หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การถาม-ตอบธรรมะ ของหลวงตา เดือน ธค. 52  (อ่าน 3626 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 10:21:21 AM »

เดือนธันวาคมเนตมีปัญหาค่อนข้างมาก ทำให้ฟังได้เพียงกระท่อนกระแท่น ประกอบกับเวลาที่รับฟังมีน้อยอันเนื่องมาจากภาระอื่น

ความเร็วในการจดบันทึกของผมไม่มาก ก็เลยต้องผ่านคำถามไป พยายามจดเอาคำตอบเท่าที่ทำได้ครับ ต้องขออภัยด้วยถ้าอ่านแล้วไม่ทราบว่าคนถามๆอะไร

แต่ผมก็เห็นว่า คำตอบของหลวงตามีความชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว หวังว่าจะพอได้ประโยชน์กับท่านที่ไม่สามารถรับฟังสดได้นะครับ ขออนุโมทนาทุกประการ

29 พย. 52

ถาม: โบราณวัตถุมีพลังงานหรือไม่ และถ้าเรานำของโบราณมาไว้ในบ้าน จะมีปัญหาเรื่องพลังงานหรือไม่?
หลวงตา: มี เวลาเราเทพระนี่ เราเป็นต้นเหตุ พลังงานเราก็มีในพระด้วย การแก้ก็ไม่ยาก ให้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุนี้ มาร่วมสวดด้วยทุกวัน และให้ช่วยกันทำมาหากินด้วย

ถาม: เรื่องการสัพเพฯ ถ้านึกถึงภาพหลวงปู่อย่างเดียวได้ผลเหมือนกันไหม?
หลวงตา: นึกถึงต้น แล้วนึกไปถึงปลาย เราอยู่ตรงกลางแล้วก็แผ่ไป

หลวงตา: หลวงปู่ท่านว่าสมัยนี้ ขยะวิญญาณมันเยอะ ไปไหนให้สัพเพฯ กินอาหารก็สัพเพฯ กุ้ง หอย ปู ปลา ให้ส่ง...

หลวงตา: อธิษฐานในสิ่งที่เรากระทำ เวลาที่เราทำบุญที่ไหน ให้ภพภูมิมาอนุโมทนากับข้าพเจ้าได้ตลอดชีวิต การอธิษฐานได้บารมีหลายอย่าง พออธิษฐาน ก็ต้องทำ ก็ได้สัจจะ แล้วเราก็ต้องมีศีล มีการภาวนา มีสมาธิ มีความเพียร มีความอดทน ฯลฯ การพิจารณาแต่ละวัน แสงสว่างก็เกิดทุกครั้งที่เราหายใจเข้าออก เราแผ่ไปให้เขาตลอด เขาก็ได้ทุกลมหายใจเข้าออกเหมือนกัน แต่ถ้าเราจิตเศร้าหมอง เขาละเอียดเขารู้เขาก็ไม่รับ ดังนั้น เราต้องตั้งใจให้เป็นบุญไว้ ต้องทรงอารมณ์ให้ดี ถ้ามีอะไรที่มากระทบจิตต้องรีบคลายใจให้ไวที่สุด โดยการจับภาพหลวงปู่ สวดไตรสรณคมน์ หรือบทสวดใดก็ได้ที่เราสบาย ทรงอารมณ์ให้ดี อธิษฐานบารมี 10 ทัศ บ่อยๆ กำลังก็จะมากขึ้นทุกลมหายใจเข้าออก ไม่กี่ปี กำลังใจมากขึ้น จะตัดภพที่เราต้องเกิดในอนาคตได้ ท่านให้เกาะกระแสท่านไว้ ท่านมีบุญเยอะ แค่เราคิดถึงท่าน เราก็ได้บุญแล้ว การแผ่ได้เมตตาบารมี เกิดภพหน้าจะได้มีพวกเยอะ


ถาม: จะไม่เกิด รู้ได้อย่างไร?
หลวงตา: รู้ซิ กินข้าวอิ่ม ก็ต้องรู้

ถาม: บุญใดทำแล้วปิดอบาย ถ้ากลับมาเกิดก็สามารถต่อกระแสเดิมได้?
หลวงตา: ไตรสรณคมน์ เห็นบุญแล้วปีติทุกอย่าง ในพระไตรปิฎก กษัตริย์บางองค์พอได้ยินว่า พุทธ บังเกิดแล้ว ดีใจปีติตัวลอย นี่คือความชำนาญในไตรสรณคมน์ ต้องเคยทำมาในอดีต

หลวงตา: การครอบวิมาน ให้กำหนดภาพของหลวงปู่ก็ได้ ภาพของโบสถ์ก็ได้ หรือ ภาพของคนในลูกแก้ว เหมือนศาลพระภูมิมีคนนั่งข้างใน ถ้าเราครอบให้ใครแล้ว กระแสกรรมถ้าไม่หนักเข้าไม่ได้ เวลาตายไปก็จะไปตามแสงสว่าง หลวงปู่บอกให้ไปครอบตามโรงพยาบาล แต่ถ้าคนตายแล้วให้ส่งวิญญาณ

หลวงตา: เวลาเราไปสัพเพฯที่ไหน เขาจะเกาะเรา อาศัยเลี้ยงชีวิตด้วยบุญ ถ้าคนตาดีจะมองเห็น

หลวงตา: หลวงปู่ว่ายุคนี้ขยะเยอะในโลกวิญญาณ พวกสัตว์ที่ถูกกินนี่เยอะ อีกหน่อยคนจะตายเยอะ ให้หมั่นสัพเพฯ

หลวงตา: การกรวดน้ำนี่เป็นศาสตร์ของพระโพธิสัตว์ เวลาท่านสร้างบารมี จะหยาดน้ำให้พระแม่ธรณีเป็นพยาน ทีนี้คนไปจับประเด็นนี้มา

หลวงตา: เวลาเราให้ตังค์ใครนี่ เราให้น้ำไปด้วยหรือเปล่า สัพเพฯก็เหมือนกัน เป็นการให้บุญตรงๆไปเลย

หลวงตา: เวลาสัพเพฯเราเอากระแสเฉยๆ คนทำเป็นนี่ นึกถึงโลก เอาบารมีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ที่ทิ้งไว้ในโลก

หลวงตา: ที่เรารับทุกข์นี่ เป็นเศษของกรรม ไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวรที่ไหน เหมือนกับเราฆ่าไก่มาตลอดชีวิตนี่ ถ้าเราสัพเพฯนี่ วิญญาณของไก่ก็ไปเกิดหมดแล้ว แต่เราจะได้รับเศษกรรมอยู่ เช่น เจ็บคอเนื่องจากเชือดคอไก่ไว้เยอะ จะต้องเจ็บป่วยอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับการฆ่าไก่ เวลาตายไปแล้วถึงจะไปรับกรรมที่ทำไว้

หลวงตา: หลวงปู่ท่านว่า ชาตินี้ต้องไปตามใจ ไม่ใช่ไปตามกรรมเหมือนก่อนแล้ว

หลวงตา: วันไหนสวดแล้วหลับ ฝันว่าไปทำบุญ แสดงว่าจิตของเราเกาะกระแสบุญ ถ้าฝันร้ายแสดงว่าจิตเกาะกระแสกรรม

หลวงตา: การสวดมนต์คือ การเปลี่ยนปัจจุบันไปอนาคต

หลวงตา: ถ้าเราไปดูที่ (ที่ดิน) เราก็ไปสวดที่นั่นจับกระแสความรู้สึก ถ้าสบายดี ก็แสดงว่าคนโบราณเขาทิ้งพลังงานที่ดีไว้เยอะ ถ้าเราไปอยู่ก็จะอยู่สบาย

หลวงตา: การเทพระ จะบังเกิดแสงสว่าง เป็นการต่อพลังงานไปในกาลข้างหน้า เป็นพลังงานของหลวงปู่


30 พย. 52

หลวงตา: การจะอนุโมทนาบุญให้ได้ดีที่สุด จิตต้องมีความละเอียด เช่น พรหมจะได้มากที่สุด ลดหลั่นกันลงไปตามลำดับ

หลวงตา: การที่เราสวดจะเพิ่มพลังงานในองค์พระ ฝากกระแสการเวียนว่ายตายเกิด ถ้าเราจะไม่เกิดจะมีเมตตาเข้าไปด้วย เป็นพรหมวิหารกรรมฐาน 4 กอง

หลวงตา: การโมทนาหรือคิดนี่ ไม่มีพลังงานเหมือนกระทำเอง หลวงปู่ท่านว่าได้หลายอย่าง


ถาม: ถ้ามาฟังเทศน์ทุกวันจะขึ้นพรหมหรือไม่?
หลวงตา: ถ้าเข้าใจที่เทศน์ เราก็จะตามกระแสที่ท่านเทศน์นั่นแหละ

ถาม: แค่สวดมนต์จะไปนิพพานได้ไง?
หลวงตา: พลังงานจักรพรรดิไม่มีสิ้นสุด เหมือนตำแหน่ง พระอินทร์ ท้าวจตุโลกบาล พระยายม ไม่เหมือนตำแหน่งในโลกมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงกันไปเรื่อยๆ กำลังพระจักรพรรดินี่ คนมีบุญมาเสวยแล้วก็ทิ้งไว้ จึงไม่มีสิ้นสุด ตัวกำลัง คือ สมาธิ จิตมีกำลังจะไปไหนก็ได้ สร้างบารมีก็ได้ อย่าลืมว่าการสวดมนต์ เราสวดพลังงานอะไร จิตเป็นผู้สวด เป็นผู้บันทึก คิดถึงธุรกิจไปด้วยสวดไปด้วย จิตจะบันทึกไปด้วยกัน อย่างไหนจะมากกว่ากันเท่านั้นแหละ ถ้าจิตสบายๆ จะนิ่งแล้วหายไป คือ เป็นพรหมแล้ว นิ่งๆ ในขณะนั้นเราคิดดีก็ไม่ได้ คิดไม่ดีก็ไม่ได้ เมื่อจิตมีกำลังละ จะตัดภพตัดกระแสได้ละ นี่คือ ไตรสรณคมน์ ทำไปเรื่อยๆ สิบปียี่สิบปีจะมีกำลังแค่ไหน

หลวงตา: จิตมีกำลังเมื่อเริ่มบังคับได้ พอนอนสวดปุ๊ปก็หลับไปเลย ตื่นขึ้นมารู้สึกเหมือนหลับไปแป๊ปเดียว ตื่นแล้วสามารถสวดต่อได้ หรือกำหนดว่าเราจะหลับแค่ 5 นาที สวดปุ๊ปหลับ 5 นาทีปุ๊ปตื่นเลย หรือ กำหนดว่าจะตื่นทุกคืนตอนตีสี่ อย่างนี้แสดงว่าเริ่มบังคับได้แล้ว

ถาม: คนรักชอบห้อยพระพิฆเนศ จะทำอย่างไรให้เขาหันมาสนใจพระจักรพรรดิ?
หลวงตา: ให้สวดจักรพรรดิซิ ต้องแผ่ให้เขาให้เขานึกถึงพระจักรพรรดิ หลวงปู่ดู่ แต่ความศรัทธาห้ามกันไม่ได้ บังคับกันไม่ได้หรอก

4 ธค 52 แฟรี่แลนด์

หลวงตา: ช่วงสบายใจ จิตจะบันทึกบุญ ไม่ว่าจะเป็นสวดมนต์ภาวนาทั้งวัน

หลวงตา: กระแสคือกรรม อย่างเช่นเราเคยไปเที่ยวไกลๆ ตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นมันลืมใช่ไหม แต่ถ้ากระแสตามไป จะระลึกขึ้นได้ อ๋อ...เราต้องหยุดการกระทำไม่ดีก่อน เหมือนที่ในพระไตรปิฎกเขียนไว้ ให้ละชั่ว ท่านว่า ถ้าปฏิบัติไปเรื่อยๆนะ สัก 10 ปีถึงจะพอรู้ว่าเราเคยปรารถนาอะไรไว้

หลวงตา: บารมีอยู่ที่ใจ การบันทึกทั้งหมดอยู่ที่ใจ กระแสอยู่ที่ใจ ท่านบอก กรรมที่ครบองค์ประกอบของกรรม คือ กาย วาจา ใจ ตัวใจนี่สำคัญที่สุด พอเริ่มทำกรรม มันก็มีพลังงาน กระแสก็ตามจิตใจ จิตก็บันทึก เหมือนญาติโยมมานั่งที่นี่ ก็ทิ้งพลังงานไว้แล้ว นั่งสวดมนต์ ใส่เสื้อผ้าเหมือนอย่างนี้เลย สิบชาติ ยี่สิบชาติข้างหน้า ถ้ามีคนมาทำกัมมัฏฐานที่นี่ ก็จะเห็นอย่างนี้เปี๊ยบเลย กรรมครบองค์ประกอบจะไม่สูญหาย ทำไปเรื่อยๆ เหมือนคนกินข้าว จะรู้เองว่าอิ่มเมื่อไร

หลวงตา: คนที่สับสน เพราะมีกำลังครึ่งๆกลางๆ ไม่รู้ว่าจะเกิดดีหรือไม่เกิดดี ท่านว่าอย่าขึ้เกียจ ต้องหมั่นทำ เหมือนเราหาเงินแต่ไม่ใช้ ทำบุญแต่ไม่เอาบุญ


ถาม:ในขณะที่เรายังไม่รู้ว่าเราเคยปรารถนาอะไรไว้ เราควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
หลวงตา: สร้างบุญทุกอย่างที่ทำได้

หลวงตา: ก่อนนอน ตื่นนอน ให้ไหว้พระสวดมนต์ วันละ 5 นาที 10 นาที ตลอดชีวิตท่านว่า ก็จะรู้อะไรหลายๆอย่างแล้ว รู้หน้าที่ รู้ครอบครัว รู้ลูกหลาน ฯลฯ บางคนปฏิเสธว่าไม่มี ขนาดฝรั่งเคยมาฝึกที่ถ้ำ ยังบอกเลยว่า พุทธศาสตร์นี่สุดยอดที่สุดในโลกแล้ว อยากจะบอกให้คนในประเทศเขาให้สวด แต่ทำไม่ได้ เพราะคนมันติดวัตถุกันมาก ต้องสอนลูกหลานนะ ให้รู้จักสวดมนต์ไหว้พระ จะได้มีกระแสตั้งแต่เด็ก

หลวงตา: แผ่แบบละเอียด ต้องนิ่ง ต้องสบาย ถึงจะแผ่แบบละเอียดได้ ขนาดเราจ่อๆอยู่ในคำภาวนานี่ จิตมันยังคิดเลย มันยากนะ จิตต้องทรงอารมณ์พรหมวิหาร จิตอุเบกขา สบายๆ ถึงจะได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ท่านว่า...

ถาม: ทำยังไงให้จิตมี “พรหมวิหาร”?
หลวงตา: อันดับแรกต้อง “พยายาม” มีเมตตากับคนทั่วๆไป ไปไหนให้แผ่เมตตา แผ่ให้คนให้สัตว์ให้โอปปาติกะ แผ่เรื่อยๆ ท่านว่า จะลดอิจฉาริษยาได้เรื่อยๆ ลดที่เรานะ พรหมวิหารเป็นกรรมฐาน 4 กอง เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เริ่มจากกองใดกองหนึ่ง มันจะเป็นลูกโซ่ไปทั้ง 4 กอง แผ่บ่อยๆจะไปหมดทุกกอง เหมือนที่หลวงตาให้พวกเราแผ่ให้แผนที่ประเทศไทยทุกวันไง จิตจะเย็น จะนิ่ง สังเกตคนแก่ถ้ามีเมตตา ลูกหลานจะเต็มบ้าน...


ยังมีต่อครับ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2009, 10:23:28 AM โดย ธวัชชัย » บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 12:05:53 PM »

6 ธค 52

หลวงตา: ...หลับแล้วฮะ ถ้าหลับปั๊ป ไปเลย ไปส่งวิญญาณมั่ง ตั้งกองบุญครอบวิมานอะไรมั่วไปเลย ไปเทศน์มั่ง ไปอะไร พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาสวดใหม่

ถาม อันนี้คือ หลับแล้วยังได้ประโยชน์ ได้บุญ ใช่ไหมครับ?
หลวงตา: ใช่ จิตมันทำงานฮะ นี่คือประโยชน์ในการนั่งสวด ท่านว่า คนไม่มีเวลา คือไม่มีเวลาท่านว่านะ ก่อนนอนให้สวดจนหลับ ตื่นนอนให้สวดก่อนเราจะลุก อธิษฐานก่อน กินข้าวอาบน้ำ หรือขับรถไปทำงาน ช่วงนี้ให้ทำช่วงนี้

ถาม กราบเรียนถามหลวงตา พ่อกับแม่มักจะเห็นเงาดำๆในบ้านบ่อยๆ และมักเกิดเรื่องไม่ดีบ่อยครั้ง แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร พระภูมิหรืออย่างอื่น เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นแบบไหน แม่คิดว่าเป็นเจ้าที่และจะตั้งศาลให้ครับ เขาควรแก้ปัญหาอย่างไรดีครับ?
หลวงตา: สวดจักรพรรดิ ให้บุญเขาทุกวัน สวดทุกวันให้บุญเขาทุกวัน ให้เขามาสวดกับเราด้วยทุกวัน ไม่นานฮะ ไม่นานก็จะหาย ตั้งใจสวดนะ เวลาสวดพลังงานจะไปที่บ้าน รูปลักษณ์ของพระ มีรูปลักษณ์หลวงปู่ดู่ หรือรูปลักษณ์ของพระทรงเครื่อง ให้มีในบ้าน เวลาสวดมันจะเกาะทนนาน คือ เราสวดที่บ้านเราเนียะ เรามีรูปและนามก็ได้ พลังงานมาที่เราไปที่ธาตุ มันติดที่ธาตุด้วย ติดธาตุด้วยติดวัตถุด้วย มีพลังงานเกาะไปด้วย มันไปโดยอัตโนมัติฮะ มันมาจากคน ไปจากคน ที่มีรูปและนาม มีกายและจิต แล้วพลังงานก็จะหนาขึ้น การสะสมพลังงาน นานๆเข้า คนเข้าๆออกๆบ้านเราเนียะ บ้านเราจะเย็น มีความรู้สึกเย็น เข้าไปแล้วสบาย

ถาม แล้วเรื่อง ตอนนี้เขากำลังกังวลว่าจะตั้งศาล นี่เป็นประโยชน์หรือไม่?
หลวงตา: ตั้งหรือไม่ตั้งไม่เป็นปัญหา ถ้าเป็นตำราของหลวงปู่ดู่ หากแถมยังมีรูปลักษณ์ของท่าน หรือรูปลักษณ์ของพระพุทธรูป

ถาม เป็นรูปภาพก็ได้?
หลวงตา: ใช่ แต่ต้องสวดบ่อยๆ ก่อนนอนตื่นนอนอย่างที่ว่าเนียะ

ถาม คือพูดง่ายๆว่าจะแก้ปัญหาได้ต้องแก้ที่ตัวเองก่อน?
หลวงตา: ใช่ คือจะปรับพื้นที่ตรงนั้นด้วย กระจายออกไปข้างๆด้วย บริเวณโดยรอบบ้านเราด้วย บ้านข้างเคียงไปด้วย มันมีปัญหาก็จะแก้ปัญหาไปด้วย ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้นไปด้วย

ถาม แสดงว่าต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันใช่ไหมครับหลวงตา ทั้งภพภูมิกับมนุษย์?
หลวงตา: ถูก

ถาม ทำไมเทวดายังเอาบารมีอยู่ละครับ?
หลวงตา: ยังเกิดอยู่ เขายังจะต้องเกิดอยู่ แล้วเราจะยังต้องตายอยู่ การเวียนว่ายตายเกิด ยังต้องอาศัยซึ่งกันและกันอยู่

ถาม ถ้ามีคนมีคำถามเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวรบ่อยๆ หรือว่าโดนผีเข้าผีสิง โดนของ เราสามารถช่วยเขาได้อย่างไรบ้างครับ?
หลวงตา: ไม่ยากหรอก ให้เขาสวดจักรพรรดิสักพักก็หายแล้วฮะ

ถาม ให้เขากินน้ำมนต์หลวงตาได้ไหมครับ?
หลวงตา: ก็หายฮะ นึกถึงพระที่ให้ห้อยไปก็หายฮะ กำพระแล้วก็สวดไปก็หาย ถ้าไม่มีก็มาวัดสวดที่ถ้ำเมืองนะก็แล้วกัน มีหลายล้านฮะ มีเป็นสิบล้านองค์ ฮึๆ แจกไม่อั้นฮะ
 
ถาม โอเค ครับ หลวงตา สองทุ่มครึ่งแล้วครับ
หลวงตา: เอ้า เวลาสวดนึกถึงพระเนียะ องค์ไหนก็ได้ ได้ทุกองค์ ลืมตาดูสวดไปด้วย แล้วก็หลับตา ลืมตาหลับตา ลืมตาก็ได้ หลับตาก็ได้ เอ้าอธิษฐาน การตั้งสัจจะอธิษฐานสวดสองทุ่มครึ่งทุกวัน ถ้าไม่มีเวลาอย่าอธิษฐานนะ มันจะเสียสัจจะ ถ้าอธิษฐานแล้วต้องสวด สวดกำลังจักรพรรดิเพื่อน้อมกำลังนี้ผ่านไปทะลุทะลวงไปทั้งสามแดนโลกธาตุ ข้าพเจ้าทั้งหลายทั้งหมดทั้งมวล ขออาราธนาบารมีกำลัง สมเด็จองค์ปฐมถึงองค์ปัจจุบัน บารมีรวมพระจักรพรรดิทุกๆพระองค์ บารมีรวมพระปัจเจก พระโพธิสัตว์ พระธรรมและพระอริยะสงฆ์ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต บารมีรวมหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ขอบารมีรวมทั้งหมดทั้งมวลเวนรูปลักษณ์ ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้สร้างขึ้น ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต ขอบารมีรวมทั้งหมดทั้งมวลแผ่ออกไปทั้งสามแดนโลกธาตุ ขออัญเชิญเทพหกชั้นพรหมยี่สิบชั้น เทพพรหมทุกภพทุกภูมิมาสวดกำลังจักรพรรดิด้วยกัน อัญเชิญกายทิพย์ในหลวงด้วย มาสวดด้วยกัน ภพภูมิที่นั่นด้วย เทพพรหมทุกชั้นทุกภพทุกภูมิทั้งสามแดนโลกธาตุ สวดกำลังจักรพรรดิพร้อมกัน...

ถาม เขาอยากความหมายของพระบรมมหาจักรพรรดิองค์ปฐมปางเปิดโลกนี่มีความหมายอย่างไร และสื่อถึงอย่างไรบ้าง?
หลวงตา: กระแส กระแสฮะ องค์ปฐมท่านไปแล้วฮะ แต่กระแสองค์กาลข้างหน้า เปิดสามโลกธาตุเนียะ

ถาม แล้วทางเวบถามมาว่า แล้วทำไมการสร้างองค์ปฐมที่เชียงดาวนี่ ต้องสูง 59 เมตรด้วยครับ?
หลวงตา: ก็มองเห็นไกลได้ คนจะได้ไหว้ไง เดินไปเดินมา ขับรถผ่านไปผ่านมา

ถาม เมื่อวานเขานั่งสมาธิ พบพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาอุปทานไปเองหรือเปล่านะครับ ท่านพบพระรูปหนึ่งในสมาธิ ท่านใช้ไม้เท้าเขียนว่า จิ เจ รุ นิ มีความหมายว่าอย่างไรคะ?
หลวงตา: เป็นคำย่อของ ของอะไรครูบา ค้นในบาลีน่าจะรู้อยู่ มันเป็นคำย่อฮะ เป็นคำย่อของบทเนียะ เรื่องของจิต เรื่องของเจตสิก เรื่องของนิพพาน อะไรเนียะ

ถาม เวลานั่งสมาธิ สมองคิดฟุ้งซ่าน แต่ความรู้สึกที่หัวใจนิ่งสงบดี เหมือนแยกเป็นสองส่วนชัดเจน อย่างไหนเป็นตัวจิต?
หลวงตา: ทั้งสองอย่างนั่นแหละ มันจะย้อนไปเป็นคิด หรือตอนนิ่งเนียะ ก็ได้ มันจะไปเป็นทั้งสองอย่างก็ได้ หรือหยุดที่เดียวก็ได้

ถาม ความเชื่อที่ว่าทุกบ้านมีผีบ้านผีเรือนอยู่ ความเชื่อเช่นนี้เป็นจริงหรือเปล่า?
หลวงตา: ก็จริงอยู่ บางบ้านก็ไปแล้ว เขาไปเกิดแล้ว

ถาม แล้วประเทศสหรัฐฯนี่มีหรือเปล่า?
หลวงตา: มีฮะ

ถาม ผีฝรั่งก็มีใช่ไหมครับ?
หลวงตา: มีฮะ ถ้าเขาตายก่อนกำหนดก็จะอยู่นานหน่อย

ถาม แล้วเขาเอาบุญไหมครับ หลวงตา?
หลวงตา: เอา

ถาม โลกทิพย์นี่ไม่มีแยกศาสนาหรือครับ หลวงตา?
หลวงตา: ไม่มีฮะ บุญคือแสงสว่าง บุญคือความสบาย พอแผ่ไปนี่ มันก็จะสบายฮะ

ถาม บทสัพเพพุทธาฯของหลวงปู่หลวงตา มีความหมายเหมือนกันบทสัพเพสัตตาฯ หรือเปล่า?
หลวงตา: คล้ายๆกันฮะ

ถาม แบบไหนมีประโยชน์ต่อภพภูมิครับหลวงตา?
หลวงตา: หลวงพ่อท่านบอกว่ามันเหมือนๆกัน มันอยู่เรากำหนดจิตฮะ กำหนดไปที่พลังงาน มาที่เรา

ถาม จากข้างในออกข้างนอกใช่ไหมครับหลวงตา?
หลวงตา: ใช่ นึกต่อไปตามที่เราต้องการ

ถาม พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาล มีหน้าที่อย่างไร?
หลวงตา: พระเสื้อเมืองก็เกี่ยวกับบ้านเมือง เกี่ยวกับเมือง แบบจังหวัดเนียะ พระเสื้อเมืองก็เจ้าพ่อหลักเมือง ใช่ไม๊ พระทรงเมือง มันก็เหมือนกับผู้ดูแลเมืองนั้นๆนั่นแหละ แต่พระกาลนี่ท่านดูแลเรื่องของกาลเวลา

ถาม แล้วพระกาลกับพระยาครุฑนี่เหมือนกันไหมครับหลวงตา?
หลวงตา: ในยุคปัจจุบันนี่ พระกาลก็เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆนะ ก็คือครุฑในยุคนี้

ถาม ยุคนี้คือครุฑนะครับ?
หลวงตา: ก็เปลี่ยนไปตาม ตำแหน่งมันเปลี่ยนฮะ คนที่รับตำแหน่งก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

ถาม ทำบุญเช่นไร ให้เป็นพระอินทร์และพระยายมราชครับ?
หลวงตา: เฮอะๆๆๆ สร้างบารมีไปเรื่อยๆนี่ ต้องเป็นอยู่แล้วฮะ

ถาม ต้องอธิษฐานยังไงครับหลวงตา?
หลวงตา: ไม่ต้องอธิษฐานฮะ สร้างบารมีสิบทัศนั่นแหละ

ถาม อย่างงี้ แสดงว่าผู้คนที่เข้าคิวดำรงตำแหน่งทั้งสองนี่ก็มีจำนวนหลายล้านเลยหรือครับ?
หลวงตา: ส่วนมากจะอยู่พรหมฮะ

ถาม อยู่พรหมใช่ไหมครับ?
หลวงตา: ฮื่อ สมบัติผลัดกันชมฮะ ตำแหน่งบางทีก็อยู่ไม่นาน เขาก็ไปเกิดแล้ว ไปสร้างบารมีฮะ

ถาม ถ้าเปรียบเป็นเวลาโลกมนุษย์นี่ ประมาณกี่หมื่นปีครับหลวงตา?
หลวงตา: ประมาณสองสามพันปีก็มี ร้อยปีก็มีฮะ สองร้อยปีก็มี

ถาม ได้ฟังบทสวดพระจักรพรรดิครั้งแรก รู้สึกจิตมีพลัง เหมือนมีพลังงานล้อมรอบดวงจิต พอจิตมีพลังงานมาก ปรากฏว่ากายสั่นสะเทือนไปทั่วร่างพักใหญ่ก็สงบเป็นปรกติ เป็นเพราะเหตุใดคะ จะทำอย่างไร
หลวงตา: เป็นเรื่องธรรมดาฮะ เป็นเรื่องธรรมดา เหมือนเราทำงานนี่ มันก็ต้องมีผลงานใช่ไหม

ถาม ถามว่าฤษีย่ามแดง พระสังฆราช พระยายมราชที่หลวงตาพูดตอนอธิษฐานหมายความว่าอย่างไร?
หลวงตา: พระยายมราชกับพระสังฆราช สังฆราชองค์ปัจจุบันฮะ

ถาม แล้วฤษีย่ามแดงคือใครครับ?
หลวงตา: ฤษีอ๋อยฮะ พวกกันฮะ เขาดูแลในหลวงอยู่

ถาม วันๆหนึ่งมีคนตายทั่วทั้งโลกตั้งเยอะ เขาจัดคิวกันยังไงครับ ถ้านรกมีที่เดียว?
หลวงตา: เฮอะๆ ไปตามกรรม คนไปตามกรรมฮะ พอตายแล้วก็ไปตามกรรม บางคนก็เกิดเลยฮะ

ถาม ไม่จำเป็นที่ว่าตายแล้วต้องไปลงนรกกันทุกคน ใช่ไหมครับหลวงตา?
หลวงตา: ใช่

ถาม รวมบารมีแทนคนอื่นได้ไหม เป็นคนต่างศาสนา?
หลวงตา: ได้ ถ้าทำเป็นนะ

ถาม ทำยังไงครับ หลวงตา?
หลวงตา: ต้องไปฝึกที่ถ้ำฮะ

ถาม ถ้าเราอยากเป็นพระกาล จะแปลกเกินไปไหมครับ?
หลวงตา: คนที่ปรารถนาโพธิญาณ มันก็ผ่านพระกาลทั้งนั้นละฮะ

ถาม การสวดพระจักรพรรดิ ประยุกต์ใช้กับสติปัฏฐานสี่ได้อย่างไรครับ?
หลวงตา: อ้าว ก็จิตอยู่ในพลังงานไง สติติดอยู่ในพลังงาน เข้าใจไหม

ถาม ถ้าหัวใจและความคิดเป็นจิตทั้งคู่ อย่างนี้เราควรวางจิตไว้ที่หัวใจดี หรือ พยายามระงับความคิดดีครับ คือ เขาไม่เข้าใจเรื่องการส่งจิตออกนอกครับ หลวงตา?
หลวงตา: ส่งจิตออกนอก ส่งไปไหนละ คนยังไม่เข้าใจเรื่องการส่งจิตออกนอก ฮื่อ การส่งจิตออกนอกคือ การส่งจิตไม่ได้เรื่องได้ราวไง ส่งจิตไปในเรื่องไม่ได้เรื่องได้ราว เขาเรียกส่งจิตออกนอก ใช่ไม๊ ถ้าส่งจิตไปในบุญมันก็อยู่ในบุญ ถ้าไม่ส่งจิตไปไหนมันก็เป็นสมาธิ

ถาม การรับพุทธพยากรณ์ของพระโพธิสัตว์ สามารถรับได้ทางจิตหรือไม่ หรือว่าต้องได้รับต่อหน้าองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในยุคนั้นๆ และสถานะของพระโพธิสัตว์องค์นั้นต้องเป็นพระสงฆ์เสมอไปหรือไม่
หลวงตา: เป็นฆราวาสก็ได้ฮะ ในสมัยพุทธกาล ช้างท่านยังทำนายเลย

ถาม แล้วที่ว่าต้องทำนายตอนที่พระพุทธเจ้าท่านดำรงธาตุขันธ์อยู่หรือเปล่าครับ?
หลวงตา: จำเป็นฮะ

ยังมีต่อ...
บันทึกการเข้า
region
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 03:11:49 PM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า
dedae_sc
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 08:04:05 PM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
khondee
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2009, 08:20:15 PM »

อนุโมทนาสาธุคะ
บันทึกการเข้า

ข้าอยู่ใกล้ ๆ แกจำไว้
shoyu
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


กลุ่มพนัสบดี


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2009, 01:12:06 PM »

สาธุค่ะ...

รออ่านต่อตอนต่อไปค่ะ 
ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Warraset
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2009, 09:38:27 PM »

อนุโมทนาและรออ่านต่อครับ
บันทึกการเข้า
makom
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51


ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2009, 12:02:23 PM »

อนุโมทนาสาธุขอบคุณครับไม่ได้ไปหาหลวงตาเลยคิดถึงมองแต่ภาพ
บันทึกการเข้า
kittinun
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


" เวลาเหลือน้อย ให้เร่งปฏิบัติ "


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2009, 01:19:41 PM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า

" เวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว ให้พากันปฏิบัติ "
" โลกต้องไม่ให้ช้ำ ธรรมต้องไม่ให้เสีย อย่าปฏิบัติตนสุดโต่ง
ต้องปฏิบัติธรรมสมกับฐานะและสภาพของแต่ละบุคคล "
yeen
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 69



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2009, 11:14:55 PM »

พี่ธวัชชัยครับ ได้พระแล้วนะครับ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่รู้จะส่งข้อความยังไง เวปสหธรรมก็เข้าไม่ได้ พึ่งมาเห็นพี่ในเวบนี้ เลยมาบอกข่าวทันทีครับ ขอโมทนาทั้งหมดทั้งมวลครับ
บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 08:52:02 AM »

พี่ธวัชชัยครับ ได้พระแล้วนะครับ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่รู้จะส่งข้อความยังไง เวปสหธรรมก็เข้าไม่ได้ พึ่งมาเห็นพี่ในเวบนี้ เลยมาบอกข่าวทันทีครับ ขอโมทนาทั้งหมดทั้งมวลครับ

ขอบคุณครับ น้องยีน ที่มาแจ้งข่าว
ขออนุโมทนาทั้งหมดทั้งมวลด้วยครับ
บันทึกการเข้า
baipool
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 272


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:49:36 AM »

สัททานัง....อนุโมทามิ
บันทึกการเข้า
aphichai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 02:52:35 PM »

อนุโมทนา สาธุ ครับ อาจารย์ ธวัชชัย ....

อาจารย์ สบายดี นะครับ..
บันทึกการเข้า
torr200925
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 04:19:18 PM »

โมทนาครับ
บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 06:40:02 PM »

อนุโมทนา สาธุ ครับ อาจารย์ ธวัชชัย ....

อาจารย์ สบายดี นะครับ..

surprise... ตกใจ

สบายดีนะทอม เจอเต้ยงาน 15 ปี ยังบ่นคิดถึงอยู่เลย...
สวดมนต์เป็นประจำอยู่เปล่า?
บันทึกการเข้า
Shambhala
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


อะระหัง สุคะโต ภะคะวา


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2009, 10:17:48 PM »

ยอดเยี่ยมมากเลยครับ
ขออนุโมทนาและขอบพระคุณครับ
บันทึกการเข้า

"รักทุกคน ไม่เกลียดใคร ไว้ใจเป็นบางคน"
aely090928
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2009, 10:41:26 PM »

อนุโมทนาบุญค่ะ
บันทึกการเข้า
aphichai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2009, 11:10:23 AM »

อนุโมทนา สาธุ ครับ อาจารย์ ธวัชชัย ....

อาจารย์ สบายดี นะครับ..

surprise... ตกใจ

สบายดีนะทอม เจอเต้ยงาน 15 ปี ยังบ่นคิดถึงอยู่เลย...
สวดมนต์เป็นประจำอยู่เปล่า?
ยิ้มกว้างๆ สบายดี ครับ อาจารย์ มาทำงานในกรุงเทพ ฯ เหนื่อยครับ
สวดมนต์อยู่ครับ พยายามจะทำให้เป็นประจำ ครับ แต่บางทีก็ติดปัญหาในเรื่องของเวลา ครับ ...
 อนุโมทนา ...
บันทึกการเข้า
leeshagee
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2009, 03:23:17 PM »

ขออนุโมทนาบุญทั้งหมดทั้งมวลครับ
บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 12:28:37 PM »

7 ธค. 52

พลังงานไม่สูญหายไปจากโลก ท่านว่านะ จิตมันรับรู้เรื่องราว เรื่องราวมันบันทึกที่จิต

ถาม: หากเปลี่ยนคำภาวนาจากไตรสรณคมน์เป็นหัวใจพระอรหันต์ คือ อะระหัง สุคะโต ภะคะว่า จะได้หรือไม่? และพลังงานจะแตกต่างจากไตรสรณคมน์อย่างไรครับ?
หลวงตา: ได้ มันก็ไม่แตกต่างกัน

ถาม: บทสัพเพฯของหลวงตาเนี่ย ใช้ส่งพลังงาน ดึงพลังงานใช่หรือไม่ครับ?
หลวงตา: ใช่

ถาม: โอเคนะครับ ถ้าใช่ โปรดอธิบายเพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปครับ?
หลวงตา: นึกถึงพระที่กำ พลังงานเข้าที่จิต ละก็นึกถึงทุกสิ่งที่เราจะแผ่ไป

ถาม: การครอบวิมานกับการสัพเพฯให้ผู้อื่นแตกต่างกันอย่างไรครับ?
หลวงตา: เหมือนกัน

ถาม: ต้องอธิษฐานก่อนไหมครับ?
หลวงตา: มันต้องอธิษฐานถึงท่านก่อน ต้องพุทธัง ชีวิตตังก่อน

ถาม: การสวดมนต์บทจักรพรรดิหน้าโต๊ะหมู่บูชาที่บ้าน จะมีพลังงานไปเก็บสะสมที่พระพุทธรูปหรือพระเครื่องที่อยู่ในบ้านไหมครับ? หรือว่าเราต้องอธิษฐานก่อนสวดครับ?
หลวงตา: ถูก

ถาม: แล้วพระภูมิเจ้าที่เค้ามาสวดกับเราไหมครับ?
หลวงตา: สวด เวลาคิดถึงความดีเค้าก็มาเอากับเรา แต่เวลาคิดถึงความไม่ดีเค้าไม่มาหรอก เพราะผลออกจากรูปและนามของเรา เค้าไม่เอาหรอก เค้าเอาบุญนะ...

หลวงตา: ฝันนี่ ท่านถึงให้สวดมนต์และก็ให้หลับ มันจะไม่ฝันร้าย หากินกลางคืนนะ กลางคืนก็กิน กลางวันก็เอา ท่านว่าเหมือนนักธุรกิจที่ดีไง เพราะชีวิตมันน้อย ชีวิตเรามันน้อย อย่างดีก็ อย่างหลวงตานี่ อย่างมากก็อยู่ได้ไม่เกิน 7000 วัน วันมี 24 ชม. ยืน เดิน นั่ง นอน ต้องรีบแล้ว ตายแล้วรีบไม่ได้
บันทึกการเข้า
krabi
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 02:22:03 PM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
khondee
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 05:13:58 PM »

โมทนาสาธุคะ
บันทึกการเข้า

ข้าอยู่ใกล้ ๆ แกจำไว้
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 09:30:30 AM »

8 ธค. 52

ถาม: การสัพเพฯ เป็นบารมีแบบไหนแล้วได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง?
หลวงตา:
โอ เมตตาไง แผ่เมตตาก็ได้กะเรา ฝากกระแสในการเวียนว่ายตายเกิดในกาลข้างหน้าไง

ถาม: เวลาสวดต้องพนมมือไหม?
หลวงตา: ไม่ต้องก็ได้ ตัวเองอยู่หน้าเวบ แต่อาทิสมานกายอยู่ข้างใน นึกถึงในถ้ำ ภาพในถ้ำก็ได้ นึกตัวเองอยุ่หน้าหลวงปู่ดู่ก็ได้ ข้างหน้าคือหลวงปู่ดู่ ข้างหลังคือจักรพรรดิ หรือ พุทธะหลายๆองค์ก็ได้ อยู่ที่เรานึก ใช่ไม๊ พระพุทธเจ้าไง นึกเอาไง หลับตาก็ว่า พุทธัง ชีวิตตัง ก็นึกกราบเลย

ถาม: ก่อนสวดหลวงตาบอกว่าตั้งสัจจะขอบารมีกำลังหลวงปู่ดู่ เขาไม่เข้าใจความหมาย?
หลวงตา: อ้อ ตั้งสัจจะคือเวลาเราจะสวดนะ เวลาเราจะทำอะไรสักอย่างนะ สมมติว่าเราจะตั้งสัจจะสวดสองทุ่มครึ่งตลอดชีวิต หรือตลอดเจ็ดวัน หรือตลอดเดือนหรือสามเดือนเนียะ ต้องให้ตั้งสัจจะใช่ไม๊ ตั้งสัจจะก็ได้สัจจะ ได้วิริยะ ได้ขันติ ได้การอธิษฐาน เพราะตั้งสัจจะมันต้องอธิษฐานไปด้วย ใช่ไม๊ มันได้ครบ แต่ตั้งสัจจะตลอดชีวิตเนียะ มันยากอะ เพราะบางทีลืม ให้เราตั้งสักอาทิตย์นึงก่อน พอทำได้แล้ว ก็ตั้งอีกเดือนนึง พอทำได้ก็ตั้งไปอีกสองเดือน พอทำได้ก็ตั้งไปอีกสี่เดือน พอทำได้ตั้งไปอีกหกเดือน พอทำได้ก็ตั้งไปอีกปีนึง พอทำได้ก็ตั้งไปอีกสามปีถึงห้าปี พอทำได้ไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต กำลังมันจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย

ถาม: การนำลูกแก้วจักรพรรดิไปวางเพื่อปรับภพภูมิ เราจะสวดจักรพรรดิ สัพเพฯและอธิษฐานจิตที่ห้องพระที่บ้านละเอาไปวางได้เลยหรือเปล่า หรือจะต้องไปสวดที่นั้นๆ เพราะว่าถ้าสวดที่ห้องพระเราจะมีสมาธิดีกว่าไปสวดที่นั้นๆ เพราะคนเขาอาจจะมองเราแปลกๆ
หลวงตา: ได้ ถูก อธิษฐานที่บ้าน แล้วก็เอาไปวางไว้ตามสถานที่ ฝังดินก็ได้ โยนลงในน้ำก็ได้

ถาม: อย่างนี้ถ้าขับรถอยู่ก็เหวี่ยงออกข้างทางไปเลย
หลวงตา: ได้

ถาม: หลวงตาเคยบอกให้เรานึกถึงความหมายของบทสวด ถามว่านึกถึงความหมายก่อนแล้วสวดหรือสวดด้วยแล้วนึกถึงความหมายไปด้วยครับ?
หลวงตา: สวดด้วย นึกก่อนสวด เพราะเรานึกถึงความหมายก่อน แล้วก็สวดแล้วก็นึกไปที่อื่นก็ได้
คือ เราจะแผ่เมตตา หรือจะสวดมนต์ หรือจะทำทาน หรือจะสร้างบารมี 10 หรือ 20 ทัศ นี่ มันก็ต้องนึกถึงพุทธะก่อน ท่านบอก ให้นึกถึงพุทธะ ให้นึกถึงกระแสที่ทำ แผ่เมตตาก็ให้นึกถึงหลวงปู่ดู่ก่อนเลย แล้วก็นึกถึงกระแสที่เราจะให้ใคร
บันทึกการเข้า
aphichai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 11:42:45 AM »

อนุโมทนา สาธุ ครับ......
บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 02:34:30 PM »

ถาม: การสวดจักรพรรดิเป็นกรรมฐานอย่างหนึ่งใช่หรือไม่?
หลวงตา: ใช่

ถาม: แล้วหลวงตาหรือถึงบอกว่าการสวดมนต์เป็นสมาธิ?
หลวงตา: เวลาสวดมันจะนิ่งไง ก็นั่งสมาธิหลับตาแล้วก็สวดไปเรื่อยๆ

ถาม: แต่ถ้าเราขับรถอยู่ละครับ
หลวงตา: ลืมตาสวดซิ

ถาม: ไม่ใช่ครับ คือ รู้สึกว่าขับรถอยู่ ถ้าสวดไม่สุภาพ เข้าห้องน้ำอยู่ถ้าสวดไม่สุภาพ
หลวงตา: เวลาเราขับรถนึกถึงหลวงปู่ดู่นี่ จิตเราอยู่ไหนละ จิตติดอยู่ที่รูปลักษณ์ของหลวงปู่ดู่นู้น เหมือนเราฝันเนียะ ตัวเราอยู่ไหนละ

ถาม: นอนอยู่บนเตียงครับ
หลวงตา: แล้วจิตเราอยู่ไหน

ถาม: จิตเราไปเรื่อย
หลวงตา: ใช่ เหมือนฝันนั่นแหละ ไม่เกี่ยวกัน จิตกะธาตุ แต่มีสายใยกันอยู่ คือ การแยกจิตกะธาตุเนียะ ลักษณะอย่างเนียะ เหมือนการสวด ทุกครั้งที่สวด กำหนดไปที่ถ้ำบ้าง ไปที่พระพุทธชินราชบ้าง ไปสวดที่วัดพระแก้ว ตัวหลวงตานั่งสวดที่นี่ก็จริง แต่จิตอยู่โน้น วัดสะแกมั่ง ชินราชมั่ง...
ไม่ต้องมีท่า ตอนอาบน้ำก็นึกถึงห้องพระโน่น ก็อาบไปสวดไปนึกถึงห้องพระไป

ถาม: หลวงตากำหนดอะไรเวลานั่งสมาธิ?
หลวงตา: กำหนดที่หลวงปู่ดู่ สวดไตรสรณคมน์ หรือไม่ก็จักรพรรดิ

ถาม: ถ้าเราไม่ตั้งสัจจะแต่ก็สวดทุกวัน จะแตกต่างกับการตั้งสัจจะอย่างไรครับ?
หลวงตา: แตกต่างกันเยอะเลย เพราะว่าพลังงานกำลังที่ได้รับ มันก็ได้บุญเหมือนกันใช่ไม๊ เออ ได้สมาธิ ไม่ได้บารมีของสัจจะ ไม่ได้บารมีของอธิษฐาน ไม่ได้บารมีของวิริยะ ขันติ คือ ถ้าเราตั้งสัจจะ มันต้องอธิษฐาน

ถาม: เหมือนกินข้าว กินอาหารต้องให้ครบห้าหมู่
หลวงตา: ลักษณะอย่างนั้นแหละ... เวลาอยู่ในวัด ไม่อธิษฐานแต่ก็สวดทุกวัน ใช่ไม๊ มันก็ได้สวดนะ แต่ขาดอธิษฐาน ขาดวิริยะ ขาดขันติ ขาดสัจจะ ขาดอธิษฐาน แสงสว่างที่เราได้รับทุกวันทุกลมหายใจเข้าออกนี่ มันจะได้ในสิ่งที่ตัวเองทำ มันไม่เพิ่มอะไรขึ้นมา เหมือนกับไปวัดด้วยกัน แต่ได้ไม่เท่ากัน เขาว่าอย่างงั้นนะ ในกาลข้างหน้า มันก็ไม่เท่าเขาอีกนั่นแหละ

ถาม: คือพูดง่ายๆว่า ขึ้นอยู่กับปัญญาความฉลาดของบุคคลนั้น
หลวงตา: ถูก การเก็บเกี่ยวพลังงาน

ถาม: โอเค แล้วหลวงตา:เก็บเกี่ยวยังไงครับ?
หลวงตา: เอ้า หลวงปู่ดู่ท่านสอนว่า ตื่นขึ้นก็เก็บไปเลย จนกว่าจะหลับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2010, 02:36:08 PM โดย ธวัชชัย » บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 02:42:28 PM »

ถาม: แล้วหลวงตา:คะ ถ้าอธิษฐานแล้วทำไม่ได้ทุกวันละคะ?
หลวงตา: อย่าอธิษฐาน

ถาม: แล้วข้อเสีย แล้วจะเกิดผลกระทบอะไรไหมครับหลวงตา:?
หลวงตา: มันไม่มีข้อเสีย แต่มันช้า

ถาม: อ้อ...
หลวงตา: อย่างงี้ถ้าเกิดชาติหน้าเป็นคนโลเล

ถาม: คือถ้าตั้งสัจจะสวดวันละร้อยจบแล้วทำไม่ได้
หลวงตา: ก็อย่าไปตั้งสิ

ถาม: ถ้าเราจะแก้ เราก็ต้องสวดเพิ่มไปเป็นวันละพันจบ
หลวงตา: ถูก

ถาม: โอเค เข้าใจละ คูณสิบเท่า
หลวงตา: อย่าไปตั้งสัจจะอะไร  จะยุ่ง แล้วทำไม่ได้ ให้ตั้งน้อยๆก่อน

ถาม: และถ้าเขาทำผิดแล้วมีวิธีแก้ยังไงบ้างครับหลวงตา ก็ โยโทโสฯ?
หลวงตา: เพราะฉะนั้น อย่ามอง...ซิ ฮึๆๆ ก็เริ่มต้นใหม่ ลองพยายามแยกจิตออกจากกายบ่อยๆ ท่านว่า คือนึกไปสวดไป สถานที่ต่างๆ...

ถาม: แล้วถ้าเค้าวันแรกมีแค่ประคำของหลวงตา แล้วเค้านึกมาที่พระผงอย่างเดียวก่อนได้ไหมครับ?
หลวงตา: ถูก เค้าต้องทำอย่างนั้นมาก่อน

ถาม: เค้าต้องฝึกก่อน
หลวงตา: ใช่ ให้ไปใกล้ๆก่อน เหมือนกับเราอยู่ที่บ้านเราเนียะ เรามาที่ห้องพระเราใช่มั้ย เรามาที่ห้องเราแต่เวลาเราทำวัตรเนียะให้นึกไปอยู่ที่ห้องพระ ใกล้ๆบ้าน สมมติเรานอนอยู่เตียงเนียะ เราจะนึกว่าเราอยู่ข้างหน้าพระ ละก็ทำวัตรไปสวดไปนั่งสมาธิไป ตรงหน้าพระนะ นี้เป็นการแยกกายออกจากจิต ก่อนที่จะม่อง

ถาม: คือเตรียมตัวตาย
หลวงตา: ถูก เวลาตายธาตุเอาไปไม่ได้ พูดถึง เอาไปเผาเอาไฟมาจุด แต่มันบันทึกตามที่ทำ ความดีหรือความชั่ว บันทึกๆทั้งกายและใจ องค์ประกอบของกรรมเนียะ เพราะเวลาเรายังไม่ตาย สายใยระหว่างจิตกับธาตุยังอยู่ด้วยกันอยู่ มันบันทึกได้ มันจำได้ ตั้งนานแล้วที่เราทำ ยังจำได้ด้วย ลักษณะเดียวกัน

ถาม: ก็คือว่า การตั้งสัจจะผลที่ได้ก็คือ บารมีสิบทัศ
หลวงตา: ถูก คือ นักธุรกิจนะ ถ้าเราจะว่าจริงๆนะ นักภาวนานักแสวงบุญอะไรพวกเนียะ มันเหมือนนักธุรกิจเนียะ เหมือนนักสร้างบุญ มันต้องคิดท่านว่า มันต้องคิด ต้องคิดให้ได้มากที่สุดวันๆหนึ่งอะ เวลาที่...สบาย มีตัว คือจิตกับธาตุใช่มั้ย คือจิตเป็นตัวรับเนียะ ตัวคิดตัวรับ ถ้าจิตมันไม่สบาย มันขัดข้อง...อย่างเรานั่งอยู่วัดนี่นะ ถ้าจิตเรายังเศร้าหมองอยู่นี่ มันไม่อยาก ไม่อยากบุญไปเลย ต่อให้อธิษฐานต่อให้อะไร ต่อให้นั่งสมาธิ ต่อให้สวดมนต์เนียะ มันไม่เข้าฮะ

บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 02:48:17 PM »

ถาม: ก็คือว่า ถ้าเรายังไม่สบายใจเนียะ ก็ให้เราไปฟังเพลงไปทำอะไรที่เราชอบให้สบายก่อน
หลวงตา: ใช่ ถ้าทรงอารมณ์ให้ดี อารมณ์ดีๆ เวลาเราสวดมนต์หรืออธิษฐาน หรือ กรรมฐานที่เราอธิษฐานที่ผ่านมา มันจะสว่างทุกลมหายใจเข้าออก มันก็ได้เยอะ กระแสที่บันทึกคือจิต แต่ต้องอาศัยธาตุ...

ถาม: คนที่เขาเพิ่งเข้ามาใหม่ยังไม่พระผงต้องทำอย่างไงครับหลวงตา?
หลวงตา: เสียงไง เหมือนกับเราสวดนี่เสียงสด

ถาม: ให้เขาดูรูปหลวงปู่กับจักรพรรดิหน้าเวบก่อนได้ไหม?
หลวงตา: ได้ นั่นแหละคือ.. จริงๆแล้ว ต้องดูที่พระ น้อมจิตเข้าไปหาพระ และต้องหน้าพระ เรานั่งอยู่เก้าอี้ก็จริงแต่ให้นึกจิตอยู่ที่หน้าพระ

ถาม: แล้วถ้าเขามีพระที่ห้อยคอเขาอยู่แล้วละหลวงตา?
หลวงตา: ก็ให้นึกเข้าไปไง ก็เวลาเราคิดเข้าไปเนียะ เอาจิตสำนึกเข้าไปไง เข้าไปหาพระไง พระที่เห็นในเวบนั่นแหละ ให้ไปนั่งตรงหน้าพระ มันก็สวด...

ถาม: เคยอ่านที่หลวงตาเคยเทศน์ว่า หากอยากมีทรัพย์มากให้นึกถึงขุนคลังแก้ว อยากถาม:หลวงตาว่าขุนคลังแก้วเป็นอย่างไรคะ?
หลวงตา: อ้อ มันต้องมีกระแสของตัวเองด้วย มันต้องมีทานของตัวเองด้วย ถ้ามันมีก็คือกู้นะ กู้คือการตั้งสัจจะ อย่างใดอย่างหนึ่ง อธิษฐานนะ ขุนคลังแก้วคือผู้รักษาทรัพย์ของจักรพรรดิ

ถาม: ก็คือ ในยุคที่จักรพรรดิลงมาเกิดในโลกมนุษย์นี่ ขุนคลังแก้วก็คือเป็นคนใช่ไหมครับหลวงตา?
หลวงตา: เป็นคนฮะ เป็นตำแหน่ง เป็นตำแหน่งเฉยๆ

ถาม: เหมือนรัฐมนตรีคลัง?
หลวงตา: ใช่ มันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตำแหน่งพวกเนียะ

ถาม: กราบเรียนถาม:หลวงตา ชอบเห็นภาพนิมิตบนท้องฟ้า จิตครั้งแรกบอกตัวเองว่าเป็นภาพอะไร แต่ก็ชอบลังเล ตกลงเลยไม่รู้ว่าเห็นจริงหรือไม่ จะแก้ได้อย่างไรคะ?
หลวงตา: ไม่ต้องไปแก้นะ ถ้าเห็นภาพพระก็กราบพระ ภาพที่เห็นนะภาพอะไรอะ? ปัญหามันอยู่ตรงนี้? ถ้าภาพเป็นสิ่งที่ดี ก็กราบก่อน ภาพตามที่เห็นนั้นนะ

ถาม: อยากทราบว่า การมาอยู่วัด มาปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำเมืองนะแบบได้ประโยชน์ ควรปฏิบัติตนอย่างไรคะ?
หลวงตา: ไม่ยากหรอกฮะ เช้ามาก็สวดมนต์อธิษฐาน เดินออกไปเข้ามาก็กินกล้วย ละก็ขึ้นสวด สวดจักรพรรดิข้างบนนะ ...การที่สวด การเดินก็สวดไปเรื่อยๆ สวดไป...นะโมพุทธายะ ไปเรื่อยๆ นึกถึงภาพพระ ก็ไปนั่งกราบพระ ถ้าไม่มีใครก็นั่งสมาธิ รอสวดเสร็จลงมาก็หาอะไรกิน ช่วงที่ทำเนียะให้สวดตลอด ช่วงที่อยู่ที่วัดนั่นนะให้สวด

ถาม: แล้วเขาจะสัพเพฯรวมบุญเนียะ เค้าจะสัพเพฯรวมได้ทั้งวันไหมครับ? หลังจากสวดสัพเพฯไหมครับ?
หลวงตา: เรื่องสัพเพฯนี่นะ เรื่องแผ่เมตตานี่แผ่ได้ตลอด ไม่เกี่ยวกับสัพเพฯ ไม่เกี่ยวกับสวด สวดก็แผ่ได้ สัพเพฯก็แผ่ได้

ถาม: หลวงตาหมายความว่า ถ้าคนสวดอย่างเดียวแล้วลืมสัพเพฯ ก็คือ ไม่เสียอะไร?
หลวงตา: ไม่มีอะไร คือ ถ้าทรงอารมณ์อยู่ในบุญ อยู่ในจักรพรรดิ กระแสจักรพรรดิ หรือไตรสรณคมน์ หรือรูปหลวงปู่ดู่ ทั้งวันเนียะ ถ้าทำได้อย่างนั้นอารมณ์สบายๆนะ ใช้เวลาไม่นานละก็ มันเปลี่ยนแปลงในจิตในกาย เข้าใจมั้ย มีเกิดขึ้นนะ เดี๋ยวก็เปลี่ยนแปลงท่านว่า เพราะว่าอารมณ์ที่เราสวดมันเป็นกระแสของบุญล้วนๆ ตัวรับก็ตัวรูปกับนามเรานี่ ไม่ต้องไปยุ่งกับอะไร ใช่มั้ย ทรงอารมณ์ให้ดี แล้วก็สวดไป ประโยชน์มันจะเยอะ ไม่นานฮะ ใช้เวลาสักสองสามปีเท่านั้นแหละ ถ้าทำจริงๆอย่างที่ว่านะ เปลี่ยนแปลงฮะ เปลี่ยนแปลงเยอะเลยนะ อารมณ์ที่ไม่ดีในอดีตมันก็ยังไม่ดี เพราะว่าช่วงที่เราอยู่ในอารมณ์ที่ดีเข้าตลอดๆ ต้องระวัง มันเผลอไม่ได้ เราต้องสวดไป กินข้าว อาบน้ำ เดินไปเดินมา จับภาพหลวงปู่แล้วก็สวดไป ลองนึกบุญเท่าไร ตั้งสัจจะละก็อธิษฐาน

บันทึกการเข้า
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 03:06:48 PM »


อนุโมทนา  สาธุ .....

ขอบคุณมากๆค่ะ
บันทึกการเข้า
vikit
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 47



ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 03:34:43 PM »

อนุ






















อนุมทนา สาธุ













บันทึกการเข้า
assume
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 04:21:24 PM »

อนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 06:31:37 PM »

ถาม: ก็คือ จะเดินถือแผ่นพับที่หลวงตาแจกให้ก็ได้
หลวงตา: จะถือก็ได้ ไม่ถือก็ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องถือ ในอนาคตถ้ำเมืองนะจะเป็นนัก...อย่างนั้นนะ คนจะไม่ค่อยได้คุยกันหรอกฮะ จะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าเวลาทำหลายๆปีแล้ว มันก็ จะมีอะไรอยู่ ก็จะเปลี่ยนแปลง ก็อยู่อย่างงั้นไม่ได้ฮะ สามปีก็อยู่ไม่ได้ฮะ คนที่เคยอยู่ก่อนๆนี้อยู่ไม่ได้เพราะว่า มันเป็น มันไปยุ่งเรื่องข้างนอกฮะ จิตส่งออกนอก สิ่งที่เขาคิดว่า สิ่งอย่าส่งจิตออกนอก คือ ส่งแบบไม่ได้เรื่องได้ราว ถ้าส่งไปไม่ได้เรื่องได้ราวคือจิตส่งออกนอกไง

ถาม: นี่คือความหมายของคำว่าจิตส่งออก
หลวงตา: ไม่มีใคร ไม่ส่งหรอกฮะ หลวงตาไม่เชื่อ ทำใจให้อยู่กะที่ นอกจากคนที่สมาธิจิตถึงจะอยู่ เขาไม่ให้ส่งใจออกไปข้างนอก ไม่มีใครทำได้หรอกฮะ นอกจากฤษี ไม่เคยไปไหนเลย ก็มันนิ่งไง

ถาม: อันนั้นคือ อารมณ์พรหมใช่ไหมครับหลวงตา?
หลวงตา: ใช่ มันทำไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องไปพูดเลย ถ้าส่งใจออกนอกหมายถึง ส่งไปแล้วเป็นทุกข์ ไม่ได้เรื่องได้ราว ต้องส่งไปในบุญ

ถาม: ทุกคนเนียะถ้าเข้าถึงอารมณ์พรหมได้ แม้เพียงห้าวิ สิบวิ ใช่ไหมครับหลวงตา?
หลวงตา: ถ้าเรานั่งสมาธิ สบายๆ มันก็เป็นพรหมอยู่แล้ว มันนิ่งๆ ก็เป็นพรหมอยู่แล้ว

ถาม: นั่งสมาธิของหลวงตาหมายความว่า นั่งสวดจักรพรรดิไปเรื่อยๆใช่ไหมครับ
หลวงตา: ยืน เดิน นั่ง นอน ฮะ หรือ อาจจะตอนอาบน้ำอาจจะนิ่งก็ได้ มีบางคนนะ ได้สมาธิตอนที่อยู่ในส้วม มันนิ่งเลย ไม่ว่าอยู่ตอนไหนมันก็นิ่ง คนเรามันจะนั่งอยู่เฉยๆไม่ได้คิดอะไรมันก็นิ่งแล้ว คือ มันคิดจนขี้เกียจจะคิดแล้วมันก็นิ่งนะ มันสบายๆแล้ว มันไม่ต้องคิดในสิ่งที่ไม่ดี...แป๊ปเดียวก็หลับแล้วฮะ การหลับไม่ใช่ไม่ดีนะ ยิ่งหลับในบทสวดมนต์ก็ยิ่งดี ถ้าคนฟังพลังงานจิตได้นะ เขาจะรู้เลยเวลาเราหลับมันจะอยู่ในบุญตลอด...จิตจะอยู่ในบุญเวลาสวดแล้วหลับ...ฝันฮะ จะฝันไปทำบุญ...บันทึกแบบไหน...นี่คือการทรงอารมณ์ในบุญ...ทำไปเรื่อยๆ ถาม:ว่ามันจะไม่นิ่งเหรอ นิ่งฮะ นิ่ง แต่มันใช้เวลา เป็นเดือนเป็นปี หลายๆปีหรือเปล่า มันอยู่ที่คน บางคนก็ใช้เวลาห้าหกปี บางคนก็ใช้เวลาสามสี่เดือน คือมันบังคับแน่นอน บังคับให้อยู่บุญไง บังคับให้อยู่ในอารมณ์ที่สบาย เข้าใจนะ ในเวบนะ

ถาม: ถ้าหากสวดสองทุ่มครึ่งไม่ทัน ควรทำอย่างไร?
หลวงตา: โอ้โห ตื่นนอนก็สวดแล้ว ไม่เกี่ยวกัน ตื่นนอนก็สวดจนกว่าจะหลับนั่น...การสวดสองทุ่มครึ่งหมายความว่าสวดกระแสเดียวกัน ในกาลข้างหน้านี่ เวลาสวด ในกาลข้างหน้าจะมีพวกเยอะ กระแสมันไปพร้อมกัน เหมือนทำงานพร้อมกัน เวลาอธิษฐานอะไรมันก็ ก็จะสัมฤทธิผลได้ไว เพราะคนหมุ่มาก กระแสหมู่มาก ลักษณะนี้

ถาม: แล้วต้องสวดตอนสองทุ่มครึ่งอย่างเต็ม หรือไม่เท่าตั้งสัจจะ หรือไม่?
หลวงตา: ถ้าตั้งสัจจะ สวดไปเรื่อยก็ได้ฮะ...เวลาสวดสองทุ่มครึ่งประมาณว่า สวดไปสักพัก มีธุระก็ยังไปทำได้เลย

ถาม: ก็คือ การได้ฝากกระแสไว้แล้ว
หลวงตา: ใช่

ถาม: ก็คือ เวลาหลวงตาอธิษฐาน หรือ คนในถ้ำอธิษฐาน เขาก็จะได้ตามกระแสไปหมด
หลวงตา: ใช่ คนยังไม่เข้าใจนะ การสวด กระแสเนี่ย มันจะไปกันได้ ยังไม่เข้าใจ

ถาม: เขาไม่เข้าใจเพราะคิดว่าสวดไม่พร้อมกันไงครับ หลวงตา?
หลวงตา: ถ้าสวดพร้อมกันเนียะ ถ้าเรามองแบบตรงๆนะ ถ้าเรามองเห็นนะ มันจะเป็นสายใยทั่วโลกนะเวลาสวดพร้อมกัน

ถาม: ถ้าเขานึกเอาจิตสวดเฉยๆ โดยไม่ออกเสียง ได้เหมือนกันไหมครับ?
หลวงตา: มันไม่เกี่ยว จะออกเสียงหรือไม่ออกเสียงเนียะ มันได้ทั้งนั้นละ การออกเสียงนี่คือสัตว์และมนุษย์ ได้ยิน การไม่ได้ออกเสียงคือ พรหมทั้งหมดได้ยิน มันอยู่ที่เรานึกไปไกลแค่ไหน มันก็ไกลเท่านั้นนะ มันอยู่ที่เราแล้วก็แรงส่งของเรานะ เราฝากแรงส่ง เหมือนเรากดโทรศัพท์ปั๊ป ไอ้เครือข่ายที่เราใช้มันไกลแค่ไหน เราก็ไปขนาดนั้นแหละ หลวงปู่ท่านไปไกลขนาดไหน เราก็ไปไกลขนาดนั้นแหละ...คือ คนมองไม่เห็นนะ แล้วก็ไม่ได้พิจารณา ก็สวดมนต์มีประโยชน์อะไร?...คือ มันมีประโยชน์มหาศาลนะ มันอธิบายไม่ได้

ถาม: ต้องสวดเอง
หลวงตา: ใช่ ต้องสวดเอง เห็นเอง รู้เอง ไม่ได้หรอกฮะ...เพราะมันได้สวด จะรู้ได้ยังไงว่ามันดีหรือไม่ดี ใช่มั้ย...มันก็ได้มั่งไม่ได้มั่ง ทำเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้นละ ก็เหมือนการสะสมบุญและบาป สะสมบาปเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้น สะสมบุญเมื่อไรก็ได้เมื่อนั้นนะ ตลอดชีวิตจะทำได้สักเท่าไร

บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 06:42:06 PM »

ถาม: แต่คนเราเนียะ ชีวิตหนึ่งชั่วโมงหกสิบนาทีมันมีทั้งบุญและบาป ผสมกันหมด?
หลวงตา: ถูก ไม่ใช่ว่า เดือนหนึ่งไปเข้ากรรมฐานทีนึง มาแล้วก็ไม่ได้ทำไม่ใช่นะ ไอ้กรรมฐานนี่ทำตลอดนะ ว่างก็ทำ ไม่ต้องไปรอ เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยทำกรรมฐาน ไปอยู่ว้ด... ทุกลมหายใจเข้าออกนี่ พร้อมจะม่องได้ตลอดนะ และบุญมันอัดได้ตลอดนะ บาปก็อัดได้ตลอดด้วย คิดถึงบาปก็เป็นบาปเลย คิดถึงบุญก็เป็นบุญเลย ไม่ต้องไปคิดถึงอะไรดีที่สุดเลย มันไม่ต้องมองไกลไง มันมองง่ายๆฮะ ถามว่า ถ้าคิดถึงบุญบ่อยๆเนียะ บุญมันมากขึ้นนี่ จิตอยากคิดถึงบาปไหมละ

ถาม: ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับเรานั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ เราก็ไม่อยากออกไปข้างนอกเพราะมันร้อน อย่างนี้ได้ไหมครับ?
หลวงตา: ใช่ ถูก มันร้อน ไม่อยู่หรอก มันอยู่เย็นๆไม่ดีกว่าเหรอะ

ถาม: เวลาที่เราสงสัยอะไรแต่ยังไม่ได้ถาม จะมีผู้มาถามคำถามที่เราสงสัยเสมอ อย่างนี้คือเราไปรู้ความคิดของคนอื่นหรือเปล่า?
หลวงตา: กระแสจิต ไม่ค่อย..(ฟังไม่ชัด) ของการสวดจักรพรรดิฮะ...(ฟังไม่ชัด)...ถามเลยฮะ...

ถาม: คือจิตสัมผัส
หลวงตา: ทุกคนถ้าสวดเป็นปรกติ เป็นปรกติฮะ จับหลวงปู่เท่านั้นหละ เป็นปรกติเลยฮะ ถ้าสวดนะ ถ้าทำนะ ทำบ่อยๆด้วยนะ ประโยชน์มหาศาลเลยนะ เอ้อ ไม่ธรรมดานะ

ถาม: บางคนเขาบอกว่า เขาตั้งสัจจะสวดตลอดชีวิต แต่เขาสวดแค่วันละจบ เพราะว่าเขาไม่ได้กำหนดว่าสวดกี่จบ
หลวงตา: โมทนา สาธุด้วย

ถาม: อันนี้เขาฉลาดไหมครับ?
หลวงตา: ฉลาดมากเลยฮะ ตื่นขึ้นให้สวดเลย สวดตลอดชีวิต บอกหลวงพ่อ ตั้งแต่ผมเจอหลวงพ่อนี่ ผมนึกถึงหลวงพ่อทุกวัน ผมสวดทุกวัน แต่ผมสวดเท่าไรไม่รู้ วันละจบสองจบ ใช่มั้ย
การสวดบางทีมันมีเลศนัยในการสวด มันมีอุปาทาน มันมีอุปกิเลสเข้าไป กระแสของการจะคิดพลังงานเนียะ เข้าไปในจิตเนียะ มันจะรู้เลยเวลาสวดเนียะ สวดเยอะๆเนียะ อย่างในถ้ำที่ไหนเนียะ เราจะรู้เลยว่าใครบันทึกได้เท่าไร รู้ เหมือนเราดูเวบ คนสวดเท่าไรก็รู้ เวลาเราสวดก็รู้ใครบันทึก ใครตั้งใจสวดมาก รู้ฮะ บันทึกได้หรือไม่ได้นี่ รู้ฮะ แต่เราไปแก้ไขให้เขาไม่ได้หรอก เพียงแต่บอกเฉยๆว่า เวลาสวดให้ทรงอารมณ์ดีๆ ให้นึกถึงหลวงปู่ ให้นึกถึงพระ ใช่มั้ย ให้นึกถึงกระแสจากพระ

ถาม: การตั้งสัจจะในการสวดจักรพรรดิ ต้องหมายถึงเป็นการตั้งสัจจะในการสวดเฉพาะตอนสองทุ่มครึ่งอย่างเดียวหรือไม่ครับ?
หลวงตา: ไม่ บางคนก็ตั้งเป็นวันละห้าร้อย วันละสามร้อยก็ได้ แต่บางคนเขาตั้งหลายครั้ง บางคนตั้งจักรพรรดิเป็นเดือน บางคนตั้งตลอดชีวิต สองทุ่มครึ่งตลอดชีวิต ละก็ มีออพชั่นใหม่อีกนา วันนี้ตั้งสัจจะสวดห้าร้อย พรุ่งนี้สวดสามร้อย อย่างเนียะ ออพชั่นพิเศษ

ถาม: เพิ่มได้ลดได้
หลวงตา: ใช่ มันบันทึก

ถาม: หลายๆคนเข้าใจว่า ถ้าตั้งสัจจะสมมติว่าห้าร้อยแล้วเนียะ การตั้งครั้งต่อไปเขาบอกว่าถ้าตั้งลด เขากลัวบาป
หลวงตา: แต่ละวัน แต่ละช่วง หกวันห้าวันสิบวัน เดือนหนึ่งสองเดือน สามเดือน คือมันจะตั้งสัจจะตลอดชีวิตเนียะ สวดมนต์ตลอดชีวิตนี่นะ วันละจบก็ได้

ถาม: ชีวิตมนุษย์สองหมื่นกว่าวัน ก็สองหมื่นกว่าจบ
หลวงตา: ใช่ อย่างหลวงตานี่ จะอยู่อีกประมาณเจ็ดพันวัน ประมาณนะ ไม่เกินนี้ หายใจกี่ครั้ง ไม่กี่ครั้ง ลมหายใจไม่กี่ครั้ง อัดบันทึกบุญและบาปเข้าไปนะ ไม่กี่ครั้ง ตาย ตายแน่ๆ ฮึๆๆ

ถาม: มีเพื่อนอยากสวดจักรพรรดิ แต่ไม่ค่อยถนัดจับภาพพระแก้วแดง ถนัดจับภาพพระพุทธรูปทั่วไปแล้วสวดจักรพรรดิจะได้ผลไหมครับ?
หลวงตา: ได้ จับภาพพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่งก็ได้

ถาม: คือเขายังไม่เข้าใจว่า ทั้งพระสงฆ์และพระพุทธรูปเนียะ ทรงเครื่องอยู่แล้ว
หลวงตา: ถูก ถูก เครือข่ายเดียวกัน พระอรหันต์จะทรงเครื่อง เทวดาก็ทรงเครื่อง

ถาม: หลวงตาครับ หรือ ถ้าจับภาพพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ เช่น หลวงพ่อโต หรือ หลวงพ่อเงิน ได้ไหมครับ?
หลวงตา: ได้ เพราะอาศัยซึ่งกันและกัน ท่านต้องอาศัย...

ถาม: พระจี้กง พระถังซัมจั๋ง เป็นพระโพธิสัตว์ใช่หรือไม่ครับ?
หลวงตา: ใช่ นึกถึงทุกวันนะ จี้กง พวกกัน

ถาม: สวดจักรพรรดิแล้วมองภาพหลวงปู่ เห็นหลวงปู่แบะปาก หมายความว่าอย่างไร?
หลวงตา: ท่านจะพูดอะไรให้ฟังนะนั่น

ถาม: อย่างนี้แล้วเขาต้องทำยังไงต่อครับ?
หลวงตา: ไม่ต้องทำฮะ

บันทึกการเข้า
เจ้าสัว
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98



ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2010, 10:51:21 PM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า

"พุทธพรหมปัญโญ"
"นะโม โพธสัตว์โต พรหมปัญโญ"
vimar
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


ดูรายละเอียด
« ตอบ #33 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 06:49:28 PM »


ขอโมทนาสาธุกับท่านอาจารย์ธวัชชัยด้วยค่ะ
 
สาธุ
บันทึกการเข้า
Theppathai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 304


ข้าพเจ้าขอถึงพระรัตนะตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก


ดูรายละเอียด
« ตอบ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2010, 02:16:51 PM »

ขออนุโมทนากับข้อมูลครับ
บันทึกการเข้า

ขอบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมถึงองค์ปัจจุบัน พระธรรมทั้งหมด พระอริยะสงฆ์ทุกๆองค์ เทพพรหมทุกชั้นฟ้า พระโพธิสัตว์ทุกๆองค์ บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้าเป็นที่สุดโปรดจงดูแลลูกให้มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยเทอญ
yensabay
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38



ดูรายละเอียด
« ตอบ #35 เมื่อ: มีนาคม 15, 2010, 02:48:26 PM »

 
อ่านกลับไปมา และยังsave ใว้อ่านต่ออีกค่ะ ..ก็เลยโพสขึ้นมาอีก
เผื่อบางท่าน อาจยังไม่ได้อ่านค่ะ ..ขอโมทนาบุญกับคุณธวัชชัย ด้วยค่ะเจ้า..
บันทึกการเข้า

รู้เฉย...เบาสบาย
din
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930



ดูรายละเอียด
« ตอบ #36 เมื่อ: มีนาคม 16, 2010, 01:36:08 PM »

สาธุ  อนุโมทนาบุญ  สาธุๆๆๆ
บันทึกการเข้า
pruetikul
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


ดูรายละเอียด
« ตอบ #37 เมื่อ: เมษายน 08, 2010, 10:09:02 AM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
สาธุครับอ่านแล้วอิ่มใจ นำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย
บันทึกการเข้า
ืnok
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66



ดูรายละเอียด
« ตอบ #38 เมื่อ: เมษายน 16, 2010, 01:41:16 AM »

สาุธุ สาธุ จ้า มีความรู้มากจริงๆเลย ชอบมากเลย ขอบคุณมากเลยที่นำมาเผยแผ่ สาธุจ้า ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: