๆ รู้สึกว่ายังมีข้อสงสัยว่า การให้เด็กทำการเกษตรทำให้เสียเวลาในการศึกษาภาควิชาการ และสงสัยว่าเราจะประเมินผลอย่างไร การชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงก็ยังไม่แน่นอน จะเจาะเลือดดูปริมาณสารต่าง ๆ ก็ไม่มีใครยอมให้เจาะ”

“ในที่สุดข้าพเจ้าคิดขึ้นมาได้ว่า เราน่าจะเริ่มงานในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน คงจะพอพูดกันได้ ถือได้ว่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นตัวแทนของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารนอกจากจะทำ
งานโครงการอาจารย์สำเภาแล้ว ข้าพเจ้าก็คุ้นเคยกับตำรวจตระเวนชายแดนมาตั้งแต่ยัง เล็ก ๆ เวลาไปหัวหินก็คุ้นเคยกับพวกค่ายนเรศวร ค่ายมฤคทายวัน ที่เชียงใหม่อยู่บนพระตำหนักภูพิงค์ ตำรวจ ตชด. ก็มาตั้งค่ายในบริเวณที่เราเรียกกันว่า ดอยบวกห้า เพื่อถวายอารักขา ตำรวจเหล่านั้นทำชิงช้า ใช้กิ่งไม้ทำตุ๊กตารูปสัตว์ให้ข้าพเจ้าเล่นทุกวัน สมเด็จย่าพาพวกเราเด็ก ๆ ไปปิกนิกกับ ตชด. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จย่า สมเด็จป้าก็ทรงส่งเสริมโรงเรียน ตชด. ซึ่งให้โอกาสความเสมอภาคทางการศึกษาแก่เด็กในถิ่นทุรกันดาร เต็มไปด้วยภัยอันตราย ครูธรรมดาเข้าไปไม่ถึง พระราชทานพระราชทรัพย์และทรัพย์ที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายช่วยสร้างโรงเรียน”

“ข้าพเจ้าปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนในขณะนั้น คือ พล.ต.ท.ประเนตร ฤทธิฎาชัย ท่านก็เห็นด้วยกับความคิดข้าพเจ้า ข้าพเจ้าปรึกษาเรื่องการเกษตรกับ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของพี่สาวข้าพเจ้าที่โรงเรียนจิตรลดา ขณะนั้นเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.จันทรวิภา เห็นว่าน่าจะทดลองสักสองสามแห่งก่อน เราเลือกโรงเรียน 3 โรง ในความดูแลของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 7 (ภาคตะวันตก) ซึ่งไม่ไกลเกินไป เราพอจะไปดูแลได้ โรงเรียนที่ไม่เลือกก็ไม่เอาชนิดที่ก้าวหน้าดีมากอยู่แล้ว เพราะจะเหมือนชุบมือเปิบ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ไม่เลือกที่แย่มาก เพราะว่าเรามีประสบการณ์น้อยคงจะสู้ไม่ไหว เริ่มทำโครง การทดลอง 3 โรงเรียน เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2523 เรียกกันว่าโครงการอาหารกลางวัน ผักสวนครัว ปีการศึกษา 2524 ขยาย ไปทั่วประเทศ เรียกชื่อโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน เมื่อ พ.ศ. 2525”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงใส่พระราชหฤทัยในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันอย่างยิ่ง มิได้ทรงดูแลในภาพรวมเท่านั้น แต่ทรงลงในรายละเอียดทุกด้าน ไม่ทรงละเลยในสิ่งที่บางคนอาจมองข้าม และทรงให้ความสำคัญกับเด็กเป็นหลักใหญ่ ดังความตอนหนึ่งในบทความนี้
“การที่มีเด็กหลายเผ่าในโรงเรียนทำให้ส่งเสริมโภชนาการยาก วัฒนธรรมการกินของแต่ละเผ่าต่างกัน เราต้องไปลองกินอาหารกับชาวบ้าน เพื่อให้ทราบรสนิยมของเขาและดัดแปลง เติมของมีประโยชน์เข้าไป (ปัจจุบันไม่สู้เป็นปัญหานัก นักเรียนปรับตัวในเรื่องการบริโภคได้ดีขึ้น) ขณะนั้นผู้ที่ทำโครงการอาหารกลางวันมักจะใช้วิธีเก็บเงินเด็ก ส่วนเด็กที่ไม่มีเงินจริง ๆ จะให้มารับจ้างทำงานแลกข้าว ข้าพเจ้าไม่ชอบวิธีการนี้เลยด้วยเหตุผลหลายอย่าง โครงการที่ข้าพเจ้าทำในโรงเรียน ตชด.จัดในลักษณะที่ทุกคนในโรงเรียนที่เป็นเด็กปกติได้รับประทานเท่ากัน ทุกคนจะต้องผลัดเวรกันมาช่วยดูแลครัวร่วมกับครูเป็นการฝึกหัด ภายหลังมีผู้ปกครองอาสาสมัคร (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่ผู้ชายก็มีบ้างมักเป็นศิษย์เก่า) ผลัดเวรมาช่วยดูแลบุตรหลานของตนเอง และเจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรมาดูแลจัดการอาหาร แนะนำการจัดครัวให้ถูกสุขลักษณะ การวางของให้เป็นระเบียบ ของ ต่าง ๆ ต้องจัดใส่ภาชนะให้มิดชิด เพื่อไม่ให้สัตว์ต่าง ๆ มารบกวน”

“สำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางโภชนา การ ต้องมีอาหารเสริมพิเศษ แต่แรกเงินที่ให้ไปเป็นพิเศษทางกองกำกับการ ตชด. จัดซื้อไข่ให้ ต่อมาเลี้ยงไก่ไข่และเอาไข่เข้าโรงครัว นอกจากนั้นมีการเพิ่มโปรตีนด้วยการให้ดื่มนมถั่วเหลือง ในขณะนั้นนักวิชาการแนะนำให้นมถั่วเหลืองแก่เด็กขาดอาหาร วิธีการก็ยุ่งยากมากต้องเอาเมล็ดถั่วเหลืองมาต้ม แล้วบดด้วยโม่หิน แล้วจึงมากรองเอาแต่น้ำ กากที่เหลือมีผู้นำไปทำขนม ข้าพเจ้าตื่นเต้นเรื่องนมถั่วเหลืองมาก จนวันหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสให้ข้าพเจ้าไปพูด และสาธิตเรื่องนมถั่วเหลืองที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทรงเตือนให้ซ้อมไว้ก่อน ปกติข้าพเจ้าดีแต่สั่งคนอื่นให้ทำโน่นทำนี่ คราวนี้ลงมือเองทุกขั้นตอน จึงรู้ซึ้งว่าการโม่ถั่วเหลืองด้วยโม่หินไม่ใช่ของง่าย มีผู้แนะนำให้ใช้เครื่องบดกาแฟ ซึ่งมีราคาย่อมเยากว่าโม่หิน บางโรงเรียนก็ใช้กัน แต่ข้าพเจ้าเองไม่ถนัดไปกว่าโม่หิน เพราะรู้สึกว่ามันเบาไปและไม่ค่อยแข็งแรง โรงเรียนที่มีไฟฟ้าก็ใช้เครื่องบดไฟฟ้า ขายที่เวิ้งนาครเขษม “นอกจากเรื่องการบด แม้แต่จะหาเมล็ดถั่วดี ๆ ก็ไม่ใช่ของง่าย ข้าพเจ้าเคยซื้อมาและเปิดดู ปรากฏว่าต้องเลือก เพราะว่ามีสิ่งแปลกปลอมปนก้อนหินก้อนกรวดอยู่ในกระสอบไม่น้อย ต่อมาจึงได้เมล็ดอย่างดีจากกรมวิชาการเกษตร มาปัจจุบันนี้สะดวกมาก เพราะมีผงถั่วเหลืองซึ่งเป็นผลผลิตยี่ห้อ “ดอยคำ” ของโครงการหลวง นอกจากนมถั่วเหลืองจะเตรียมยากแล้ว เด็กบางคนไม่ชอบเลยบอกว่าเหม็น ต้องใช้ใบเตยกลบกลิ่น ใส่น้ำตาล ซึ่งต้องใช้เป็นพิเศษ เพราะว่าราคาแพง ครูที่ปรุงบางทีก็ใส่น้ำตาลมากเกินไป ทำให้หวานเจี๊ยบ และน้ำตาลหมดเร็ว ต้องจัดสูตรให้ตายตัว อย่างไรก็ตาม ผงถั่วเหลืองเป็นที่นิยมและใช้มาในโรงเรียน ตชด. จนทุกวันนี้”

ภายหลังข้าพเจ้าได้ศึกษา ว่าการให้นมวัวจริง ๆ เด็กจะได้สารอาหารเพิ่มอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคลเซียมซึ่งเป็นธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ข้าพเจ้าจึงไปซื้อนมผงเป็นกระสอบมา เมื่อเปิดกระสอบใช้แล้ว ให้เทนมผงที่เหลือใส่ภาชนะที่มีฝาปิดแน่นหนา

กระทรวงศึกษาฯ และสาธารณสุขมีนโยบายให้นมกล่องยูเอชทีด้วยเหตุผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งที่ทราบมา คือ แม้ว่าแพง แต่สามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณได้ การชงนมผง ถ้าชงไม่เป็น เก็บไม่ดี จะสกปรก และชื้นจับกันเป็นก้อน แต่ข้าพเจ้าคิดว่านมผงคุณค่าอาหารดี ราคาย่อมเยา ขนส่งง่าย การชงนมไม่ดี ข้าพเจ้าก็เคยพบด้วยตนเอง ที่โรงเรียนให้เด็กอนุบาลชงนมเอง เละไปหมด ข้าพเจ้าเชื่อใจว่า ครู ตชด. จะดำเนิน การได้เรียบร้อยและเป็นระบบ”
นอกจากโครงการอาหารกลางวัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ยังทรงส่งเสริมการศึกษา ทั้งการพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนจนถึงขั้นสูงสุด ตามระดับความสามารถและความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ไม่สามารถศึกษาต่อ รวมทั้งพวกที่ไม่มีสัญชาติ ทรงมีพระราชประสงค์ให้ฝึกอาชีพที่สามารถใช้ได้ในท้องถิ่น โดยทรงจัดหาผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพให้การอบรม

ถึงวันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามงานอย่างต่อเนื่อง เสด็จฯ ทรงตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ ในท้องถิ่นห่างไกลด้วยพระองค์เอง ด้วยพระพักตร์แจ่มใส ทรงมีพระอาการกระตือรือร้นในการทอดพระเนตรสิ่งต่าง ๆ ด้วยความสนพระราชหฤทัย นำมาซึ่งความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรในพื้นที่และปวงประชาที่ติดตามพระราช
จริยาวัตรในพระองค์ ด้วยความภักดียิ่ง

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงเป็นรัตนนารีศรีแผ่นดินสยามยั่งยืนนานเทอญ. :o

ที่มา : หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์

ahingsaka
07-25-2007, 03:14 PM
ในส่วนตัวผมเอง ผมปลื้มท่านมาก

Nu_Bombam
07-25-2007, 06:39 PM
ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีครับ ตอนเรียนประถม ครูภาษาไทยชอบนำท่านมายกตัวอย่างบ่อยๆ
อนุโมทนาครับ

Attawat_Rx
07-25-2007, 10:11 PM
บอกให้เรียกว่า ลูกแก้วนะ ลูกคนนี้ เพราะว่าต่อไปจะเป็นนางแก้ว ของบ้านเมือง...”


สาธุครับ

รากแห่งธรรม
07-25-2007, 10:51 PM
อ้าโฉมประโลมล่องฟ่องฟ้า
สามโลก ฤาหาเทียบได้
แจ่มจรัสประโลมหล้ายาใจ
เพ่งพิศไว้กลัวหายดังสายลม
บทประพันธ์ลักษณวดี เรื่อง มหารานี
บทประพันธ์ข้างต้นกล่าวบรรยายถึงนาเองในเรื่องที่เป็นเจ้าหญิงแต่ที่ยกมาเพราะเห็นควรกับสมเด็พระเทพฯเพราะพระองค์ทรงงานอย่างมากมายหนักหนาเพื่อความสุขและความรู้ตลอดจนปากท้องของประชาชนในชนบทพระองค์ทรงพระสิริโฉมทั้งภายในและภายนอก อันหาได้ยากยิ่งใน3โลก