|
ธวัชชัย
|
 |
« เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 11:31:58 AM » |
|
การจดบันทึกคำบรรยายต่อไปนี้ ผมทำเท่าที่จะรับฟังได้ เนื่องด้วยบางครั้งสัญญาณไม่ดีฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ บางวันก็ฟังไม่รู้เรื่องเลยตตลอดรายการ เท่าที่จดมาได้นี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับสำหรับผู้ที่ไม่มีโอกาสรับฟัง
อีกประการหนึ่งที่หวังก็คือ คำถามที่ได้มีผู้ถามไปแล้ว คงไม่ต้องนำไปถามช้ำๆซากๆอีกแล้วนะครับ ยกตัวอย่างเช่น คำถามเรื่องแหวนจักรพรรดิหรือห้อยพระแล้วเข้าห้องน้ำได้ไหม วางไว้ในที่ต่ำได้ไหม ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงได้ไหม ใส่แล้วไปซักล้างได้ไหม อะไรทำนองนี้ เพราะท่านตอบไว้หลายวาระ และในกระทู้นี้ก็มีโพสไว้ละเอียดมากพอแล้ว เป็นต้น
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และอานิสงค์ผลบุญทั้งหมด ผมขอยกถวายเป็นอาจาริยบูชาครับ
1 พย. 52 ณ ห้างแฟรี่แลนด์ นครสวรรค์ หลวงตา ทำใจให้สบาย ทำกายให้สงบ ทำใจให้สงบ ทำกายให้สบาย คนที่เข้าวัดสวดมนต์ไหว้พระ จะไม่เกิดก็ได้ หลวงปู่สอนให้รู้เกิด รู้ตาย ตายแล้วจะไปไหน เราจะบังคับให้ไปที่ไหนก็ได้ ตัวเราเองจะบังคับให้ทำดี ทำไม่ดีก็ได้ ถาม การแก้กรรม ทำได้จริงหรือ? หลวงตา คนเรามีกรรมเป็นแดนเกิด ไม่มีใครแก้ได้หรอก หลวงปู่สอนหลวงตาว่า เอ็งไปสะเดาะเคราะห์ มันจะได้เรื่องอะไร กระแสอยู่ที่จิต พลังงานอยู่ที่การกระทำ ถ้าเราบันทึกกระแสบุญบ่อยๆ และถ้าบันทึกตอนที่จิตเรานิ่งๆ พลังงานที่ไม่ดีจะเข้าไม่ได้ ถ้าจิตคิดถึงบุญตลอดเวลา กระแสกรรมก็จะเข้าไม่ได้ แต่ถ้าสวดไปด้วยคิดเรื่อยเปื่อยไปด้วย จะได้เพียงครึ่งเดียว ต้องจ่อเข้าไปจริงๆ และถ้าจิตนิ่งๆจริงๆ กระแสจิตและกระแสแห่งกัมมัฏฐานจะเป็นสายใย เมื่อคิดถึงเมื่อไรจิตจะอยู่เลย อย่างนี้เรียกว่าการเบนกระแส แก้ไม่ได้แต่เบนได้ ถาม มีคนป่วยหนักอยู่ที่บ้าน สวดเองไม่ไหวแล้ว จะช่วยได้อย่างไร? หลวงตา เอารูปพระ รูปหลวงปู่ติดในบ้านเยอะๆ ให้เห็นตลอดเวลา เวลาใกล้ตายจะได้นึกออก ให้คนป่วยดูภาพ หลวงปู่. บ่อยๆ จิตจะอยู่กับพระ ภาพของ หลวงปู่. ทุกภาพถึงแม้ไม่ได้เสก ก็มีชีวิต คุยได้ทุกภาพ ถาม คู่ครองเสียชีวิตไปแล้ว จะอธิษฐานตามอย่างไร? หลวงตา ถ้าเขาเสียชีวิตไปก่อน เราอธิษฐานตามได้ แต่ถ้าเราเสียชีวิตก่อน เขาอาจไม่อยากตามเราก็ได้ ถ้าเป็นเทวดาแล้ว เลือกไม่ได้ แต่ขณะที่ยังเป็นคนสามารถเลือกได้ จะเลือกตามหรือไม่ตามก็ได้ การอธิษฐานตามคู่ ทำได้โดยการทำกัมมัฏฐาน จิตนิ่งๆแล้วอธิษฐานขอตามไป กรรมส่งผลต้องมีองค์ประกอบครบทั้งสามอย่าง กาย วาจา ใจ มโนกรรมอย่างเดียว ใช้เวลานาน เพราะจิตเป็นของละเอียด ต้องใช้เวลานานจึงจะมีพลังงาน ถาม เราจับพลังงานพระเพื่ออะไร? หลวงตา เวลานึกถึงพระ นึกถึงหลวงปู่ จิตของเราจะอยู่ที่พระ อยู่ที่หลวงปู่ เป็นไตรสรณคมน์ ปิดกั้นพลังงานไม่ดีได้ หลวงปู่ให้เรากำพระระลึกถึงพระบ่อยๆ เป็นกุศโลบายให้จิตเราแนบแน่นกับพลังงานดี ใช้หลบพลังงานที่ไม่ดี (เช่น กรรมไม่ดี เพราะขณะที่จิตติดพระ พลังงานอื่นจะเข้าแทรกไม่ได้) และถ้าจิตติดอยู่กับคำสวด ก็เป็นการพักจิตไปด้วย ถาม ถ้าจิตจดจ่ออยู่กับอารมณ์มากๆ จะเกิดปัญญาทางธรรมได้หรือไม่? หลวงตา ได้ และเป็นประโยชน์มาก จิตอยู่ตรงกลาง อารมณ์และสติอยู่คนละข้าง ทำอะไรก็ให้นึก พอเรานึก ก็เป็นการอธิษฐานแล้ว พอนึกถึงภาพ กระแสก็มาแล้ว เราสามารถแผ่บุญให้กับโอปปาติกะทุกชั้น ภพภูมิทุกชั้น ญาติทุกชั้นที่พอจะมาเอาบุญได้ ให้นึกทุกครั้ง ไม่นาน เวลาเราสวดมนต์ เขาจะมาสวดด้วย เหมือนแฝง พอเริ่มทำ แสงเริ่มที่เรา ก็ไปที่เขา เขาได้บุญทุกครั้ง เวลาเราตาย เขาก็เกิด เป็นการฝากกระแส เรารักษาศีล ทุกลมหายใจเข้าออกมีแสงสว่าง (ถ้าอารมณ์ดี) คิดดูว่าเราจะได้เท่าไร เขาจะได้เท่าไร ปีหนึ่งๆมหาศาลนะ ถาม เวลาสวดพระจักรพรรดิ เห็นยันต์ต่างๆ จะอธิษฐานเอาไปใช้ได้ไหม? หลวงตา ได้ การสวดจักรพรรดิได้ทั้งบุญฤทธิ์ และอิทธิฤทธิ์ เวลาสวดให้นิ่งๆ จ่อเข้าไปจริงๆ ถาม สวดจักรพรรดิรักษาโรคมะเร็งได้หรือไม่? หลวงตา ได้ อธิษฐานแผ่บุญไปให้โอปปาติกะ ทำกัมมัฏฐานบ่อยๆ ทำใจให้สบาย ให้พลังงานบุญเข้าตัวบ่อยๆ คนเรายังไม่รู้ ความฝันทำให้เกิดโรคได้ ในโลกแห่งโอปปาติกะก็เหมือนโลกเรานี่แหละ เวลาเราฝันไปทำโน่นทำนี่ ตื่นขึ้นมาบางทีเรารู้สึกเหนื่อยเลย วิญญาณไปเจอสิ่งไม่ดี พลังงานไม่ดีเข้า กลางคืนจึงอันตราย ถ้าเราสวดหลับไป พอตื่นแล้วรู้สึกว่าเหมือนแป๊ปเดียว แสดงว่าจิตเป็นสมาธิดีในขณะหลับ อย่างนี้ป้องกันอันตราย
2 พย. 52 ณ จังหวัดปราจีน ถาม ทำอย่างไรให้ได้บุญเยอะๆ? หลวงตา ทำจิตให้สบายๆทั้งวัน ทรงอารมณ์บุญ บุญที่เกี่ยวเนื่องกับเราจะเข้ามาเอง ถาม ปฏิบัติให้ถึงเลือกเกิดได้ ต้องทำถึงขั้นไหน และจะรู้ได้อย่างไร? หลวงตา ทำจนรู้ว่าหลับไปเมื่อไร คือ ภาวนาจนหลับ และเมื่อตื่นนอนตอนเช้า พิจารณารู้ว่าหลับไปตอนไหน ถาม เวลาหลวงตาอธิษฐานพระนานๆ กับแป๊ปเดียวเหมือนกันไหม? หลวงตา เหมือนกัน พลังงานเป็นของผู้มีกำลัง เราเป็นสาเหตุ ดังนั้นจึงมีของเราพ่วงไปด้วย แต่ไม่ใช่ของเราเอง เวลาอธิษฐานให้นึกถึงหลวงปู่ พลังบารมีรวมของหลวงปู่ พระโพธิสัตว์ทั้งหมด พระอรหันต์ทั้งหมด ไปที่พื้นดิน (ลูกโลก) ผู้ที่กำลังสร้างบารมีทั้งหมด (เพราะพลังงานบารมีจะสะสมอยู่ในแผ่นดิน) แล้วไปที่เราเทพระ อาจจะบวกที่เราอธิษฐานด้วย ถาม ภาพของหลวงปู่ทุกภาพถามได้หรือไม่? หลวงตา ได้ หลวงปู่บอกว่าภาพของท่านทุกภาพ ไม่ว่าจะอธิษฐานจิตหรือไม่ ก็เหมือนกัน สามารถพูดคุยได้ทุกภาพ คือท่านให้ถามบ่อยๆ กระแสของเรากับกระแสของท่านจะมีความผูกพันกัน เป็นสายใย ถามทุกวันยิ่งดี จะนอนถามก็ได้ ถามได้ทุกเรื่องทั้งทางโลกทางธรรม ตื่นนอนก็นึกถึงท่าน ก่อนนอนก็นึกถึงท่านจนหลับไป ภาพของหลวงปู่จะเอาไว้ปลายเตียงก็ได้ ตื่นนอนปั๊ปมองเห็นเลย ก่อนนอนก็มองท่านจนหลับไป หลวงตาทำมาแล้ว ไม่เห็นเป็นไร เพราะภาพท่านอยู่ข้างบนโน่น เท้าของเราอยู่ข้างล่าง คนละส่วนกัน ถ้าไม่กลัวนะ ถาม เวลาสัพเพ ถ้าไม่ได้คล้องพระ จะนึกถึงหลวงปู่แล้วสัพเพเลยได้หรือไม่? หลวงตา ได้ นึกถึงหลวงปู่ ตาเราเห็นที่ๆจะสัพเพ แล้วสัพเพไปเลย ถาม แหวนสามารถปิดอันตรายได้ แล้วพระผงจะเหมือนกันไหม? หลวงตา หลวงปู่อธิษฐานแหวนเป็นพิเศษให้ปิดอันตราย คือ อันตรายาปิ แต่พระผงไม่ได้เจาะจง ถาม หลวงตาสอนว่า มโนกรรมอย่างเดียวต้องใช้เวลานานมากกว่าพลังงานจะสะสม ดังนั้น เราจะใช้การอธิษฐานอย่างเดียวก็ไม่พอใช่ไหม ต้องมีกายกรรม และวจีกรรมควบคู่ไปด้วย? หลวงตา ใช่ ต้องมีองค์ประกอบของกรรมครบ จึงจะให้ผลเร็ว
3 พย. 52 ณ บ้านคุณ ฐานันดร โคราช ถาม ทำอย่างไร ให้เห็นภพภูมิด้วยตาเนื้อ? หลวงตา อารมณ์สบายๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น (ไม่ถึงฌาน) ถาม แหวนจักรพรรดิสามารถปิดอันตรายได้ จะสามารถคุ้มครองคนรอบข้างเราได้ไหม เช่นเวลาเดินทาง? หลวงตา ต้องอธิษฐานก่อน ต้องครอบก่อนเดินทาง ถาม ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เจ้ากรรมนายเวร กับการสัพเพฯไปให้ เหมือนกันต่างกันอย่างไร? หลวงตา เหมือนกัน จะได้มากได้น้อยขึ้นอยู่กับกำลัง กำลังมากได้มาก กำลังน้อยได้น้อย ถาม ทำอย่างไรจะมีกำลังเยอะๆ จะได้สัพเพฯไปไกลๆ? หลวงตา กำหนดไปที่พระโพธิสัตว์กำลังเต็ม ที่กำลังสร้างบารมี แล้วไปยังเป้าหมาย เช่นไปที่คนป่วย ถาม ต้องการถอนคำอธิษฐานที่ตามกันมาตั้งแต่อดีต ทำอย่างไร? หลวงตา ถอนไม่ได้ เพราะพลังงานไม่สูญหาย ต้องใช้วิธีอธิษฐานให้ใหญ่กว่า ให้มากกว่า เช่น อธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระปัจเจก หรือ ช่วยพระศาสนา เป็นต้น ต้องอธิษฐานทับเข้าไปบ่อยๆ คำอธิษฐานสุดท้ายจะมีผลที่สุด คำอธิษฐาน เมื่อกระทำแล้วก็สำเร็จไปแล้วถ้าไม่ซ้ำก็ไม่ได้ คือ ได้อธิษฐานไง แต่อธิษฐานไม่ได้ ถาม เมื่อมีกรรมกำลังตามเราอยู่ เราจะรู้ได้อย่างไร? หลวงตา จะอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด มีลางบอกเหตุ ให้พิจารณาชีวิตประจำวันย้อนหลังไปให้ดีๆ จะรู้นะ จะมีลาง ถ้าเราภาวนาอยู่จิตสบายๆ คือการยับยั้งสิ่งไม่ดีไม่ให้เกิด หลวงพ่อท่านว่า หนักจะเป็นเบา เบาจะหาย เข้าใจนะ ให้พิจารณาอดีตมาที่ปัจจุบัน เพื่อแก้อนาคตไง ถาม ใช้พระผงฯ ทำน้ำมนต์ ทุกคนทำได้เหมือนกันไหม? หลวงตา ได้ อยู่ที่ศรัทธาบวกกับคำอธิษฐาน เคยมีคนป่วยหนักมาหา หลวงตา ให้พระไปองค์ สอนให้ไปทำน้ำมนต์ดื่ม ให้สวดมนต์ภาวนา ถือศีลตลอดชีวิต ช่วยเหลือสัตว์ทั้งหลายเท่าที่กำลังจะทำได้ ทุกวันนี้ยังมีชีวิตอยู่เลย ถาม ครอบครัวต้องแยกกัน แต่มีความรักความผูกพันกันอยู่ จะทำอย่างไรให้สามารถกลับมาอยู่ด้วยกันอีก? หลวงตา ใช้อธิษฐานเอา เพราะบางชาติเราเคยแยกเขามา เช่น เลี้ยงนก ไปแยกเขามาตลอดชีวิต เป็นการพลัดพรากจากคนรักตลอดชีวิต คนมีอาชีพขายด้วย ถึงแม้เราจะเลี้ยงเขาอย่างดี เพื่อความสวยงาม ถึงตายไปเป็นเทวดา มีวิมานสวยงาม แต่ข้างนอกมีจักรวิ่งวนรอบ ออกไม่ได้ เสวยบุญอยู่แต่ในวิมาน ต้องใช้อธิษฐานทับ คำอธิษฐานที่มีผลมากที่สุด คือครั้งหลังสุด เพราะยังใหม่ๆอยู่ อธิษฐานคือ การสร้างและการเสวย การกระทำและการรับ คือ เจตจำนง เช่น เป็นชาติสุดท้าย เมื่อเริ่มทำ ต้องมีสัจจะ จะส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ สัจจะ ไป วิริยะ ขันติ ฯลฯ เป็นลูกโซ่ด้วยเป็นกำลังด้วย พออธิษฐานเป็นการเร่งแล้ว ต้องทำไปด้วย ไม่งั้น ก็ได้แต่อธิษฐานไง แต่อธิษฐานไม่ได้ ถาม ถ้าปรกติไม่สวด ตอนตายจะสวดได้ไหม? หลวงตา ตอนมีชีวิตไม่ได้สวด ตอนตายจะนึกไม่ได้ ถาม เวลาทำสมาธิและสวดไปด้วย รู้สึกอึดอัด แก้อย่างไร? หลวงตา อย่าไปดูที่ตัวเอง อย่าไปดูลม จะอึดอัด เพราะเรายังไม่ชำนาญไง หลวงพ่อท่านบอกให้เอาจิตไปจับที่ภาพท่าน หรือจะเป็นพระพุทธรูปก็ได้ นึกถึงพลังงาน นึกถึงภาพแล้วสวดไปด้วย ถาม ไปพรากสัตว์มาเลี้ยง เป็นบาปทำให้ต้องพรากจากครอบครัว จะแก้ได้อย่างไร? หลวงตา การที่เราไปพรากลูกสุนัขจากแม่ ทำให้เราต้องจากครอบครัว เป็นเศษกรรมฮะ เราใช้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็หมด มันหมดได้ เหมือนเราเป็นแผล รักษาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็หายได้ ถ้าเราไม่ได้ทำกรรมต่อเนื่อง สวดมนต์ ภาวนาไป หายได้ หมดฮะ ถาม ขอหลวงตาอธิบายเรื่องการอธิษฐาน หลวงตา หลวงพ่อท่านสอนว่า พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ท่านนิพพานไปแล้ว แต่พลังงานท่านยังอยู่ ต้องตั้งพระพุทธก่อน ตั้งแต่พระพุทธเจ้าองค์แรก องค์ปฐมเลย พระบรมมหาจักรพรรดิทุกพระองค์ พระปัจเจก พระโพธิสัตว์ พระธรรม พระอริยะสงฆ์ จนถึงบารมีกำลังรวมของหลวงพ่อดู่ท่านเป็นที่สุด บุญในโลกมนุษย์นี่ ถ้าเรากำหนดไป ไม่มีที่เขาจะไม่มา เพราะในโลกทิพย์เขาต้องการอย่างเดียวคือ บุญ หลวงพ่อท่านว่า เองลองตายดูซิ ถาม พระอรหันต์และพระโพธิสัตว์ต่างกันอย่างไร? หลวงตา พระอรหันต์ท่านดูตัวเอง น้อมเข้าหาตัวเอง พระโพธิสัตว์ต้องมองไกลๆ เก็บทุกอย่างเรื่องบุญ พระโพธิสัตว์คือ นักธุรกิจระยะยาว จะหลอกให้คนมาสวดเยอะๆยังไงดี ธุรกิจทุกอย่างที่เป็นบุญเอาหมด ตื่นเช้าขึ้นมา คิดแล้ว จะสร้างบุญอย่างไร พระโพธิสัตว์จะมีแสงวับๆ แสงไกล พระอรหันต์จะสว่างจ้า เป็นประกายพรึก ใสแต่จะไม่แวววาว พระโพธิสัตว์จะมีแสงหลายสี ถ้าเป็นพระโพธิสัตว์ ตื่นเช้ามาก็นึก วันนี้จะเอาบุญอะไรดี แต่พระอรหันต์ไม่เอาอะไรแล้ว ห่วงตัวเองมากกว่าห่วงคนอื่น คนบางคนชาตินี้อาจจะไม่เคยอธิษฐาน แต่การกระทำมันคล้าย การกระทำมันบอก คือ เดือดร้อนแทนคนอื่นอยู่เรื่อย ห่วงคนอื่นอยู่เสมอ ถาม เวลาสวด นึกภาพจักรพรรดิมาซ้อนที่ตัวเราเลยหรือเปล่า? หลวงตา นึกจักรพรรดิยังไงก็ได้ ให้มาซ้อมที่ตัวเราเลย พอเราเริ่มสวด แสงสว่างก็มาที่เรา สว่างไปทั่วสามแดนโลกธาตุ ภพภูมิเขาก็ตามแสงมาที่เรา เขาอาจจะไม่ได้มาเอง แต่กำหนดจิตมาก็ได้
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2009, 11:50:05 AM โดย ธวัชชัย »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ธวัชชัย
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 11:34:17 AM » |
|
วันที่ 4 พย. 52 โคราช ถาม ถ้าเราน้อมจิตไปนิพพาน จะทำให้เป็นการเร่งกรรม จริงหรือไม่? หลวงตา ไม่เกี่ยวกัน กรรมถ้าครบวงจรมันก็มา ถ้าครบองค์ประกอบมันก็มา ถ้านึกถึงมันก็มา ท่านให้สวดมนต์ เพราะในขณะที่เราสวดมนต์จิตอยู่กับคำสวด ดีหรือไม่ดีเราก็ลืมหมด ถ้าสวดบ่อยๆ จิตสบาย กายสบาย สิ่งที่ไม่ดีก็เข้ามาไม่ได้ เจ้ากรรมนายเวรอยู่ที่ไหน ใครจะรู้ เขาอาจจะเป็นเทวดาอยู่ก็ได้ ถ้าเขาเป็นเทวดาอยู่ เขาจะโกรธไม่ได้ ถ้าโกรธ ลงเลยนะ เพราะเขากำลังเสวยบุญอยู่ และถ้าเขาอยู่ข้างล่าง ในนรกนะ เขาก็กำลังเสวยกรรมอยู่จะระลึกถึงเราได้ยังไง และถ้าเขาเป็นสัมภเวสี จะล่องลอยอยู่ที่ไหนในขณะนี้ ก็ไม่มีใครรู้ ถ้าเป็นมนุษย์ เขาจะจำอะไรได้ไหม เราเองยังจำอะไรไม่ได้เลย ใช่ไหม จำได้แค่ชาตินี้ ถาม เรื่องหมั่นดูจิต รักษาจิต หลวงตา ทำใหม่ๆ มันทำไม่ทันหรอก หลวงปู่ ท่านให้ดูภาพท่าน สวดจักรพรรดิไป ตอนนี้ตามไม่ทันหรอก ไม่มีพื้นฐานของความสงบ ถาม พลังงาน กับ พุทธคุณ เหมือนกันหรือไม่ หลวงตา อยู่ที่ผู้ที่บรรจุพลังงานเข้าไปในองค์พระ อยู่ที่การอธิษฐาน เหมือนเรามีแผ่นดิสก์เปล่า มีแต่รูปไม่มีพลังงาน เราก็บรรจุพลังงานเข้าไป บรรจุได้ไม่มีประมาณท่านบอก เวลาสวดไตรสรณคมน์ พลังงานจะเข้าไป พลังงานมีหลายอย่าง ดี ไม่ดี ความเพลิดเพลิน ความเศร้า เป็นพลังงานหมด การบรรจุพลังงานก็เหมือนกรรม ด้องมีครบทั้ง กาย วาจา ใจ ในยุคนี้ท่านบอกให้ระวังอาหาร อากาศ มันเป็นพิษ เพราะว่าโรคบางโรคมันไม่เกี่ยวกับกรรม จะโทษเจ้ากรรมนายเวรไปทั้งหมดไม่ได้หรอก ป่วยก็ต้องกินยา ถาม เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เราสวดถึงขั้นที่จิตได้บันทึกเอาไว้ได้แล้ว หลวงตา ให้อธิษฐาน แต่อย่าไปเกินกำลัง ต้องอธิษฐานไม่เกินกำลัง เช่น เอาให้คนอื่นฝันเห็นเราได้ ถ้าจิตไม่ดี อารมณ์ไม่ดี จะไม่บันทึก ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรืออยู่วัด ถ้าจิตใจทรงอารมณ์ได้ดี จิตจะบันทึกแสงสว่าง ถ้าจิตใจฉุนเฉียว บุญก็หนีไป จะบันทึกแต่สิ่งไม่ดี คนที่ช้า เพราะอารมณ์ไม่แน่นอน สลับไปสลับมา สมาธิไม่เกิด ธาตุขันธ์ไม่ปรกติ ท่านว่าให้ดูที่จิตนั่นแหละ ถ้าเราสวดไปเรื่อยๆนะ ถ้าเอาจริง 3-5 ปี จะเกิดการเปลี่ยนแปลง จิตเราจะหลีกสิ่งไม่ดี หลีกไปหลีกมา จนกว่าจะมีกำลัง พอมีกำลังแล้วจะไม่เกิดก็ได้ จะสร้างบารมีต่อก็ได้ ถาม ถ้าเราไม่เคยสะสมบารมีมาแต่ชาติก่อน เราจะไปนิพพานในชาตินี้ได้หรือไม่? หลวงตา เราต้องเร่งสวดมนต์ภาวนา ทำได้ทุกคน คนเราถ้าไม่มีของเก่า จะไม่เข้าวัดหรอก เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากไปนิพพาน ก็ต้องเร่ง ถาม จะสวดจักรพรรดิอย่างไรให้ได้ผล หลวงตา สวดคนเดียวเงียบๆ จะให้ขลังก็จุดเทียนเล่มหนึ่ง กำหนดถึงภพภูมิแถวๆนั้น สวดเบาๆไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะมีมาสวดด้วย อย่ากลัวท่านว่า เพราะเราเป็นประโยชน์ เขาเห็นแสงสว่างเขาก็มาเอาบุญ ท่านถึงให้เวลาสวดให้กำหนดไปรอบๆสถานที่ๆเราสวด ถาม หลวงพี่เล็กวัดท่าขนุน บอกว่าการเร่งไปนิพพานชาตินี้จะทำให้เจ้ากรรมนายเวรเร่งบีบมาก บางครั้งทำให้หนักเลย จะแก้ได้ไหม? หลวงตา เรื่องเจ้ากรรมนายเวรนี่ ว่าตามจริง ถ้าขณะนี้เขาเกิดเป็นเทวดา เขาก็กำลังเสวยบุญอยู่ในวิมาน เขาจะโกรธไม่ได้ และถ้าเขาเสวยกรรมอยู่ในนรก เขาก็ไม่สามารถระลึกได้ ถ้าเขาเป็นสัมภเวสี เขาก็ไม่รู้อยู่ที่ไหนในขณะนี้ ถ้าเป็นคนก็คงจำอะไรไม่ได้ เหมือนกับเรานั่นแหละ เคยพิจารณานะ ตั้งแต่เข้าวัดใหม่ๆโน่น เจ้ากรรมนายเวรจริงๆ ก็คนรอบข้างเรานี่แหละ ผัวกันเมียกัน ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น เวลาทะเลาะกันนี่ถึงฆ่ากันตาย ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องพิจารณาตามความเป็นจริง สวดจักรพรรดิได้ทั้งบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ เวลาสวดจิตของเราจะทรงเครื่อง อาทิสมานกายของเราจะเป็นสีขาว เพราะจิตบันทึกบุญ แต่ถ้าอารมณ์ไม่ดี จิตขุ่นมัว จิตจะไม่บันทึกบุญ จะมีสีใกล้ดำ หลักสูตรพระโพธิสัตว์ก็เหมือนกับหลักสูตรนักธุรกิจ ถ้าเข้าใจนะ พระอรหันต์ท่านไม่เอาอะไรแล้ว แต่พระโพธิสัตว์นี่ต้องทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่หวังผลชาตินี้ชาติเดียวด้วย ต้องคิดยาวๆไปข้างหน้า เวลาสวดให้กำหนดจิตไปหลายๆที่ เป็นการบังคับจิตให้อยู่กับการสวด พอชำนาญก็เป็นทิพยอำนาจ สามารถไปเต็มกำลังได้เลย ถ้าจิตไปสวดในที่อื่นๆโดยอัตโนมัตินั้น ถูกแล้ว เพราะมีกระแสเกี่ยวเนื่องกัน เป็นการไปครึ่งกำลัง มุนุษย์เราทุกวันนี้เกิดมารับเศษกรรม มีทั้งดีและไม่ดี แล้วก็ทำเพิ่มกันใหม่ ที่เราฝึกกันทุกวันนี้ เป็นการเตรียมตัวตาย ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ตายให้มันมีค่าหน่อย ตอนนี้เรายังบังคับจิตของเราไม่ได้ ต้องหาที่ยึดคือครูบาอาจารย์ เวลาเราฝันนี่ก็เหมือนไปครึ่งกำลัง ฝันว่าไปวิ่งอะไร เวลาตื่นขึ้นมายังรู้สึกเหนื่อย จิตมันทำงานตลอด ไม่มีวันพัก จะพักเวลาที่เรานิ่ง เราภาวนา จะดูจิตให้รู้ทันจิต นี่ไม่ทันหรอก เผลอแป๊ปไปแล้ว เดี๋ยวก็กลับมาอีก นอกจากเวลากระทำอะไรอยู่แล้วคิดนะทัน เพราะมีทั้งรูปและนาม เวลาสวดแล้วเห็นภาพนี่ แสดงว่าจิตแยกออกจากกายหลายส่วนแล้ว ทำไปเรื่อยๆ จะสามารถไปเต็มกำลังได้ ถาม เราจะสามารถกำหนดไปที่หมอชีวกฯ แล้วไปรักษาโรคได้ไหม? หลวงตา ไม่ได้หรอก ท่านนิพพานไปแล้ว เราเป็นโรคอะไรก็กำหนดไปที่ยารักษาโรคได้ เพราะยารักษาโรคทุกอย่างอยู่ในโลกทั้งหมด กำหนดไปที่โลกแล้วไปที่หมอ วกกลับมาที่เรา ถาม ไปดูหมอที่เก่งทางใน บ้างก็ถูก บ้างก็ไม่ถูก เชื่อได้มากน้อยแค่ไหน? หลวงตา ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ไม่ดูหมอ ให้ดูตัวเอง กำหนดไปที่หลวงปู่ ท่านว่า ถ้าเราสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำ ลายมือจะเปลี่ยน ดูได้ทั้งสองข้าง หลวงปู่สอนกัมมัฏฐาน ท่านว่าอย่าไปท่ามาก พอตื่นขึ้นก็ให้ทำเลย ทำไปจนกว่าจะหลับ เข้าห้องน้ำก็ทำได้ เพราะธาตุเราอยู่ในห้องน้ำ แต่จิตเราโน่น อยู่วัดสะแกโน่น กระแสอยู่ที่ใจเรา แต่พลังงานอยู่เราทำ เช่น เวลาเรากินก๋วยเตี๋ยว ระลึกขึ้นได้ทันทีว่า เมื่อก่อนเคยกินที่ร้านโน้น อร่อยกว่านี้ นี่เห็นไหม กระแสอยู่ที่จิตเรา แต่พอคิดพลังงานในอดีตที่ร้านโน้นเข้าเลยทันที นี่เรื่องพลังงาน เข้าใจนะ ถาม ถ้าเราไม่ได้เชิญ ภพภูมิจะมาร่วมสวดเองได้หรือไม่? หลวงตา ภพภูมิมาสวดเองก็ได้ แต่ไม่ได้บุญ เพราะละเอียดต่อละเอียดมันยาก เราอยู่ตรงกลาง ทุกอย่างต้องผ่านมนุษย์ ต้องผ่านมาฟอกที่เราก่อน แล้วจึงไปที่เขา ถาม ถ้าสวดสองทุ่มครึ่งไม่ทัน จะสวดแบบเดียวกันหลังสองทุ่มครึ่งได้หรือไม่? หลวงตา ไม่ได้ แต่ฝากกระแสได้ ให้สวด นะโม 3 จบ แล้วจักรพรรดิ 1 จบแล้วสัพเพฯฝากกระแสบุญในวันนั้น
6 พย. 52 ณ บ้านเพชรเกษม 69 กรุงเทพฯ ถาม บทสวดพระจักรพรรดิจะอยู่อีกนานเท่าไร? หลวงตา อยู่จนหมดอายุพระศาสนานี้ ... ยุคปัจจุบันเป็นยุคครึ่งๆกลางๆ ท่านว่าต้องใช้กำลังจักรพรรดิ ... ถาม คนที่มีความทุกข์มาก สวดไม่ค่อยได้จะแก้ไขอย่างไร? หลวงตา ต้องเอากลางคืนออกกลางวัน หมายความว่า กลางวันสวดไม่ได้หรอก เพราะเรื่องกังวลมันมาก ให้หมั่นสวดกลางคืน สวดจนหลับไปนั่นแหละ ให้จิตอยู่กับบุญ เอาบุญตอนกลางคืน เดี๋ยวก็เลื้อยมากลางวันเอง เวลาสวดถ้าจิตเป็นสมาธิ ถ้าจิตนิ่งสบายได้ จะบันทึกได้ดี ถ้าเรานึกถึงใครสักคน เขาจะฝันเห็นเรา เวลาสวดให้นึกไปหลายๆที่ จะเห็นหลายๆที่ นึกไปภาคใต้บ้าง ที่โน่นที่นี่บ้าง ... คือ รูปอยู่แต่นามมันไป คือ จิตไป เวลาสัพเพฯเหมือนเรานั่งอยู่ แต่จิตเป็นมีความเป็นทิพย์ ... คนที่ช้า คือ พลังงานที่บันทึกเข้าไปในจิตยังมีกำลังไม่พอ เวลาสวด นะโมพุทธายะ จิตไม่อยู่ในหลวงปู่ดู่ ถ้าทำกัมมัฏฐานแล้วรู้สึกว่าเสียเวลา ท่านว่าให้พิจารณาที่ตัวเองไง คือ เวลาสวดจิตไม่จดจ่อ คิดไปเรื่อย ความคิดเป็นพลังงาน คิดไม่ได้เรื่อง จิตก็บันทึกเรื่องไม่ได้เรื่องได้ราว ท่านว่าใช้เวลา 5-10 ปีจะมีการเปลี่ยนแปลง ต่อไปข้างหน้าจะมีลูกศิษย์หลวงปู่เยอะ ... ถาม เวลาตาย ทำอย่างไรไม่ให้จิตไปนรก? หลวงตา สวดจักรพรรดิทุกวัน ปิดอบาย หลวงพ่อท่านรับประกัน ถาม ทำไมหลวงปู่ถึงสอนลูกศิษย์ให้ไปแต่พรหม? หลวงตา เพราะเป็นพรหมเนี่ย จะเกิดก็ง่าย จะสร้างบารมีก็ง่าย หรือ จะพ้นทุกข์ก็อีกนิดเดียว ถาม คนป่วยหนักจะทำอย่างไรให้สวดได้? หลวงตา ยากฮะ เพราะธาตุเขาบีบอยู่ ความเจ็บปวดมันมาก จิตจะเบลอๆ มีวิธีเดียวคือ ให้เห็นภาพหลวงปู่บ่อยๆ เพราะเห็นแล้วมันตกใจไง ความเจ็บป่วยจะทุเลาลง ถาม แรกๆสวดเห็นหลวงปู่แจ่มชัด เวลาสัพเพฯก็เห็นแสงสว่าง ตอนนี้กลับเห็นหลวงปู่แจ่มชัด แต่ไม่เห็นแสงสว่าง เห็นที่เราสัพเพฯเฉยๆ เป็นเพราะอะไร? หลวงตา ถูกแล้วละ ทำไปนานๆเข้าไม่เห็นหลวงปู่ แต่จะเห็นปลายทาง คือ วิญญาณที่เราจะสัพเพฯให้เลย พอเริ่มนึกถึงหลวงปู่ จะไม่เห็นหลวงปู่ แต่เห็นปลายเลย ชำนาญเข้าจะเกิดเปลี่ยนแปลงฮะ ทำไปเรื่อยๆอย่าสงสัย การอธิษฐานพระที่ทำ เริ่มตั้งแต่ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจก พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ เทพ พรหม ทั้งหมด กำลังของผู้ที่กำลังสร้างบารมีทั้งหมด มาร่วมกัน กำลังถึงจะเยอะ ถ้าคนเขานำไปกราบไหว้ แล้วเกิดปีตินี่ ลองคิดซิจะมีบุญขนาดไหน เพราะฉะนั้นถึงต้องดูดีๆ เวลาทำพระต้องให้ดูแล้วเกิดศรัทธา หลวงพ่อ ท่านสอนให้สร้างเอง ห้อยเอง ตอนหลังก็จารเองเลย เพราะคนสร้างคือ หลวงปู่ เราเป็นต้นเหตุของการกระทำ ใครทำก็ได้ นี่ทุกคนนี่ทำได้หมด ให้อธิษฐานมาทั้งหมด เทพ พรหม ทุกชั้น เพราะพระนี่เกี่ยวข้องกับเทวดา ต้องมีเทวดารักษา กำลังของผู้ที่กำลังสร้างบารมี และอาจจะเพิ่มของเราเข้าไปด้วย แต่หลักๆเป็นของหลวงปู่ท่าน หลวงตาทำแป๊ปเดียว (อธิษฐาน) ก็ได้แล้ว ไม่ยาก ให้นึกถึงรูปลักษณ์ เช่น พระขรรค์ก็นึกถึงพระขรรค์ของเทวดาที่มีพระขรรค์ พอนึกพลังงานก็มาแล้ว แล้วกำหนดผ่านลงไปในพระขรรค์ที่เราจาร ถาม ทำสมาธิเวลาไหนดีที่สุด? หลวงตา นักปฏิบัติจะนอนไว สวดมนต์เสร็จแล้ว 2-3 ทุ่มนอนเลย แต่ตื่นเช้านะ ตื่นตีสามตีสี่ ขึ้นมาก็ปฏิบัติเลย เพราะเวลานี้เป็นเวลาที่ธาตุขันธ์มันพัก จิตก็เหมือนกัน มันพักผ่อนอยู่ จะทำกัมมัฏฐานได้ดี
วันที่ 9 พย. 52 ณ สถานธรรมเชียงดาว ถาม คนฆ่าตัวตาย จะชวนให้เขามาร่วมสวดด้วยได้หรือไม่ จะช่วยเขาได้อย่างไร? หลวงตา ไม่ได้หรอก จิตเขาอาจไปเกิดแล้ว (ไปตามกระแสกรรม) แต่พลังงานของเขายังอยู่ พลังงานที่ฆ่าตัวตาย เป็นพลังงานที่เศร้าหมอง ต้องให้เขามาสวดมนต์ภาวนามากๆ เพื่อลดพลังงานเศร้านั้น ไม่งั้นเขาก็จะต้องฆ่าตัวตายอีก ถาม ถ้าจิตเขาไปเกิดแล้ว คนที่เกี่ยวข้องกับเขาจะอธิษฐานให้แก่เขาได้หรือไม่? หลวงตา ไม่ได้ เขาต้องอธิษฐานเอง ถาม ถ้างั้น เขาต้องมาเกิดใหม่อีก แล้วก็ต้องรับพลังงานเดิมที่เศร้าหมองนี้อีก ก็ต้องฆ่าตัวตายอีก ต่อไปไม่มีสิ้นสุดหรือครับ? ไม่มีใครช่วยเขาได้เลย? หลวงตา ใช่ นอกเสียจาก เขาจะเกิดมาเจอพระโพธิสัตว์ มาโปรดเขาให้รู้จักสวดมนต์ภาวนา ถาม ที่ หลวงตา สอนให้กำหนดใกล้ๆ เวลาอัญเชิญภพภูมิก่อนเวลาสวดนั้น หมายความว่าอย่างไร? หลวงตา อ้อ เทวดา พรหม นี่เขามาเองได้อยู่แล้ว แต่ภพภูมิที่ใกล้ๆนี่ บางทีเขายังมีกำลังไม่มาก ต้องเชิญถึงจะมาได้ เราต้องค่อยๆปรับให้เขาละเอียดมากขึ้นก่อน ต้องค่อยปรับจากใกล้แล้วค่อยขยายออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ให้กำหนดไปแถวๆนั้นทุกครั้ง ถ้าเรากำหนดดีๆ สวดนิ่งๆ จะรู้สึกถึงว่าเขามาร่วมสวดด้วย บางคนกลัว แต่อย่ากลัว หลวงพ่อ ท่านสอนไม่ให้กลัว ถาม หลวงตา ครับ พลังงานที่ หลวงตา ถ่ายทอดให้นั้น จะติดตัวไปนานแค่ไหนครับ? หลวงตา ตลอดชีวิต ถาม การอธิษฐานปรารถนาพุทธภูมิ หลวงตา หลวงพ่อ ท่านสอนให้พิจารณาเหมือนนักธุรกิจ ท่านว่า เองจะรู้อนาคตเป็นอย่างไร เองก็ดูที่ปัจจุบัน แล้วย้อนหลังไปสักสิบยี่สิบปี เองก็จะรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พุทธภูมินี่ต้องพิจารณายาวๆฮะ ต้องรู้ว่ามนุษย์ในกาลข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แล้วเราจะสร้างบารมีอย่างไรจึงจะดี เพราะเราต้องสร้างกับมนุษย์ ตอนที่ หลวงตา มาที่ถ้ำใหม่ๆ นี่ ไม่อยากทำอะไรเลย อยู่เฉยๆ สบาย ถึงเวลาเขาก็เอาข้าวมาให้กิน ไม่ต้องทำอะไร คิดเหมือนกัน เป็นสองกระแส คือ หนึ่งอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรก็ได้ อันนี้เราได้ประโยชน์เอง สอง เอาคำสอนหลวงพ่อบอกต่อไปให้คนอื่น นั่งคิดนอนคิดนานฮะ คิดตั้งสี่ปี เอ เราจะทำยังไงดี จะบอกต่อยังไง จะเอาพลังงานออกมาใช้ยังไง ต้องคิดฮะ ไม่ใช่คิดจะทำก็ทำ ยังงั้นจะเหนื่อย ดังนั้น ที่ทำพระกันนี่ต้องคิดฮะ ต้องคิดก่อนแล้วจึงทำ ถาม เราจะเลิกกามได้ยังไง? หลวงตา ไม่ได้ ถ้าเลิกได้ต้องไปอยู่ป่าแล้ว ถ้าเลิกกาม ก็ไม่เข้าท้อง คือ ไม่เกิดแล้ว กาม คือ กามาวจร รูป รส กลิ่น เสียง การติดใน รูป รส กลิ่น เสียง ถ้าเราสวดดีๆ บันทึกบุญดีๆ เราไม่เลิก แต่จะค่อยๆลด คือ เราไม่แสวงไง ปรกตินี่ เช่น เรามาเชียงใหม่ อะไรอร่อย อยู่ที่ไหน เราต้องไปทานให้ได้ แต่พอสวดนานๆนี่ เราไม่ไปแสวงแล้ว กินอะไรก็ได้ ถาม หลวงตา บอกว่าสวดไปนานๆ เราจะค่อยๆลดความอยากใน รูป เสียง กลิ่น รส ยังงี้ จะทำให้เรามีอาการเบื่อโลกหรือไม่? หลวงตา ไม่ฮะ ถาม ถ้าเราลดทุกอย่าง ไม่อยากได้อะไรแล้วนี่ จะเรียกว่าเป็นจิตวิเวกได้หรือไม่? หลวงตา ได้ ถาม หลวงตามีวิธีแก้ความท้อยังไง? หลวงตา ไปนอน หยุดพักก็ได้ หลวงตาท้อ หลวงตาก็หยุดสักพัก เดือนสองเดือน หายท้อก็กลับมาทำใหม่ การสวดมนต์ที่ถูกต้อง หลวงพ่อ ท่านว่าส่วนมากไหว้พระไม่เป็นกันทั้งนั้น ท่านว่าเวลาเรากราบพระพุทธรูปนี่ เช่น พระประธานในโบสถ์ ท่านให้มองที่พระ เริ่มต้นก็ตั้งจิตอนุโมทนาบุญกับผู้ที่สร้างพระสร้างวัด และผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต แล้วก็กราบ ครั้งที่หนึ่งว่า พุทธัง ชีวิตัง ปูเชมิ ขอถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา กราบครั้งที่สองว่า ธัมมัง ชีวิตัง ปูเชมิ ขอถวายชีวิตเป็นธรรมบูชา กราบครั้งที่สามว่า สังฆัง ชีวิตัง ปูเชมิ ขอถวายชีวิตเป็นสังฆะบูชา คือ บูชาพระรัตนตรัยด้วยชีวิต
วันที่ 10 พย. 52 ณ สถานธรรมทาขุมเงิน ถาม เวลาทำสมาธิ มีเสียงมาสอน จะเป็นเสียงของใคร? หลวงตา อาจจะเป็นเทวดา พระ หรือ ฤษี ที่เกี่ยวข้องกับเรามาในอดีต ถาม จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งได้หรือไม่? หลวงตา เป็นได้ ถ้าเป็นพระพุทธเจ้า ท่านจะสอนเรื่องธรรมล้วนๆ สอนแต่เรื่องพ้นทุกข์ ถาม เวลาสัพเพฯ แล้วรู้สึกหนัก เป็นเพราะภพภูมิเขามารับบุญใช่หรือไม่? หลวงตา ใช่ ความรู้สึกหนักเบา ขึ้นอยู่กับภพภูมิที่มา ถ้าเป็นภูมิละเอียด ความรู้สึกจะเบาๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุญของภพภูมิที่มา ถาม เวลาภาวนาเกิดปีติ เราควรจับอารมณ์ปีตินั้น หรือ ควรวางอุเบกขา? หลวงตา ให้วางเฉย จับภาพ หรือ จับที่กัมมัฏฐานไปเรื่อยๆ ถาม เกี่ยวกับการกำหนดจิตไปสถานที่ต่างๆ ในขณะที่สวดมนต์ภาวนา หลวงตา การนึกคือการแยกอยู่แล้ว ท่านให้ฝึกนึกไปหลายๆที่ เวลาฝันนี่ ถ้าเห็นภาพแสดงว่าจิตไปแล้ว 70-80 % เหลือสายใยกับธาตุนิดหน่อยเท่านั้น ถ้าไปแบบเต็มตัว จะเห็นตัวเองนอนอยู่ คือ จิตแยกออกจากกายเต็มที่เลย ถาม เกี่ยวกับพุทธภูมิ 100 ปีเกิดที? หลวงตา อย่างหลวงตานี่ ยุคสมเด็จองค์ปัจจุบันยังเหลืออีก 2500 ปี ก็จะเกิดได้อีกประมาณ 20 กว่าชาติ 100 ปีเกิดทีนะโดยประมาณ ถ้าตายตอนอายุสัก 50-60 ก็อาจจะขึ้นไปพักสัก 20 ปีแล้วค่อยเกิด แต่ถ้าตายตอนอายุสัก 80 ปีนี่ ก็เกิดเลย พุทธภูมิต้องมองไกลๆ หลายๆชาติ ไม่ใช่มองแค่ชาติเดียว อย่างครูบาศรีวิชัยนี่ ท่านเสียไปเมื่อไร สัก 70 ปีมาแล้วใช่ไหม นี่ก็ได้แล้วสองชาติไง คือ ที่ว่า 100 ปีนี่โดยประมาณ หลวงพ่อ หลวงปู่ ที่ดังๆนะ เห็นไหม ท่านเกิดมาแล้วท่านทำเลย บวชตั้งแต่เล็กๆ บวชตลอดชีวิต ท่านไม่เสวยบุญ ท่านเกิดมาทำอย่างเดียว สะสมอย่างเดียวเลย ชาติหนึ่งนี่ได้เยอะนะ ท่านจึงเต็มไว พวกเรานี่ บางคนอายุ 50-60 แล้วถึงเข้าวัด มันแตกต่างกันนะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
kittinun
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 11:43:06 AM » |
|
ขออนุโมทนาบุญทั้งหมดทั้งมวลนี้ด้วยครับ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
" เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ให้พากันปฏิบัติ " " โลกต้องไม่ให้ช้ำ ธรรมต้องไม่ให้เสีย อย่าปฏิบัติตนสุดโต่ง ต้องปฏิบัติธรรมสมกับฐานะและสภาพของแต่ละบุคคล "
|
|
|
|
Aun_Nonthaburi
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 12:00:02 PM » |
|
สาุธุครับ........อนุโมทนาบุญทั้งหลายทั้งปวง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
"เมตตาบารมีท่านมิอาจประมาณได้..มหาศรัทธาในใจของผมตลอดไป" "หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ" "หลวงตาม้า พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร"
|
|
|
Shambhala
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ

ออฟไลน์
กระทู้: 32
อะระหัง สุคะโต ภะคะวา
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 03:33:29 PM » |
|
สา..ธุ..
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
"รักทุกคน ไม่เกลียดใคร ไว้ใจเป็นบางคน"
|
|
|
|
nuutuk
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 04:47:12 PM » |
|
สาธุ สาธุ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
โง่ไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก โง่มากๆ ยากที่จะเป็นใหญ่
|
|
|
|
|
|
เจ้าสัว
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 07:07:48 PM » |
|
อนุโมทนาคับ
เป็นบุญอย่างยิ่งเลยครับ การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง
บางทีฟังไม่ทันคับ สาธุ...
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
"พุทธพรหมปัญโญ" "นะโม โพธสัตว์โต พรหมปัญโญ"
|
|
|
|
CatEyE
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 07:37:01 PM » |
|
อนุโมทนาสาธุครับ ได้ประโยชน์มากครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Warraset
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 08:46:40 PM » |
|
ขอบคุณครับ จะจดจำและนำไปปฏิบัติครับ อนุโมทนาครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
KIRATI
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 10:01:01 PM » |
|
อนุโมทนาบุญด้วยทั้งหมดทั้งมวลครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ใครจะใหญ่เกินกรรม
|
|
|
|
windmill
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 11:52:24 PM » |
|
มีบางคำตอบ ที่ตอนถ่ายทอดเสียงขาดหายไป ก็มาได้คำตอบจากการอ่านบทความนี้ อนุโมทนา สาธุ ค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ลีลาวดี
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 10:48:02 AM » |
|
อนุโมทนาในธรรมทานค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
"หมั่นทำเข้าไว้ ให้ดูจิต รักษาจิต”
|
|
|
|
nutchapron
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 11:00:01 AM » |
|
ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับข้อมูลความรู้ที่มอบให้ อนุโมทนา..สาธุค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
tikk
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2009, 11:27:28 AM » |
|
ขออนุโมทนาในธรรมทานค่ะ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
paaelle
|
 |
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2009, 10:35:55 AM » |
|
ขอพิมพ์แจกเป็นธรรมทานนะคะ โมทนาสาธุ...
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Anuntada
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2009, 11:46:30 AM » |
|
ขอขอบคุณ และอนุโมทนาค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Chitrngam
|
 |
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 09:58:16 AM » |
|
อ้างอิง : วันที่ 9 พย. 52 ณ สถานธรรมเชียงดาว ถาม คนฆ่าตัวตาย จะชวนให้เขามาร่วมสวดด้วยได้หรือไม่ จะช่วยเขาได้อย่างไร? หลวงตา ไม่ได้หรอก จิตเขาอาจไปเกิดแล้ว (ไปตามกระแสกรรม) แต่พลังงานของเขายังอยู่ พลังงานที่ฆ่าตัวตาย เป็นพลังงานที่เศร้าหมอง ต้องให้เขามาสวดมนต์ภาวนามากๆ เพื่อลดพลังงานเศร้านั้น ไม่งั้นเขาก็จะต้องฆ่าตัวตายอีก ++++++++++++++++++
อ่านแล้วงงนิด ๆ ค่ะคุณธวัชชัย หลวงตาบอกว่าชวนเขามาร่วมสวดมนต์ไม่ได้ แต่ตอนท้ายบอกว่า ต้องให้เขามาสวดมนต์ภาวนามาก ๆ
หรือว่าที่หลวงตาว่า "ไม่ได้หรอก" ทีแรกนั้นหมายถึงช่วยเขาไม่ได้แล้วเพราะเขาอาจไปเกิดแล้ว แต่สามารถชวนเขามาสวดมนต์ภาวนามาก ๆได้
ขอโมทนาในธรรมทานค่ะ จิตงาม
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
nong1307
|
 |
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 11:10:04 AM » |
|
ขออนุโมทนาบุญทั้งหมดทั้งมวลกับคุณธวัชชัยและผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
สาธุค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
หมั่นทำเข้าไว้...ให้หมั่นดูจิต รักษาจิต ...ของดีอยู่ที่ตัวเรา ของไม่ดีก็อยู่ที่ตัวเรา
|
|
|
|
baipool
|
 |
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 11:19:48 AM » |
|
ขออนุโมทนาทั้งหมดทั้งมวลค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ธวัชชัย
|
 |
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 11:22:31 AM » |
|
อ้างอิง : วันที่ 9 พย. 52 ณ สถานธรรมเชียงดาว ถาม คนฆ่าตัวตาย จะชวนให้เขามาร่วมสวดด้วยได้หรือไม่ จะช่วยเขาได้อย่างไร? หลวงตา ไม่ได้หรอก จิตเขาอาจไปเกิดแล้ว (ไปตามกระแสกรรม) แต่พลังงานของเขายังอยู่ พลังงานที่ฆ่าตัวตาย เป็นพลังงานที่เศร้าหมอง ต้องให้เขามาสวดมนต์ภาวนามากๆ เพื่อลดพลังงานเศร้านั้น ไม่งั้นเขาก็จะต้องฆ่าตัวตายอีก ++++++++++++++++++
อ่านแล้วงงนิด ๆ ค่ะคุณธวัชชัย หลวงตาบอกว่าชวนเขามาร่วมสวดมนต์ไม่ได้ แต่ตอนท้ายบอกว่า ต้องให้เขามาสวดมนต์ภาวนามาก ๆ
หรือว่าที่หลวงตาว่า "ไม่ได้หรอก" ทีแรกนั้นหมายถึงช่วยเขาไม่ได้แล้วเพราะเขาอาจไปเกิดแล้ว แต่สามารถชวนเขามาสวดมนต์ภาวนามาก ๆได้
ขอโมทนาในธรรมทานค่ะ จิตงาม
หมายถึงว่า ปัจจุบันหลังการฆ่าตัวตายแล้ว จิตเขาก็ไปตามกระแสกรรมแล้ว จะชวนให้มาสวดมนต์ไม่ได้แล้วครับ แต่หากเขาได้มาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ (แล้วได้พบกับเพื่อนของเขาคนนี้อีก หรือ ได้พบกับพระโพธิสัตว์ หรือ คนที่รู้เรื่องพลังงาน) หรือ ชาตินี้เขายังไม่ตาย ก็สามารถแก้ปัญหาโดยการชวนให้เขามาสวดมนต์เยอะๆเพื่อลดพลังงานแห่งความเศร้านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการฆ่าตัวตายอีก (อันนี้ผมเข้าใจว่า สามารถนำไปใช้กับคนที่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายได้ ก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตายจริงๆ) คนถามๆว่า จะสวดแทนเขาได้หรือไม่ (ในชาตินี้ เพราะคิดว่าจิตของเพื่อนเขาจะยังคงวนเวียนอยู่ ยังไม่ไปเกิด) ? หลวงตาตอบว่าไม่ได้แล้วครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2009, 09:24:20 PM โดย ธวัชชัย »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
kunnaja
|
 |
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 12:50:37 PM » |
|
อนุโมทนาบุญค่ะ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
namsompun
|
 |
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 01:51:46 PM » |
|
สาธุ๊ ค่ะ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
tavesub
|
 |
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 06:51:14 PM » |
|
สาธุครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Budthum
|
 |
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 04:23:39 PM » |
|
อนุโมทนาสาธุในธรรมทานค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
CHATUPORN
|
 |
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 05:15:35 PM » |
|
อนุโมทนาคะ มีประโยชน์มากจริงๆคะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
เขาดูเขา เราดูเรา
|
|
|
|
neng10
|
 |
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 09:24:01 PM » |
|
การให้ธรรมเป็นทานอันประเสริฐ ขอบคุณคุณธวัชชัยมากค่ะที่ได้จดบันทึกมาให้ค่ะ เป็นประโยชน์อย่างสูงค่ะ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
DhammaDa
|
 |
« ตอบ #28 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2009, 06:12:21 PM » |
|
สาธุ สาธุ ครับ..หลายคำตอบ ที่รอคอย ครับ.. ขอบคุณ มาก มาก ครับ ....สาธุ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
น้ำใส
|
 |
« ตอบ #29 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2009, 11:41:09 PM » |
|
ขอบคุณนะคะ สาธุ ^^
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง ขอบารมีหลวงปู่คุ้มครองสรรพชีวิตทั้งมวล
|
|
|
|
Goi
|
 |
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2009, 03:33:35 PM » |
|
อนุโมทนาสาธุ ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Pissanu
|
 |
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2009, 09:32:22 PM » |
|
อนุโมทนา สาธุครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
maeai47
|
 |
« ตอบ #32 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2009, 09:40:11 PM » |
|
มีประโยชน์มากๆครับ อนุโมทนา สาธุครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
chor
|
 |
« ตอบ #33 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2009, 10:36:31 PM » |
|
ขออนุโมทนาบุญทั้งหมดทั้งมวลนี้ด้วยครับ สาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
สัพเพ พุทธา สัพเพ ธรรมมา สัพเพ สังฆา พะลับปัตตาปัตเจกานัญ จะยัง พะลัง อรหันตานัน จะเตเชนะ รักขังพันธามิสัพพะโส พุทธัง อธิษฐามิ ธัมมัง อธิษฐามิ สังฆัง อธิษฐามิ
|
|
|
|
changnoi
|
 |
« ตอบ #34 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2009, 10:31:06 AM » |
|
ขอโมทนาบุญด้วยทุกประการครับ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ
|
|
|
|
assume
|
 |
« ตอบ #35 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2009, 05:13:29 PM » |
|
อนุโมทนาสาธุครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
makom
|
 |
« ตอบ #36 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2009, 12:13:24 PM » |
|
อนุโมทนาสาธุ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
din
|
 |
« ตอบ #37 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 03:54:33 PM » |
|
สาธุ อนุโมทนาบุญ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
pruetikul
|
 |
« ตอบ #38 เมื่อ: มีนาคม 05, 2010, 04:47:54 PM » |
|
 อนุโมทนาครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
keawjearanai
|
 |
« ตอบ #39 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 07:54:25 PM » |
|
อนุโมทนาค่ะ เป็นประโยชน์มาก ๆ เลย สาธุๆๆ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
maeai47
|
 |
« ตอบ #40 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2010, 10:56:46 PM » |
|
ขออนุโมทนาครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
supalerk_kan
|
 |
« ตอบ #41 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2010, 10:55:22 PM » |
|
สาธุ อนุโมทนาบุญด้วยครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|