หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ครอบวิมานอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด  (อ่าน 3435 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Watthummuangna
ผู้ดูแลเว็บวัดถ้ำเมืองนะ (เป็ค)
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 604


ติดต่อโดยตรง: pekxiu@hotmail .com โทร: 084-448-1998


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2009, 06:40:10 AM »

ครอบวิมานอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

ศิษย์ : เวลาเราครอบวิมานนี่ จะครอบยังไงให้ได้ผลดีที่สุดครับ?

หลวงตา : ครอบยังไงให้ได้ผลดีที่สุดเหรอ...พูดยากนะ... การครอบวิมานเนี่ย ต้องวางอารมณ์ ก่อนที่จะสัพเพฯ มันต้องมีหน้าที่ คือเราเป็นผู้ที่มีหน้าที่ หน้าที่เกี่ยวกับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นมนุษย์ เป็นสัตว์ หรือเป็นอะไรอย่างนี้มีหน้าที่ ทำให้เป็นหน้าที่ มันจะดี

ศิษย์ : คือเราช่วยไปเรื่อยเลย ?

หลวงตา : คืออย่างนั้นแหล่ะ

ศิษย์ : เวลาเราครอบให้ใคร คือตัวเราได้มาก่อนด้วยเลย?

หลวงตา : ยังไงต้องผ่านเราอยู่แล้ว

ศิษย์ : เราก็ได้เลย ทันทีเหมือนกัน?

หลวงตา : พลังงานไม่ผ่านเรา มันไปที่อื่นไม่ได้หรอก เราเปิดเครื่องเมื่อไหร่ มันก็เข้ามานั่นแหล่ะพลังงาน

ศิษย์ : ทีนี้เวลาสัพเพ ฯ ให้ใครครั้งหนึ่งมันได้ 2 คนเลย ทั้งคนให้ คนรับ?

หลวงตา : ได้หมด ทั้งคนให้ ทั้งคนรับ และทั้งจุดที่มาของพลังงานนั้นด้วย

ศิษย์ : กระจายกันไปหมดเลย?

หลวงตา  : กระแสมันหมด

ศิษย์ : เรากำหนดเป็นภาพหลวงปู่ครอบลงไปเลยอย่างนี้ก็ได้ใช่มั้ย ?

หลวงตา : ได้… แต่ท่านไม่ครอบ เพียงแสงสว่างเฉยๆ

ศิษย์ : อ๋อ เพียงเรากำหนดภาพ... ?

หลวงตา  : ใช่ กำหนดภาพท่านปั๊บ พลังงานจากท่านพุ่งที่เรา ไปที่นั่นเลย

ศิษย์ : เหมือนอย่างเวลาสวด บางครั้งเห็นเป็นแสงสว่างผ่านหน้าเราไป?

หลวงตา  : ใช่... จริงๆ มันผ่าน ผ่านมาอย่างนี้เลย จริงๆที่เราเห็นเฉพาะหน้า แต่มันเป็นลำพุ่งขึ้นมา พอเริ่มนึกก็มาแล้ว ไวนะ ไม่ใช่ช้านะ

ศิษย์ : นึกปุ๊บ มาปั๊บเลย?

หลวงตา : ใช่... พอเรานึกถึงตรงโน้นปั๊บ ไปเลยนะๆ โดยอัตโนมัติ ถ้าเราทำทุกวันนะทำบ่อย ๆ

ศิษย์ : แค่นี้ก็ไปเลยไม่ต้องมาสวด ไม่ต้องอะไร?

หลวงตา : อย่างเราเห็นหมาตายกลางถนน... “ ปุ๊บ” มันก็ไปแล้ว ไม่ต้องสัพเพฯ นะ

ศิษย์ : นี่คือแบบที่ชำนาญแล้ว ?

หลวงตา : ใช่... ถ้าใหม่ ๆ ก็ต้องสัพเพพุทธา สัพเพธัมมา...  มันเหมือนการยิงเลเซอร์ไปไหน มันดูดไปโดยอัตโนมัติ

ศิษย์ : ก็คือ ถ้าเราเห็นพลังงานชัดเจนแล้ว เราก็ส่งพลังงานนั้นไปยังจุดต่าง ๆ ได้เลย?

หลวงตา :ได้ ปัญหานี้ เราต้องฝึกพลังงานก่อน ปัญหามันอยู่ตรงเนี๊ยะ จุดใหญ่ตรง เนี๊ยะ ตรงเนี๊ยะ ทำไงเราจะจูนพลังงานตรงเนี๊ยะ จูนภาพท่าน ทำยังไง

ศิษย์ : อย่างนี้ก็ครอบทั้งตึกได้ ครอบคนในตึกได้?

หลวงตา : อย่าว่าแต่ตึกเลย ทั่วประเทศเมื่อกี้ยังครอบได้เลย อย่าว่าแต่ตึกเลย... ครอบปั๊บ มันก็ได้ไม่หมดหรอก คือกระแสจริง ๆ ที่จะเข้าไปเนี่ยะ มันไม่ได้เข้าหมดนะ มันยังมีพวกที่ยังเพลิดเพลินอยู่ พวกที่มีทุกข์อยู่ ไอ้อย่างนี้ไม่เข้านะ

ศิษย์ : อ๋อ... แล้วถ้าเค้ามีทุกข์อยู่ ผมเจาะจงครอบเค้าเลย ก็ไม่เข้าเหรอครับ?

หลวงตา  :ไม่เข้า... นอกจากไปเป็นราย ๆ ก็ไปครอบสุ่มให้เค้า ไม่ครอบ มันครอบมันก็เด้งออกมา เพราะว่า รัศมีของเขาไม่ไช่รัศมีบุญน่ะ... รัศมีของความเพลิดเพลินมั่ง รัศมีของทุกข์มั่ง

ศิษย์ : อย่างงี้ถ้ามีคนร้องไห้ ทุกข์ เสียใจ เราก็ไปช่วยเขาก็ไม่ได้?

หลวงตา : ให้เขาน้อมจิตถึงหลวงปู่ไว้

ศิษย์ : เขาต้องน้อมไว้?

หลวงตา  : ใช่

ศิษย์ : แต่ถ้าเขาไม่น้อมก็ช่วยไม่ได้?

หลวงตา  : เขาทุกข์เพราะเจ็บ คือป่วยไง มันต้องปรับเป็นรายๆไป อย่างงั้นน่ะ

ศิษย์ : แต่ถ้าเกิดครอบรวม ก็คือคนที่เขามีกระแสบุญอยู่แล้วเขาก็รับได้?

หลวงตา : ใช่... เทวดาเลยได้มากกว่ามนุษย์ เพราะเทวดาเขาไม่มีธาตุ แสงสว่างพอพรึ๊บไปหาเขา

ศิษย์ : เขาเห็นเลย

หลวงตา : เขาก็สว่างขึ้นนะ พอนึกออกมั้ย สว่างขึ้น สว่างไปเรื่อยๆทุกวัน เขาก็สว่างไปทุกวัน เขาจะไม่เอาเหรอ เอานะ อย่างไงเขาก็เอา

ศิษย์ : อย่างงี้เทวดาที่อยู่กับคนที่สวดจักรพรรดิบ่อย ๆก็จะสว่างดี?

หลวงตา : สว่างไปเรื่อยๆ ผ่านไป นานๆ ไป ก็ยังสว่างไปเรื่อย ๆ

ศิษย์ : ทีนี้อย่างเวลาที่เราสัพเพฯ ครอบวิมาน เราต้องอธิษฐานกำหนดมั้ยครับว่า ให้เทวดาประจำตัว ให้เจ้ากรรมนายเวร ให้อะไรหรือว่า เราส่งยาวไปเลย

หลวงตา : ไปเองนะ

ศิษย์ : ไม่ต้องไปอะไรมาก?

หลวงตา : ไปเองนะ
บันทึกการเข้า

Aimee2500
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2009, 04:24:12 AM »

Anumothana Sathu
บันทึกการเข้า
shoyu
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


กลุ่มพนัสบดี


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2009, 02:17:16 PM »

สาธุค่ะ
บันทึกการเข้า

suwunhong
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


ล้มเพราะก้าวไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2009, 05:23:30 PM »

สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า

ขอมุ่งมั่นปฏิบัติตามรอยธรรมของครูบาอาจารย์ตลอดชีวิต
tikk
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 07:59:13 AM »

สาธุ สาธุ สาธุ
บันทึกการเข้า
nuutuk
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2009, 09:29:05 AM »

สาธุ
บันทึกการเข้า

โง่ไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก โง่มากๆ ยากที่จะเป็นใหญ่
gibb
ผู้มาเยือน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 01:38:45 PM »

อนุโมทนาสาธุค่ะ
บันทึกการเข้า
khondee
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 06:33:01 PM »

สาธุคะ
บันทึกการเข้า

ข้าอยู่ใกล้ ๆ แกจำไว้
kantang
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


ได้พบทางเดินดีๆ เพราะมีพระโพธิสัตว์คอยชี้ทาง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2009, 08:54:15 PM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า

ศิษย์  คือ  ผู้ศึกษา, ผู้เชื่อฟัง,  ผู้ที่ยอมรับให้ครูอาจารย์สอน
ศิษย์ที่ดี  คือ  ผู้ที่ครูอาจารย์สามารถนำไปสู่จุดหมายปลายทางได้
tavach
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 08:21:37 AM »

อนุโมทนา สาธุ ครับ   ตกใจ ขยิบตา
บันทึกการเข้า

" แม้มืดตื้อมืดมิด  ก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม "
baipool
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 272


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 08:42:47 AM »

โมทนาสาธุค่ะ
บันทึกการเข้า
aircgo
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2009, 08:48:18 AM »

โมทนา สาธุ
บันทึกการเข้า

ใครจะใหญ่เกินกรรม
DhammaDa
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 04:14:06 PM »

สาธุ ครับ
บันทึกการเข้า
Budthum
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2009, 04:28:00 PM »

อนุโมทนาสาธุในธรรมทานค่ะ
บันทึกการเข้า
nutchapron
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2009, 10:56:47 AM »

อนุโมทนา.. สาธุค่ะ
บันทึกการเข้า
tikk
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2009, 02:02:15 PM »

อนุโมนาสาธุ
บันทึกการเข้า
region
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2009, 03:51:24 PM »

อนุโมทนาครับ
บันทึกการเข้า
pakkapol
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 95


พระศรี


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2009, 04:00:40 PM »


พระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้า



วันนี้ก็เป็นวันที่ ๕ เม.ย. ๓๕ เมื่อวานได้พูดพาดพิงถึง
พระศรีอาริย์
เอาอย่างนี้ก่อนก็แล้วกัน การปฏิบัติกรรมฐาน ขอทุกคนจงอย่าลืมความตาย เข้าใจไหม เราลืมหรือไม่ลืมมันก็ต้องตาย ถ้าคิดถึงความตายไว้เสมอ พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นคนที่มีความไม่ประมาท ถ้า เราไม่ประมาทในชีวติ จิตก็คิดสร้างความดีไว้เรื่อย ๆ ในที่สุดถ้าตายจากความเป็นคน อย่างเลวที่สุดก็เป็นเทวดาหรือนางฟ้า อย่างกลางก็ไปพรหมโลก อย่างดีที่สุดก็ไปนิพพาน




เพราะคำว่า ตาย กับ กายคตานุสสติ คำว่า ตาย ก็มีความหมายว่า ร่างกายไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา ถ้าร่างกายเป็นเราจริง เป็นของเราจริง มันก็ต้องไม่ตาย

อันดับแรก ให้คิดว่าการที่เราเจริญกรรมฐาน เพราะว่า เราไม่ต้องการความเกิด ไม่แก่ ไม่ป่วย ไม่ตายต่อไปอีก อันดับแรกนะ

ประการที่สอง ญาติโยมที่มาใหม่ ให้ใช้อานาปานุสสติกรรมฐาน คือ รู้ลมหายใจเข้าออก กรรมฐานกองนี้จึงมีความสำคัญมาก สมาธิจะทรงตัวหรือไม่ทรงตัว อยู่ที่อานาปานุสสติกรรมฐาน และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อานาปานุสสติกรรมฐานนี่เป็นกรรมฐานระงับกายสังขาร คือ ระงับทุกขเวทนา ก็ตัวอย่างไม่ยาก เมื่อปลายเดือนที่แล้วเขาฉีดสีเข้าไปที่ปอด เขาบอกมันปวด พอเขาเริ่มฉีด ฉันจับอานาปานุสสติหลับไปเลย มันปวดหรือไม่ปวดก็ไม่รู้ใช่ไหม ถ้าเราใช้กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก คำว่า อานาปา เป็นศัพท์ภาษาบาลี กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก หายใจเข้ารู้อยู่หายใจออกรู้อยู่ อันนี้เป็นสมาธิ เพราะคำว่า สมาธิ แปลว่า ความตั้งใจ ตั้งใจไว้จุดใดจุดหนึ่ง ถ้าจิตมันอยู่ในจุดนั้นก็ถือว่าเป็นสมาธิ ต่อมาก็ใช้คำภาวนา ให้ใช้คำภาวนาว่า พุทโธ เวลาหายใจเข้านึกว่า พุท เวลาหายใจออกนึกว่า โธ ง่ายดีและมีอานิสงส์มาก นี่เป็นการเบื้องต้นนะ อย่าลืมว่าคำว่า สมาธิ คือ การตั้งใจ

วันนี้ก็จะมาพูดเรื่อง พระศรีอาริย์ หน่อย เอาสักหน่อยเดียวนะ พระศรีอาริย์ท่านบอกว่า คนต้องการจะไปเกิดทันสมัยท่านให้ปฏิบัติในศีล ๕ กรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วน ศีล ๕ ด้วยนะ กรรมบถ ๑๐ ด้วย เมื่อกี้นอนคนเดียว หาเพื่อนคุยไม่ได้ ก็ขึ้นไปหาพระที่บ้าน บ้านใหม่นะ บ้านที่สร้างไว้นานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสอยู่ พอจะไปอยู่เข้าจริง ๆ เขตปิด ใช่ไหม ไปหาพระท่านแล้วคุยกับท่าน ท่านก็บอกว่า อยากจะพบพระศรีอาริย์ไหม บอกว่าอยากพบ ท่านก็เรียกพระศรีอาริย์มา พระศรีอาริย์นะตามปกติสวยมาก เครื่องประดับแพรวพราวมากหลายสี ก็ถามท่านว่า ทำไมให้ทำสีขาวใสอย่างเดียว ท่านบอกว่า จะได้ไม่เกิดกิเลสในสี บางคนก็ชอบสีนั้น บางคนก็ชอบสีนี้ใช่ไหม ความจริงปฏิบัติเพื่อต้องการบรรลุมรรคผล ท่านบอกไม่ต้องการสี ใช้สีใสอย่างเดียว

ทีนี้ต่อ ก็ถามท่านว่า ทำไมจึงแนะนำคนแค่ศีล ๕ กรรมบถ ๑๐ ท่านก็บอกว่า ศีล ๕ ก็ดี กรรมบถ ๑๐ ก็ดี รวมกันแล้ว เป็น ๑๑ ข้อ มีอะไรบ้าง จำได้ไหม
๑. ไม่ฆ่าสัตว์

๒. ไม่ลักทรัพย์

๓. ไม่ประพฤติผิดในกาม นี่ทางกายนะ ต่อศีล ๕ อีกนิดหนึ่ง คือ ไม่ดื่มสุราเมรัย

ทางวาจา ไม่พูดปด ไม่พูดคำหยาบ ไม่ส่อเสียดให้เขาแตกร้าวกัน ไม่พูดวาจาเพ้อเจ้อเหลวไหล


ท่านบอกทั้งสองตอนนี่ ทั้งทางกายก็ดี ทั้งทางวาจาก็ดี เป็นพื้นฐานของสวรรค์กับพรหมโลก คือว่า ถ้าทำได้สองอย่าง ก็ไปเกิดบนสวรรค์ เกิดบนพรหมโลก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าทั้งนี้ถ้าเราตั้งใจเพื่อจะละจริง ๆ ละการไม่ฆ่าสัตว์ ละการไม่ลักทรัพย์ ละการไม่ประพฤติผิดในกาม ละการไม่ดื่มสุราเมรัย ละเลยนะ และก็ตั้งใจไม่พูดปด ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล ไอ้ตัวตั้งใจไว้นี่จะไม่ละเมิด มันเป็นสมาธิ ถ้าสมาธิอย่างอ่อนเราก็ไปเกิดบนสวรรค์ ถ้าสมาธิเข้มข้นเราก็ไปเกิดบนพรหมโลก

ทีนี้มาทางจิตใจ ๓ ข้อ
ข้อที่ ๑. อภิชฌา ไม่คิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของบุคคลอื่นโดยไม่ชอบธรรม ตัวนี้เป็นโลภะ ความโลภโดยตรง ยับยั้งความโลภ ตัดรากเหง้าของกิเลส

ข้อที่ ๒. ไม่ผูกโกรธ ไม่พยาบาท ไม่จองล้างไม่จองผลาญใคร โกรธแล้วก็โกรธไป ความโกรธยังมีอยู่ แต่ไม่จองล้างจองผลาญใคร แล้วก็แล้วกันไป

ข้อที่ ๓. สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบ คือ เห็นอริยสัจ ๔ นี่ตัวสุดท้ายนะ ยากไหม


ก็เป็นอันว่า ถ้าเราละ ไม่คิดถึงความโลภ ไม่ตั้งใจผูกโกรธ และ ไม่ตั้งใจฝ่าฝืนคำสอนของพระพุทธเจ้า เอาอย่างอ่อนก่อน อย่างนี้ก็เป็นพื้นฐนของพระอรหันต์ ก็เป็นอันว่า กรรมบถ ๑๐ นี่เป็นพื้นฐานของพระนิพพาน ฉะนั้นพระศรีอาริย์จึงต้องการแค่สอง
บันทึกการเข้า
ครึ่งชีวิต
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2009, 09:26:02 AM »

อนุโมทน สาธุ ขอรับ
บันทึกการเข้า
changnoi
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 166



ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2009, 10:53:16 AM »

สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
บันทึกการเข้า

ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ
din
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 30, 2010, 11:08:29 AM »

สาธุๆๆๆ อนุโมทนาบุญ
บันทึกการเข้า
Buavi
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 30, 2010, 05:16:26 PM »

anumotana satuka
บันทึกการเข้า
sabai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 62


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: เมษายน 12, 2010, 01:40:00 AM »

mothana,sathu
บันทึกการเข้า
Alakazampkma
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 172


สาธุ นะโมโพธิสัตโต


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2010, 11:12:07 PM »

โมทนาด้วยครับ
บันทึกการเข้า

พุทธังอะนันตัง ธัมมังจักกะวาลัง สังฆังนิพพานะ ปัจจะโยโหนตุ ฯ
touch
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52

ติดวัตถุมงคล ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2010, 04:35:27 AM »

อนุโมทนา สาธุครับ
บันทึกการเข้า

การให้ธรรม ชนะการให้ทั้งปวง รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง
ความยินดีในธรรม ชนะความดีทั้งปวง  ความหมดสิ้นแห่งตัณหา ชนะทุกข์ทั้งปวง 
"ใครจะใหญ่เกินกรรม"
เจ้าสัว
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2010, 05:37:19 PM »

อนุโฒทนา สาธุ
บันทึกการเข้า

"พุทธพรหมปัญโญ"
"นะโม โพธสัตว์โต พรหมปัญโญ"
ohm_chiangmai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2010, 01:38:37 AM »

อนุโมทนาสาธุครับ
บันทึกการเข้า
kunger
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2010, 09:11:38 PM »

สาธุครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: