สารบัญบอร์ด
หน้าหลักเว็บ
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ข่าว
:
หมั่นทำเข้าไว้ๆ
วัดถ้ำเมืองนะ - ใครจะใหญ่เกินกรรม
>
ธรรมะ - ปฎิบัติ
>
พุทธพรหมปัญโญปฎิบัติ
>
แนวทางการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งสู่มรรคผล นิพพาน การภาวนาเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: แนวทางการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งสู่มรรคผล นิพพาน การภาวนาเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น (อ่าน 1373 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Watthummuangna
ผู้ดูแลเว็บวัดถ้ำเมืองนะ
(เป็ค)
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
ออฟไลน์
กระทู้: 604
ติดต่อโดยตรง: pekxiu@hotmail .com โทร: 084-448-1998
แนวทางการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งสู่มรรคผล นิพพาน การภาวนาเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
«
เมื่อ:
กุมภาพันธ์ 14, 2010, 01:30:30 AM »
แนวทางการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งสู่มรรคผล นิพพาน การภาวนาเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
แต่ไหนแต่ไรมา คนเราเกิดมาแล้วมีแต่ความวุ่นวายสารพัดอย่างปรุงแต่งต่างๆ นานานับไม่ถ้วน เหลือที่จะคณาได้ เมื่อเรามาทำความสงบแม้เพียงประเดี๋ยวเดียวก็รู้สึกว่าเย็นใจสบายใจ เราก็ควรรักษาความสบายอันนั้นไว้ให้ตลอดไป จึงจะเป็นไปเพื่อความสุขซึ่งเป็นความปรารถนาของคนทั่วไป เมื่อได้ความสุขนั้นมาแล้วก็จงรักษาความสุขนั้นไว้ ของหาได้ง่ายแต่รักษาได้ยาก ครั้นทำได้แล้วที่จะรักษาไว้ให้ได้นานนั้นยากที่สุด เพราะอะไร เพราะกิริยาอาการทุกอย่างของเรามันกระทบกระเทือนอยู่ตลอดเวลาเป็นต้นว่า ยืน เดิน นั่ง นอน การพูด การคุย การกิน สารพัด ทุกอย่าง เป็นเรื่องกระทบอายตนะทุกสิ่งทุกประการ จิตมันก็ส่งไปตามอายตนะจึงว่ารักษาได้ยาก ถ้าหากผู้ทำได้ชำนิชำนาญคล่องแคล่วเสียแล้วท่านรู้เท่ารู้เรื่องท่านตามรู้ตามเห็นทุกสิ่งทุกประการ มันจะมาแบบไหนก็ตามรู้เรื่องของมันจิตส่งไปก็เป็นธรรมะ จะคิดนึกถึงก็เป็นธรรมะ มันปรุงมันแต่งก็เป็นธรรมะ ถ้ารู้เท่ารู้เรื่องมันเป็นธรรมดาเป็นของมันอย่างนั้นเป็นธรรมะทั้งหมด ผู้ปฏิบัติจะเห็นความดีความชั่วของตนตรงนี้แหละมันเป็นธรรมหรือมันเป็นโลก ก็เห็นกันที่ตรงนี้ ที่จิตนี่
การปฎิบัติ
เบื้องต้นกำพระทำใจให้สบายๆสวดจักรพรรดิไปเรื่อยๆ เป็นการน้อมพุทธคุณธรรมคุณสังฆคุณเข้าสู่จิตเพื่อยกระดับจิตใจให้ละเอียดขึ้นและง่ายสำหรับการนำมาพิจารณาโดยการทำใจให้สงบในขั้นนี้เรียกว่าสมถะสมาธิคือทำใจให้ถึงความสงบ ขอบารมีหลวงปู่ เป็นที่สุดให้ท่านช่วยคุมการปฎิบัติของเรา
ขึ้นการพิจารณา
เมื่อผ่านไปเรื่อยๆและรับรู้ว่าใจเราสงบสบายแล้วสมควรแล้วที่จะนำมาพิจารณาข้อธรรมจึงยกเอาข้อธรรมข้อใดข้อหนึ่งขึ้นมาพิจารณานี้เรียกว่าวิปัสสนา
ทำสมถะให้ใจสว่างแล้วใช้วิปัสสนาเพื่อขจัดกิเลศ พิจารณาข้อธรรมให้ปลงข้อใดข้อหนึ่ง เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
ธรรมที่แต่ละบุคคลจะน้อมขึ้นมาพิจารณาอาจจะไม่เหมือนกันแล้วแต่จริตของแต่ละคน
ให้มีจิตตั้งมั่นในพระนิพพานเป็นจุดหมายปลายทางของชีวิต ผู้ปฏิบัติที่มีความสามารถฉลาดย่อมจะต้องศึกษาจิตใจและอารมณ์ของตนให้เข้าใจ และรู้จักวิธีกำหนดปล่อยวางหรือควบคุมจิตใจและอารมณ์ให้ได้ เปรียบเสมือนเวลาที่เราขับรถยนต์ จะต้องศึกษาให้เข้าถึงวิธีการขับขี่ที่ปลอดภัย บางครั้งควรเร่ง บางคราวควรผ่อน บางทีก็ต้องหยุดเร่งในเวลาที่ควรเร่ง ผ่อนในเวลาที่ควรผ่อน หยุดในเวลาที่ควรหยุด ก็จะสามารถถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ข้อสำคัญที่สุดของการปฏิบัติคือ ต้องไม่ประมาท ต้องปฏิบัติให้เต็มที่ตั้งแต่วันนี้ ใครจะรู้ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไร ถ้าเราปฏิบัติไม่เป็นเสียแต่วันนี้ เวลาใกล้จะตายมันก็ไม่เป็นเหมือนกัน เหมือนคนที่เพิ่งคิดหัดว่ายน้ำ เวลาใกล้จะจมน้ำตาย นั่นแหละก็จมตายไปเปล่า ๆ ถ้าใน 1 วันนี้ไม่ปฏิบัติภาวนาวันนั้นขาดทุนเสียหายมากมายนัก
จงมองดูทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่ว่า คนสัตว์สิ่งของ เงิน ทอง ลาภ ยศ นินทา สรรเสริญ เป็นของโกหกของสมมุติ ภาพมายาทั้งนั้น ทุกอย่างไม่ใช่ของจริงเป็นของหลอกลวง ที่คนไม่ฉลาดต่างพากันหลงใหลกับสิ่งของสมมุติของโกหก ไม่ว่าอารมณ์ดี อารมณ์ร้าย ก็ไม่ใช่ของเราจริงผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทุกข์ทั้งหลายเกิดจากเหตุ(คือ ความไม่รู้ ความอยากได้) ถ้าต้องการดับทุกข์ ต้องดับเหตุก่อน คือ ให้รู้ว่าทั้ง 3 โลก เป็นอนิจจัง เปลี่ยนแปลงเป็นโทษเป็นทุกข์เป็นปัญหา และสูญสลายตายกันในที่สุด ถ้าเรามีญาณก็จะรู้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในชีวิตเราไม่มีการบังเอิญเลย
ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมพิจารณาร่างกายคนสัตว์ในโลกว่าน่าเกลียดน่ากลัว เป็นทุกข์เป็นโทษเป็นภาระต้องดูแลอย่างหนัก เน่าเหม็นแตกสลายตายไปกันหมด ผู้ที่มีศรัทธาแท้ คือผู้ที่เชื่อและยอมรับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งแทนที่จะเอาความโลภ ความโกรธ ความหลงมาเป็นที่พึ่ง ผู้ปฏิบัติตามพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอน คือ ให้ขยันภาวนา แล้วความโลภ ความโกรธ ความหลงจะน้อยลงและหมดไป
ผู้ปฏิบัติต้องหมั่นตามดูจิต รักษาจิต ผู้ฝึกจิตถ้าทำจิตให้มีอารมณ์หลายอย่างจะสงบไม่ได้ ถ้าทำจิตให้ดิ่งแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียว โดยเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างแตกสลายตายหมดสิ้นแล้ว จิตก็มีกำลังเปล่งรัศมีแห่งความสว่างออกมาเต็มที่ มองสภาพของจิตตามเป็นจริง ได้ว่าอะไรเป็นจิต อะไรเป็นกิเลส อะไรควรรักษา อะไรควรละทิ้งออกจากจิต ไม่ควรใส่ใจสนใจเรื่องของผู้อื่น ควรตั้งใจตรวจสำรวจดูจิตของเราเองว่ายังมีความโลภ ความโกรธ ความหลง คิดว่าร่างกายนี้ยังเป็นของจิตหรือไม่ ตามความเป็นจริงแล้ว จิตกับกายไม่ใช่อันเดียวกัน เพียงแต่มาอาศัยกันชั่วคราวเท่านั้น เช่น
- พิจารณาความไม่เที่ยงของร่างกาย ระลึกถึงความตายว่าหนีไม่พ้น พิจารณาความเน่าเสียของร่างกาย เพื่อปลงและไม่ยึดถือยึดมั่นในร่างกาย เพื่อไม่ยึดถือว่ามีเขามีเรา และมีความต้องการความหลุดพ้นเพียงอย่างเดียว ที่อื่นๆ นอกจากพระนิพพานเราไม่ต้องการเพราะยังต้องเวียนว่ายตายเกิดและกลับมาทุกข์อีกอยู่
- พิจารณา ถึงข้อเสียของกิเลศ และค้นจิตตัวเองดูว่ายังมีกิเลศตัวไหนอยู่ แล้วใช้ความสงบของจิตเข้าข่ม
- อัตภาพร่างกายนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา เราจะไม่มีการติดอกติดใจอยู่ในร่างกายของเรา และร่างกายของบุคคลอื่น เราถือเสมือนว่าร่างกายเป็นสภาวะอันหนึ่ง ๆ หรือ บ้านเช่าที่เราใช้อาศัยอยู่ชั่วคราวเท่านั้น
- วิจิกิจฉา เราไม่สงสัยในคำสั่งและคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ใช้ปัญญาพิจารณาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระชินวรอยู่เสมอ
- สีลัพพตปรามาส เราจะรักษาศีลให้ครบถ้วนไม่ลูบคลำศีล
- กามฉันทะ เป็นฉันทะ เป็นภัยสำหรับเรา เราพยายามหาทางทำลายกามฉันทะให้พินาศไปจากจิต
- เราจะตัดปฏิฆะ คือ ความกระทบกระทั่งกับอารมณ์ของจิต ด้วยอำนาจความโกรธ ความพยาบาทให้สิ้นไป
สุดท้ายเมื่อท่านทำถึงที่สุดแห่งธรรมได้ ปลงและสำเร็จข้อธรรมในการทำกิเลสให้สิ้นไป เมื่อนั้นคือหมดแห่งความมีชาติภพ
ก่อนภาวนาทุกครั้งขอให้ระลึกถึงพระนิพพานเป็นที่สุดในชาติปัจจุบัน อย่างเลวขอให้ไปสำเร็จยุคพระศรีฯ โดยตายจากการเป็นคน ไปเป็นเทวดาแล้วรอพระศรีฯมาโปรด ไปฟังท่านเทศน์แล้วบรรลุเข้านิพพาน
บันทึกการเข้า
www.watthummuangna.com
/
www.luangtama.com
/
www.luangtamalives.com
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
ออฟไลน์
กระทู้: 174
Re: แนวทางการเจริญสมาธิเพื่อมุ่งสู่มรรคผล นิพพาน การภาวนาเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น
«
ตอบ #1 เมื่อ:
มีนาคม 20, 2010, 08:01:07 PM »
อนุโมทนา สาธุ ค่ะ
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2010, 08:06:28 PM โดย windmill
»
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ข่าว - ประชาสัมพันธ์
-----------------------------
=> วัดถ้ำเมืองนะ
===> สารสัมพันธ์วัดถ้ำเมืองนะ
===> กิจกรรมและภารกิจของหลวงตาม้าในต่างแดน
===> กฏกติกาการใช้เว็บ
=> สถานปฎิบัติธรรมสาขาวัดถ้ำเมืองนะอย่างเป็นทางการ
===> สถานปฏิบัติธรรมสาขา(ข้อมูลเก่า)
=> Luangtamalives
=> สัพเพสามัคคี
-----------------------------
งานบุญใหญ่ - วัดถ้ำเมืองนะ
-----------------------------
=> งานบุญใหญ่ต่างๆของวัดถ้ำเมืองนะ
-----------------------------
วัตถุมงคล - วัดถ้ำเมืองนะ ตำบลเมืองนะ จ.เชียงใหม่ โดยหลวงตาม้า
-----------------------------
=> วัตถุมงคลที่เปิดให้บูชา จัดสร้างโดยหลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ
=> เปิดประมูลพระเครื่องหลวงตาม้าเพื่อสมทบทุนสร้างมหาเจดีย์วิหารจักรพรรดิศรีอริยเมตไตร
-----------------------------
วัตถุมงคล - สาขาวัดถ้ำเมืองนะในจังหวัดต่างๆ โดยหลวงตาม้าเป็นผู้จัดสร้าง
-----------------------------
=> วัตถุมงคลในส่วนสาขาวัดถ้ำเมืองนะในจังหวัดต่างๆ โดยหลวงตาม้าเป็นผู้จัดสร้าง
-----------------------------
Bank S.W.I.F.T Code Transfer for overseas people
-----------------------------
=> รายละเอียด และ วิธีการโอนเงินจากต่างประเทศ
-----------------------------
VDO การตอบปัญหาธรรม และสื่อการสอนธรรมของหลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ
-----------------------------
=> VDO การแสดงธรรมของหลวงตาม้า
-----------------------------
ธรรมะ - ปฎิบัติ
-----------------------------
=> ธรรมะปฎิปทา หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
=> ข้อธรรมคำสอน หลวงตาม้า (พระอาจารย์วรงคต วิริยะธโร)
=> พุทธพรหมปัญโญปฎิบัติ
=> English Articles
-----------------------------
ธรรมะเสวนา
-----------------------------
=> วัตถุมงคลที่ญาติธรรมจัดสรรเพื่อแจกฟรี
=> เดินทางแสวงบุญ และสร้างบารมี
=> พุทโธ อัปปมาโณ
Powered by SMF
|
วัดพุทธพรหมปัญโญ (วัดถ้ำเมืองนะ)
|
กำลังโหลด...