หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นั่งสมาธิ.....หลับตานึกภาพและมองภาพ.....ควรเลือกอย่างไร?  (อ่าน 4516 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มกราคม 27, 2010, 01:13:34 AM »


หลวงตาสอนว่า   ในการนั่งสมาธิตามวิธีการของหลวงปู่สามารถ ทำได้ทั้ง 2 อย่างแล้วแต่ใครจะถนัดวิธีไหน   คือ………
       1.   นั่งหลับตาแล้วนึกทรงภาพหลวงปู่ไปเรื่อยๆ  พยายามนึกทรงภาพหลวงปู่ให้ได้นานๆต่อเนื่องได้ก็ยิ่งดี  แล้วก็สวดไตรสรณคมณ์หรือสวดบทพระมหาจักรพรรดิไปด้วยในขณะที่นึกภาพหลวงปู่     ทำไปเรื่อยๆแบบใจสบายๆ  จนกว่าจะเชื่อมต่อกระแสกะหลวงปู่ได้    จุดวัดความสำเร็จของการนั่งแบบหลับตาคือ  การทรงภาพหลวงปู่ได้ต่อเนื่องตลอดเวลาที่นั่งสมาธิด้วยใจสบายๆ ...... อันนี้คือวิธีที่ 1  ....    หรือ
         2.  จะไม่นั่งหลับตาก็ได้    โดยให้มองภาพหลวงปู่แบบใจนิ่งๆสบายๆไปเรื่อยๆในขณะที่สวดบทพระมหาจักรพรรดิไปด้วย    มองภาพหลวงปู่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นภาพหลวงปู่ยิ้มให้หรือเคลื่อนไหวแบบต่างๆ    เมื่อใดสามารถมองภาพหลวงปู่ให้เคลื่อนไหวได้    ก็แปลว่าเริ่มจะสื่อกระแสจากหลวงปู่ได้   นั่นคือหมายถึงการฝึกได้ผลก้าวหน้า   
            ผู้ปฏิบัติทุกคน ต้องฝึกตัวเองให้สามารถสื่อกับกระแสของหลวงปู่ให้ได้เป็นพื้นฐานเสียก่อน   จีงจะสามารถฝึกวิชาของหลวงปู่เช่นวิชาเปิดโลก  วิชาเรือดำน้ำ  หรือวิชาอื่น ฯลฯ ต่อไปได้
           ไม่ทราบว่าที่เข้าใจแบบนี้  เข้าใจถูกต้องหรือเปล่าคะ
           และอีกอย่างที่อยากทราบจากประสบการณ์ของท่านอื่นๆบ้างคือ   การที่เราไม่เลือกทางใดทางหนึ่งไปเลยในทุกครั้งที่นั่งสมาธิ     แต่ใช้ทั้ง 2 วิธีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา    บางวันก็ใช้หลับตานึกภาพ   บางวันก็ใช้นั่งดูภาพหลวงปู่ท่านไปเรื่อยๆ      การใช้ทั้ง 2 อย่างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้   จะทำให้การปฏิบัติได้ผลช้ากว่าการเลือกทางใดทางเดียวไปเลยหรือไม่    อย่างไร  ?          เพราะก็ยังสงสัยอยู่ว่า   ถ้าใช้วิธีเดียวกันให้ต่อเนื่องกันไปทุกวัน อาจช่วยให้การปฏิบัติได้ผลก้าวหน้าได้เร็วกว่าหรือเปล่า
          มีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรก็ขอคำแนะนำ   และขอฟังความเห็นจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักปฏิบัติ ในเรื่องนี้ด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
ยิดัม
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 27, 2010, 09:11:51 AM »

ไม่เห็นจะยากเลย ก็ลองทำดูสองแบบ  ยิงฟันยิ้ม ก็จะทราบจริตของเราเอง แต่โดยที่ได้ทำมา คือก็จะนึกถึงภาพหลวงปู่โดยทำสมาธิแบบหลับตา และก็แบบลืมตา คือ ฝึกทำนองว่า จะหลับตาหรือลืมตา จิตก็จับภาพท่านได้ ถ้าแบบลืมตาก็ทำตัวตามปกติ แต่ใช้จิตนึก ก็ปรากฎว่า ก็จะสามารถรับสื่อได้เหมือนกัน แต่ถ้าหลับตา ในขณะที่หลับตา ช่วงก่อนจะนอน ก็มักจะเห็นนิมิต ได้ดี โดยการหลับตา คือเหมือนจะได้ไปเห็นในสถานที่นั้นๆแบบชัดเจน จะงงไม่เนี่ย หุหุ สรุปว่า ให้จิตเห็นภาพหลวงปู่ให้ได้ ยิ่งนานยิ่งดี
   มีเรื่องหนึ่งที่ขำมากเลย คือคนใกล้ตัว เขาบอกว่า เขาเกรงใจไม่อยากรบกวนหลวงปู่ คือเราพยายามให้เขาฝึกทำสมาธิและให้เขาได้นำจิตไปกราบหลวงปู่ เพื่อขอบารมี และฝึกวิชาเปิดโลกแบบทางอ้อม ก็พวกเรามักจะว่างช่วง 5 ทุ่ม เที่ยงคืน เขาก็มักจะได้ถามหลวงปู่ไม่กี่คำถาม แบบคนขี้เกียจ อิอิ แล้วก็จะบอกว่า ไม่อยากรบกวนหลวงปู่ เพราะดึกแล้ว ไม่อยากรบกวนท่าน 555 มีงี้ด้วย
บันทึกการเข้า

ขุนลอ...
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 27, 2010, 08:27:29 PM »


คนใกล้ตัวคุณยิดัมมีเหตุผลที่จะขี้เกียจถามได้น่ารักดีค่ะ   5555

ช่อยอธิบายเพิ่มอีกนิดนะคะว่า  ที่บอกว่า …..“ถ้าแบบลืมตาก็ทำตัวตามปกติ แต่ใช้จิตนึก ก็ปรากฎว่า ก็จะสามารถรับสื่อได้เหมือนกัน แต่ถ้าหลับตา ในขณะที่หลับตา ช่วงก่อนจะนอน ก็มักจะเห็นนิมิต ได้ดี โดยการหลับตา”.....

 แล้วจะทราบได้อย่างไรค่ะว่าเรา   “รับสื่อ”  ได้แล้ว  สังเกตุจากอะไร
บันทึกการเข้า
keawjearanai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 28, 2010, 07:04:47 PM »

ตอนนี้ก็ยังทรงภาพท่านได้บ้างไม่ได้บ้างเหมือนกันค่ะ

แต่เท่าที่ถามมา จากความเห็นส่วนตัว  หากคุณมีเวลา มีสถานที่สงบระงับ เป็นสัปปายะ
ก็อาจจะนั่งหลับตาภาวนา ลืมตาดูรูปท่านบ้าง เพื่อที่จะได้จำได้ แล้วหลับตา หากจำได้แล้ว ก็หลับตาภาวนาไปเรื่อย ๆ ด้วยใจสบาย ๆ  ก็สามารถรับกระแสจากองค์ท่านได้ค่ะ
แต่หากไม่สามารถทรงภาพท่านได้ ก็ไม่เป็นไร ลืมตามาดูรูปท่าน แล้วภาวนาด้วยใจสบาย ๆก็ได้เหมือนกัน

แต่หากทำได้  ลืมตาภาวนาภาพท่านให้ได้ทั้งวันก็ยิ่งดี ในกรณีนี้ เคยอ่านในเว็บบอร์ดเดิม หลวงตาท่านกล่าวว่า หากว่าเราฝึกแบบลืมตา  จนถนัดและชำนาญ ต่อให้เรามีกิจการงานต่าง ๆ  เราก็สามารถทรงภาพท่านได้ขณะทำกิจการงานเหล่านั้นด้วยได้ค่ะ

ฝึกให้คล่องทั้งลืมตาและหลับตาได้ทั้งสองแบบยิ่งดีค่ะ  เพราะปฏิบัติได้ทุกเวลา แต่ถ้าลืมตาได้จะได้เปรียบหน่อย คือทำได้ทุกเวลา

แต่สำหรับเรา เราปฏิบัติแบบนี้ค่ะ

ช่วงแรก ก็ปฏิบัติลืมตาสวดก่อน แล้วหลับตา ลองนึกถึงภาพท่าน ถ้าพอจะเห็นก็หลับตาภาวนาไป

ช่วงหลัง ๆ หลังจากที่พอจะเห็นภาพท่านได้บ้าง แต่ยังไม่เคลื่อนไหว ก็ลองนึกภาพองค์ท่านเวลาลืมตา ก็ได้เหมือนกัน แต่ไม่นานเหมือนหลับตา

ยังไงเราว่า ฝึกทั้ง 2 แบบแหละค่ะได้เปรียบ


** ขอโอกาสศิษย์พี่ทางธรรมทั้งหลายด้วยนะคะ  หากตอบผิดพลาดขอขมาด้วยค่ะ**

บันทึกการเข้า
booncoo2009
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 28, 2010, 07:18:20 PM »

โมทนาด้วยครับ...พุทโธอัปมาโณ ธัมโมอัปมาโณ สังโฆอัปมาโน ปัจจัตตัง เวธิตัพโพครับ สาธุ
บันทึกการเข้า

ขอบารมีรวมหลวงปู่่ หลวงตา แผ่บุญไปทั้งสามแดนโลกธาตุ ด้วยเถิด สาธุ
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 29, 2010, 12:34:59 AM »

แนวทางที่คุณแก้วเจียรนัยอธิบายมาช่วยให้เข้าใจได้มากกว่าเก่ามากค่ะ  ว่าควรจะปฏิบัติแบบไหนอย่างไร  โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องสถานที่    ว่าควรพิจารณาด้วยว่าขณะนั้นเราอยู่ในสถานที่แบบไหน   ที่สับปายะ หรือที่อึกทึกครึกโครม คนเย๊อะแยะ  หรือคนอยู่กันอย่างสงบ    เพราะจริงๆแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็นึกถึงหลวงปู่ได้ ทั้งในยามนั่งสมาธิ หรือเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ แต่ทำงานอื่นๆตามปกติชีวิตประจำวัน    ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยให้ความกระจ่างในเรื่องนี้  จะปฎิบัติตามที่แนะนำมาค่ะ  ยิ้มกว้างๆ

ขอถามเพื่อความเข้าใจอีกเรื่องนะคะ   เพราะไม่ทราบว่าตัวเองเข้าใจถูกหรือเปล่า ที่ว่า  “ การทรงภาพท่านได้” นั้น   คือ   การที่ในขณะที่สวดมนตร์ภาวนาก็นึกถึงภาพท่าน  (ภาพใดภาพหนึ่ง  หรือหลายภาพเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วแต่ภาพไหนจะเกิดขึ้นมาในใจยามนั้น) ไว้ในใจได้บ่อยๆ หรือตลอดเวลาได้ยิ่งดี...  เข้าใจแบบนี้ถูกต้องรึเปล่าคะ ?    

 ถ้ายังงั้น เวลาที่เราไม่ได้สวดมนตร์  ไม่ได้นั่งสมาธิ  แต่ทำอะไรอยู่ก็ตามในชีวิตประจำวัน  แล้วอยู่ๆเราก็นึกแว๊บจะนึกถึงภาพหลวงปู่   ก็เห็นภาพท่านอยู่ในใจได้เรื่อยๆ    ภาพท่านก็จะอยู่แว๊บๆอยู่ในใจตลอดทั้งวันเดี๊ยวก็นึกถึงหลวงปู่ เดี๊ยวก็นึกถึงหลวงปู่  ภาพท่านก็จะมาเรื่อยๆตลอดเวลา ถึงแม้จะไม่ชัดเจนนักแต่ก็นึกออกล่ะ     การ นึกให้ได้วันละบ่อยๆหลายสิบครั้งรึอาจจะเป็นร้อยๆครั้งแต่ไม่ได้สวดมนตร์ในขณะที่นึก   แบบนี้ถือว่าเป็นการทรงภาพหลวงปู่ได้บ้างแล้วยังคะ  หรือว่าเป็นเรื่องธรรมดาๆที่ใครๆก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น   ยังไม่ถือว่าเป็นลักษณะของการ  “ทรงภาพท่านได้ “

อนุโมทนา สาธุ  กับคำตอบ  คำอธิบาย  และคำอนุโมทนาจากทุกๆท่านค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2010, 12:44:51 AM โดย windmill » บันทึกการเข้า
booncoo2009
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 29, 2010, 05:57:34 AM »

โมทนาด้วยครับ..หลวงปู่เคยตอบญาติโยมสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่ว่า..นึกถึงหลวงปู่เหมือนนึกถึงแฟนเองคิดถึงแฟนเองถือว่าใช้ได้แล้ว..สาธุ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ขอบารมีรวมหลวงปู่่ หลวงตา แผ่บุญไปทั้งสามแดนโลกธาตุ ด้วยเถิด สาธุ
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 29, 2010, 10:00:52 PM »


ได้ทราบแบบนี้รุ้สึกมีกำลังใจในการปฏิบัติมากขึ้นมากค่ะ  เพราะรู้สึกว่ายิ่งสวดมนตร์บ่อยๆเป็นประจำ   ( จะนึกสวดอยู่ในใจทั้งวันเมื่อนึกได้  ไม่ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม )  ก็ยิ่งนึกถึงภาพหลวงปู่ได้บ่อยๆๆๆๆมากกว่านึกถึงแฟนจริงๆ ขยิบตา

ประมาณตัวเองว่า ตอนนี้คงจะทรงภาพหลวงปู่ได้สักประมาณ  10-20 %  มั๊ง  ก็ต้องพยายามต่อไปอีกมากๆด้วยความหวังว่า สักวันหลวงปู่คงจะยิ้มให้บ้างค่ะ

อนุโมทนา สาธุ   ค่ะ
บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 30, 2010, 06:01:04 PM »

ผมเองก็ยังงูๆปลาๆเหมือนกันนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ออกตัวไว้ก่อน

แต่เท่าที่ได้สดับมาจากหลวงตาและนำมาประมวลเข้าด้วยกัน ก็พอจะได้ความว่าอย่างนี้...

การที่เราระลึกถึงหลวงปู่ 1 ครั้ง ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตา กำลังจิตของหลวงปู่จะสื่อสารไปกลับกับตัวเราได้ถึง 7 ครั้ง (และถ้าเราสามารถระลึกถึงท่านได้ตลอดเวลาทั้งวัน ลองคิดดูว่าพลังงานของหลวงปู่จะวิ่งเข้าสู่ตัวเราได้มากระดับไหน เหมือนกับที่หลวงตาท่านพูดว่า ท่านระลึกถึงหลวงปู่ทุกลมหายใจเข้าออกนั่นเลย) ซึ่งแต่ละครั้งพลังงานของหลวงปู่จะผ่านเข้าที่ทั้งกายและใจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสิ่งต่อไปนี้

1. พลังงานจะจับตัวที่จิตของเราหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จิตของเราจะมีกำลังมากขึ้น หลวงตาท่านสอนว่าจิตเป็นตัวบันทึก การที่เราระลึกถึงหลวงปู่นี่เป็นบุญอย่างหนึ่ง และเป็นการภาวนาอย่างหนึ่ง บุญจะเกิดขึ้นทุกครั้งและแสงสว่างจะเกิดขึ้นทุกครั้ง

2. เมื่อจิตของเรามีกำลังมากขึ้น ก็จะสามารถรับรู้กระแส รับรู้พลังงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ หลวงตาท่านยกตัวอย่างเช่นว่า เช้านี้ตื่นขึ้นมา รู้สึกเอ๊ะ เหมือนวันนี้จะได้สตังค์ แล้วก็มีคนเอาสตังค์มาให้เราจริงๆ จะเรียกว่าความสามารถรับรู้ล่วงหน้าก็คงได้ หลวงตาท่านว่าท่านก็ทำเป็นประจำ คือ พอรับรู้กระแสไม่ค่อยดีเข้ามา ท่านก็จะหลีกเสีย เข่นหนีไปนอนถ้ำเย็น หรือไปในที่ๆทำให้คนตามตัวท่านไม่ได้ เป็นต้น

3. เมื่อมีพลังงานเกาะที่จิตมากขึ้น พลังงานหรือกระแสไม่ดีจะเข้าไม่ได้ หรือ เข้าได้ยากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่หลวงตาเรียกว่า "การเบนกระแส" คือ เอาจิตของเราไปผูกไว้กับพลังงานของพระ เป็นพุทธานุสสติ สังฆานุสสติ นี่ก็คือ ไตรสรณคมน์ นั่นเอง ดังนั้น ถ้าเราปฏิบัติไปเรื่อยๆทั้งวัน กระแสไม่ดีจะเข้าไม่ได้เลย กรรมที่กำลังเผชิญอยู่ก็จะถูกเบนออกไป ขึ้นอยู่กับว่ากรรมหนักหรือกรรมเบา ถ้าไม่หนักมาก ก็อาจจะตามเราไม่ทันเลย นี่เป็นการผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่ใช่การแก้กรรม คนละอย่างกันนะครับ "กรรมนั้นแก้ไม่ได้ แต่หลีกได้" นี่คือสิ่งที่หลวงตาพยายามสอนพวกเรา หลีกโดยการสวดจักรพรรดิ หลีกโดยการเอาจิตของเราไปผูกไว้ที่หลวงปู่

4. เมื่่อพลังงานหลวงปู่ผ่านเข้ามาที่กายและใจของเรา ก็จะทำการฟอกธาตุให้เราโดยอัตโนมัติ โรคที่เกิดจากกรรมก็จะเบาบางลงไปเรื่อยๆ โรคใหม่ก็จะไม่เกิด แสงสว่างในตัวของเราก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ภพภูมิก็จะตามเรามากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน แต่หลวงตาสอนว่าจงอย่ากลัว เพราะเขาไม่ได้มาทำร้ายเรา เขาเห็นเรามีแสงสว่าง เขาก็รู้ว่าเราจะเป็นเหตุให้เขาได้รับบุญ เขาก็ตามมาคอยรับบุญอนุโมทนาบุญกับเรา ในทางตรงข้าม เขาจะพยายามช่วยรักษาเราอีกต่างหาก เพราะเราจะได้อยู่ทำประโยชน์ให้กับเขาได้นานๆไง ดังนั้น หลวงปู่ท่านจึงสอนให้เราสัพเพฯ ส่งวิญญาณ ปรับภพภูมิฯ บ่อยๆไงครับ เป็นการสร้างประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไปพร้อมๆกัน เราจึงเป็นคนมีประโยชน์อย่างมากต่อภพภูมิโดยเฉพาะ กับมนุษย์ยังไม่เท่าไร เพราะมนุษย์มีทิฐิเยอะสอนยาก

5. และถ้าเราทำไปไม่หยุด จนสามารถสื่อกับพลังงานของหลวงปู่ได้อย่างชำนาญ นานๆเข้า ก็จะเกิดสิ่งที่หลวงตาสอนว่า "ทิพยอำนาจ" คือจิตมีอำนาจทิพย์ สามารถทำอะไรก็ได้ หลวงตาบอกว่าเรื่องเหาะนั่นมันเด็กๆ ต้องแบบพอคิดปั๊ป กายทั้งกายนี่ไปเลยถึงปลายทางได้เลย...อันนี้คงต้องรออีกนานๆโน่นแหละ ชาตินี้จะทำหรือเปล่า? ตอนนี้เราเอาแค่ระลึุกถึงหลวงปู่ให้ได้ทั้งวันก็พอเนาะ  ยิงฟันยิ้ม

แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี่ เป็นการอาศัยกำลังของหลวงปู่ทั้งสิ้นนะครับ ไม่ใช่กำลังของตัวเราเอง การจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ อยู่ที่หลวงปู่ท่านจะสงเคราะห์ ถ้าเป็นประโยชน์ท่านก็อาจจะอนุญาต ถ้าไม่เป็นประโยชน์ท่านก็อาจจะปิดเลยก็ได้ หมายความว่า ถ้าเรานำความสามารถพิเศษนี้ไปใช้ในทางมิดีมิร้าย หรือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวทางโลก ท่านจะปิดการสื่อสารกับเราทันที แล้วต่อให้ทำให้ตายเราก็จะไม่สามารถสื่อกับท่านได้อีก ไม่สามารถกลับไปเห็นไปรับรู้อะไรๆได้อีก ตรงนี้ต้องพึงสังวรกันไว้มากๆ จะได้ไม่เกิดอาการหลงแล้วเผลอทำในสิ่งที่เป็นการปรามาสครูบาอาจารย์กันไปโดยไม่รู้ตัว

นำมาแชร์กัน...คงไม่ผิดกติกาของเวบนะครับ...
บันทึกการเข้า
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 31, 2010, 02:11:11 AM »


ที่คุณธวัชชัยเล่ามา ช่วยให้เข้าใจเพิ่มขึ้นมากจริงๆเลยค่ะ  ได้ทราบคุณวิเศษของพลังงานหลวงปู่อย่างนี้แล้ว    ขี้เกียจไม่ได้แล้วล่ะค่ะ  ต้องขยันสวดมนตร์และระสึกถึงหลวงปู่ให้มากขึ้นอีกสัก 20 เท่า หลวงปู่อาจจะยิ้มและเคลื่อนไหวให้เห็นบ้าง   

ตอนนี้เท่าที่ทำได้ก็คือยังทรงภาพท่านได้ไม่มากนัก  ทรงได้บ่อย  แต่ก็แค่แว๊บ แว๊บ ภาพท่านยังไม่ค่อยจะต่อเนื่องได้นาน    ส่วนเวลามองภาพท่านเวลานั่งสมาธิแบบไม่หลับตา  ก็จะเห็นภาพท่านเปลี่ยนไปเรื่อยๆ    ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่ภาพท่านเปลี่ยนไปเรื่อยๆนั้น    เพราะอุปาทานไปเองเนื่องเพราะการที่ต้องปิดตาแล้วเปิดตาตามธรรมชาติรึป่าว   จึงทำให้เหมือนเห็นภาพเปลี่ยนไป   เปลี่ยนเร็วมากจนบางครั้งมองไม่ทันว่าเปลี่ยนเป็นภาพอะไรบ้าง รู้แต่ว่าท่านเปลี่ยนไปเรื่อยๆ    เคยถามหลวงตาเวลาที่ท่านมาตอบคำถามในเวป    ท่านก็บอกว่าการที่ภาพท่านเปลี่ยนไปไม่ใช่อุปาทาน   แต่ตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น   เพราะ คล้ายๆ  สงสัยว่า   เอ... เราเห็นท่านเปลี่ยนไปจริงๆ   รึว่าเป็นเพราะสายตาเราเชื่อไม่ได้กันแน่   อาจจะจ้องอะไรนานๆเลยอาจจะเบลอๆเห็นเป็นเหมือนภาพเปลี่ยนทั้งๆที่ภาพไม่ได้เปลี่ยนหรอก    เรายังทำไม่ได้ขนาดนั้นมั๊ง   

มีเรื่องราวการปฏิบัติเรื่องอื่นๆที่มีประโยชน์แนะนำสำหรับผู้ฝึกใหม่ (  เพิ่งฝึกมาได้ประมาณ 6 เดือนค่ะ ) ก็กรุณามาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ
   
……ขอแค่ระลึกถึงหลวงปู่ให้ได้ทั้งวันก็พอเนาะ …. ยิงฟันยิ้ม

อนุโมทนา สาธุ ค่ะ

บันทึกการเข้า
ธวัชชัย
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 104



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 31, 2010, 08:14:02 AM »

ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ก็จะเห็นเหมือนกับที่คุณ windmill เห็น คือ ภาพหลวงปู่ท่านเปลี่ยนไปเรื่อยๆ... หลวงตาท่านบอกว่า "อย่่าสงสัย"

พื้นฐานของการปฏิบัติสายหลวงปู่ที่ผมเข้าใจก็คือ "ศรัทธา" ครับ... ทำใจให้สบายๆ ดูไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องสงสัย เพราะหลวงตาท่านก็รับรองอีกเช่นเดียวกันว่า ถ้าเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าภาพจะเปลี่ยนได้ มันจะเป็นอุปาทานได้ยังไง ถ้าเรามีการคาดเดาอะไรไว้ล่วงหน้า หรือระแคะระคายคำตอบไว้ล่วงหน้า แล้วเห็นไปเป็นอย่างนั้น ก็อาจจะสันนิษฐานไว้ว่าเป็นเพราะจิตของเราสร้างขึ้นเองได้

ผมเข้าใจว่า ที่เราเห็นภาพเปลี่ยนได้นี้ กลับเป็นการยืนยันว่าเราสามารถรับกระแสของหลวงปู่ได้จริงในระดับหนึ่งแล้ว เช่นเดียวกับที่เรารู้สึกว่าพระในมือดิ้นได้ หรือรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้า ฯลฯ อันนี้เป็นเหมือนกุศโลบายของหลวงปู่ที่ต้องการดึงดูดความสนใจ หรือเป็นการเพิ่มกำลังใจให้กับเราให้เร่งปฏิบัติจริงๆจังๆมากขึ้นต่างหาก

หลวงปู่ท่านบอกไว้ว่า "ให้เร่งปฏิบัติ เวลาเหลือน้อยแล้ว... ถ้าเคารพข้าจริง ศรัทธาข้าจริง ข้าจะคอยช่วย..."

ขออนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 03:14:12 AM »


ก็รู้สึกแบบมีกระแสไฟฟ้าตึ๊บๆที่องค์พระเวลาพนมมือสวดมนตร์บ่อยๆค่ะ    และ  บางครั้งกะลังนั่งสวดมนตร์ในสมาธิเพลินๆ เหมือนองค์พระหมุนดังกร๊อบๆอยู่ในกรอบพลาสติกด้วย  ก็รู้สึกว่า แปลกดีแฮะ   ก็เลยมีบางครั้งเหมือนกันที่นั่งคอยดูว่าเมื่อไหร่ท่านจะหมุน   แต่วันไหนคอย ท่านจะไม่หมุนค่ะ ท่านจะให้ได้ยิน เฉพาะวันที่ไม่คอย  ยิ้มกว้างๆ

อนุโมทนา สาธุ ค่ะ
บันทึกการเข้า
ศรัทธา
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2010, 07:35:30 AM »

โมทนานาครับ
บันทึกการเข้า
mook
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 27



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2010, 09:42:42 PM »

สาธุ สาธุ.... ขออนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
prakit
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2010, 10:09:22 PM »

ขออนุโมทนา สาธุแก่ผู้ปฏิบัติทั้งหลาย
บันทึกการเข้า
paaelle
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


"คนดีเขาไม่ตีใคร"


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2010, 11:23:17 AM »

อนุโมทนาสาธุค่ะ...
บันทึกการเข้า
Pichaya
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 10:40:20 AM »

โมทนาครับ
บันทึกการเข้า

ท่านว่า ลองคิดดูนะ ถ้ากระแส สวดไปเรื่อยๆ กระแสกรรมมันเข้าได้ที่ไหน
เทวดาแถว ๆ บ้านเรา ที่เราอยู่ เขาก็ได้ประโยชน์จากเรา ได้ความสุขจากเรา
คิดดูสิว่า เขาจะทำอะไร เขาจะดูแลเรามั้ย มีใครมาทำอันตรายเราได้มั้ย ไม่มี
คนที่แม้แต่คิดจะทำอันตราย ยังมีอันเป็นไปเลย
kaewjira
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2010, 04:24:44 PM »

โมทนาค่ะ
บันทึกการเข้า
Theppathai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 304


ข้าพเจ้าขอถึงพระรัตนะตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2010, 09:35:57 AM »

ขออนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า

ขอบารมีพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมถึงองค์ปัจจุบัน พระธรรมทั้งหมด พระอริยะสงฆ์ทุกๆองค์ เทพพรหมทุกชั้นฟ้า พระโพธิสัตว์ทุกๆองค์ บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้าเป็นที่สุดโปรดจงดูแลลูกให้มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยเทอญ
นพปาฏิหาริย์
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2



ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2010, 10:43:20 AM »

ขออนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
Goi
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 01, 2010, 08:59:24 AM »

ขออนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
gftor
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


นะโม โพธิสัตโต


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 10, 2010, 02:24:49 PM »

สาธุ.... ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

"ของดีอยู่ที่ตัวเราหมั่นทำ(ปฏิบัติ)เข้าไว้"
"ที่แกปฏิบัติอยู่ให้รู้ไว้ว่าไม่ใช่เพื่อข้า แต่เพื่อตัวแกเอง"

นะโม โพธิสัตโต นะโม พรหมปัญโญ นะโม วิริยธโร
อาจาริยะคุณัง วันทามิ
kavee
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 04:52:09 PM »

ขอคุณมากเลยครับสำหรับคำแนะนำ เป็นประโชยน์กับผมมากจริงๆ ตอนแรกไม่รู้ว่าทำแบบลืมตาได้
เพราะดูเหมือนว่าแบบลืมตาจะเหมาะกับผม เพราะ ตอนสวดมนต์แล้วมองรูปหลวงปู่ไปด้วย เหมือนหลวงปู่จะลอยออกมาจากรูป พอได้อ่านกระทู้นี้ยิ่งทำให้มีกำลังใจในการปฎิบัตมากเลยครับ

ขออนุโมทนา

หมาป่าพเนจร
บันทึกการเข้า
pu4755
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 05:01:11 PM »

อนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
din
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930



ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: มีนาคม 31, 2010, 11:32:24 AM »

สาธุุๆๆ อนุโมทนาบุญ
บันทึกการเข้า
ITTHIWAT
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 105


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: มีนาคม 31, 2010, 01:09:22 PM »

อนุโมทนาสาธุ...
บันทึกการเข้า
MACKY
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 31, 2010, 01:29:57 PM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า

การอธิษฐาน ไม่ใช่การอ้อนวอนขอ แต่คือการตั้งใจมั่นที่จะทำให้สำเร็จ
nuutuk
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 31, 2010, 02:28:18 PM »

อนุโมทนา สาธุค่ะ
บันทึกการเข้า

โง่ไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก โง่มากๆ ยากที่จะเป็นใหญ่
LUMPHUN
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142



ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 08:53:01 AM »

หากแม้นว่าข้าพระพุทธเจ้าได้เคยร่วมทำบุญกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ในชาติก่อนๆมาแม้เพียงครั้งเดียวขอให้หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่  ช่วยเหลือศิษย์ให้พบทางออก  ให้พ้นความมืดในดวงจิตนี้ด้วยเทอญ 

หากแม้นว่าข้าพระพุทธเจ้าไม่ได้เคยร่วมทำบุญกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ในชาติที่แล้วๆมาฉันใดขอหลวงตาม้า  ช่วยโปรดศิษย์คนนี้ด้วยเทอญ
บันทึกการเข้า
neverfear
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 11:19:46 AM »


หลวงตาสอนว่า   ในการนั่งสมาธิตามวิธีการของหลวงปู่สามารถ ทำได้ทั้ง 2 อย่างแล้วแต่ใครจะถนัดวิธีไหน   คือ………
       1.   นั่งหลับตาแล้วนึกทรงภาพหลวงปู่ไปเรื่อยๆ  พยายามนึกทรงภาพหลวงปู่ให้ได้นานๆต่อเนื่องได้ก็ยิ่งดี  แล้วก็สวดไตรสรณคมณ์หรือสวดบทพระมหาจักรพรรดิไปด้วยในขณะที่นึกภาพหลวงปู่     ทำไปเรื่อยๆแบบใจสบายๆ  จนกว่าจะเชื่อมต่อกระแสกะหลวงปู่ได้    จุดวัดความสำเร็จของการนั่งแบบหลับตาคือ  การทรงภาพหลวงปู่ได้ต่อเนื่องตลอดเวลาที่นั่งสมาธิด้วยใจสบายๆ ...... อันนี้คือวิธีที่ 1  ....    หรือ
         2.  จะไม่นั่งหลับตาก็ได้    โดยให้มองภาพหลวงปู่แบบใจนิ่งๆสบายๆไปเรื่อยๆในขณะที่สวดบทพระมหาจักรพรรดิไปด้วย    มองภาพหลวงปู่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นภาพหลวงปู่ยิ้มให้หรือเคลื่อนไหวแบบต่างๆ    เมื่อใดสามารถมองภาพหลวงปู่ให้เคลื่อนไหวได้    ก็แปลว่าเริ่มจะสื่อกระแสจากหลวงปู่ได้   นั่นคือหมายถึงการฝึกได้ผลก้าวหน้า  
            ผู้ปฏิบัติทุกคน ต้องฝึกตัวเองให้สามารถสื่อกับกระแสของหลวงปู่ให้ได้เป็นพื้นฐานเสียก่อน   จีงจะสามารถฝึกวิชาของหลวงปู่เช่นวิชาเปิดโลก  วิชาเรือดำน้ำ  หรือวิชาอื่น ฯลฯ ต่อไปได้
           ไม่ทราบว่าที่เข้าใจแบบนี้  เข้าใจถูกต้องหรือเปล่าคะ
           และอีกอย่างที่อยากทราบจากประสบการณ์ของท่านอื่นๆบ้างคือ   การที่เราไม่เลือกทางใดทางหนึ่งไปเลยในทุกครั้งที่นั่งสมาธิ     แต่ใช้ทั้ง 2 วิธีเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา    บางวันก็ใช้หลับตานึกภาพ   บางวันก็ใช้นั่งดูภาพหลวงปู่ท่านไปเรื่อยๆ      การใช้ทั้ง 2 อย่างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้   จะทำให้การปฏิบัติได้ผลช้ากว่าการเลือกทางใดทางเดียวไปเลยหรือไม่    อย่างไร  ?          เพราะก็ยังสงสัยอยู่ว่า   ถ้าใช้วิธีเดียวกันให้ต่อเนื่องกันไปทุกวัน อาจช่วยให้การปฏิบัติได้ผลก้าวหน้าได้เร็วกว่าหรือเปล่า
          มีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไรก็ขอคำแนะนำ   และขอฟังความเห็นจากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักปฏิบัติ ในเรื่องนี้ด้วยค่ะ


อนุโมทนาสาธุบุญด้วยครับ
ขออนุญาติเล่าเท่าที่ทราบนะครับ  ยิงฟันยิ้ม

ถ้าถนัดหลับตาก็ทำแบบหลับตาก็ได้ครับ
หรือถ้าถนัดแบบลืมตาก็ลืมตาจับภาพก็ได้

สำคัญอยู่ที่ว่า ณ ขณะนั้นเรานึกถึงหลวงปู่อยู่หรือเปล่า
เพราะจะหลับตาหรือลืมตาก็ตาม ถ้าใจเรานึกถึงหลวงปู่อยู่เป็นอันใช้ได้ครับ

เรื่องภาพเปลี่ยนนี้ ถ้าจำไม่ผิด บางคนเคยเห็นภาพหลวงปู่เปลี่ยนเป็นศพหรือบางทีหายไปเลยด้วยซ้ำ
(เข้าใจว่ามองภาพอยู่แล้วภาพหายไปจากกรอบรูปเลย)หลวงตาท่านก็เมตตาอธิบายให้ฟังประมาณว่า
ท่านแสดงถึงความไม่เที่ยงหรือกฏไตรลักษณ์ให้ดู

หลวงตาท่านเคยบอกผมประมาณว่า ถ้านึกถึงหลวงปู่ไปเรื่อยๆ ต่อไปมันจะกลายเป็นวสี
(ตามความเข้าใจของผม วสีหมายถึงเชี่ยวชาญหรือชำนาญ)

เคยถามท่านว่า แบบไหนถึงจะถือว่านึกถึงหลวงปู่จนคล่อง?
ท่านว่า นึกแล้วถามได้ทุกเรื่อง แล้วความรู้จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
แล้วท่านก็บอกอีกเรื่องหนึ่ง ที่แสดงให้ทราบว่าคนที่นึกหลวงปู่จนคล่องจะเป็นอย่างไร
แต่ไม่อาจนำมาเปิดเผยได้ ใครที่อยากจะทราบก็ลองกราบเรียนถามท่านดูนะครับ

ทั้งหมดที่ผมเขียนไป
เล่าเอาไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์หรือกำลังใจของผู้ฝึกนะครับ
ถ้าใครไม่แน่ใจในสิ่งที่ผมเขียน ก็ขอให้ลองใช้หลักกาลามสูตรพิจารณา
แล้วลองนำไปถามหลวงตาดูก็ได้ครับ
อนุโมทนาสาธุ  ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 30, 2010, 11:29:28 AM โดย neverfear » บันทึกการเข้า

๐~ รักทุกคน ไว้ใจบางคน ไม่เกลียดใครเลยสักคน ~๐
neverfear
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14



ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 11:24:52 AM »


  
……ขอแค่ระลึกถึงหลวงปู่ให้ได้ทั้งวันก็พอเนาะ …. ยิงฟันยิ้ม

อนุโมทนา สาธุ ค่ะ



อนุโมทนาสาธุบุญด้วยนะครับ  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 30, 2010, 11:27:23 AM โดย neverfear » บันทึกการเข้า

๐~ รักทุกคน ไว้ใจบางคน ไม่เกลียดใครเลยสักคน ~๐
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2010, 01:28:12 PM »

  "หลวงตาท่านเคยบอกผมประมาณว่า ถ้านึกถึงหลวงปู่ไปเรื่อยๆ ต่อไปมันจะกลายเป็นวสี
(ตามความเข้าใจของผม วสีหมายถึงเชี่ยวชาญหรือชำนาญ)

เคยถามท่านว่า แบบไหนถึงจะถือว่านึกถึงหลวงปู่จนคล่อง?
ท่านว่า นึกแล้วถามได้ทุกเรื่อง แล้วความรู้จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
แล้วท่านก็บอกอีกเรื่องหนึ่ง ที่แสดงให้ทราบว่าคนที่นึกหลวงปู่จนคล่องจะเป็นอย่างไร
แต่ไม่อาจนำมาเปิดเผยได้ ใครที่อยากจะทราบก็ลองกราบเรียนถามท่านดูนะครับ "

แฮ่ะ  แฮ่ะ  ยิ่งบอกว่าไม่อาจนำมาเปิดเผยได้  ก็ยิ่งอยากรู้ค่ะ   ขยิบตา  
แต่ว่าไม่กล้าถามหลวงตาหรอก  เดี๊ยวหลวงตาจะบอกว่า  ไปทำพื้นฐานที่สอนอยู่ทุกวันนี่ให้มันได้คล่องซะก่อนเต๊อะ  แล้วค่อยไปอยากรู้ที่ยากๆ  ไม่งั้นหลวงตาอธิบายก็ไม่เข้าใจนึกภาพไม่ออกหร๊อก

แต่ก็รู้สึกว่าพักนี้มีหลายเรื่องที่เหมือนเราตั้งคำถามไว้ในใจ  แบบสงสัยอะไรบางอย่างว่า  เอ .... มันเป็นยังไงนะ  ก็คิดเล่นๆในใจ   รึ ขออะไรบางอย่างไว้แบบนึกเล่นๆว่าถ้ามียังงี้ก็ดีนะ ..... อะไรยังเงี้ยะ   แล้วอยู่ๆก็มีคำตอบมาเองแบบแปลกๆดี    ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  แต่ก็จะนึกขอบพระคุณ หลวงพ่อทวด และหลวงปู่ดู่ท่านทุกครั้ง ในสิ่งที่หาเหตุผลไม่ได้แต่มีคำตอบมาให้นี้  รู้สึกเหมือนท่านดูแลอยู่ตลอดเวลาค่ะ  แต่ตัวเรานั้นยังไม่ค่อยจะได้เรื่องเอง  จึง  ถึงท่านจะบอกทางให้ก็แล้ว  ส่งครูบาอาจารย์มาให้ก็แล้ว  แต่ตัวศิษย์คนนี้ก็ยัง งม งม  อยู่นี่ละค่ะ 

แต่ก็ไม่ท้อ... จะพยายามต่อไป...   ยิงฟันยิ้ม

ขอบคุณคุณ neverfear  และทุกๆท่านมากๆนะคะ  ที่ช่วยกันให้คำแนะนำดีๆที่ช่วยให้เข้าใจ  และมีกำลังใจในการปฏิบัติในทางที่ถุกต้องขึ้นมากเลยค่ะ

อนุโมทนา  สาธุ   ยิ้มกว้างๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 02, 2010, 01:35:47 PM โดย windmill » บันทึกการเข้า
bonzai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 183



ดูรายละเอียด
« ตอบ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2012, 12:53:06 PM »

โมทนาสาธุ..
บันทึกการเข้า

พุทธะสังวิหะระตังปุญญังวะทามิ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: