หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อุปจารสมาธิและอาการเฝือเป็นเช่นไรครับ พระอาจารย์หลวงตาและท่านกัลยาณมิตร  (อ่าน 1967 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
fonmorning
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มีนาคม 15, 2010, 11:07:07 AM »

สวัสดีครับ
มีข้อสงสัยในการปฎิบัติครับ ขอรบกวนพระอาจารย์หลวงตา
และพี่ๆกัลยาณมิตรทุกท่าน เนื่องจากได้ทำการกำหนดภาพหลวงปู่ดู่
สักพักนึงแล้ว ประมาณ 1 เดือน มีอาการปิติขนลุกทั้งตัว(เชื่อว่าน่าจะเป็นกันปรกตินะครับ)
และมีความสงบดีพอประมาณ ได้ทราบจากการอ่านข้อมูลใน web board
ว่าต้องฝึกจนถึงอุปจารสมาธิ

จึงมีคำถามดังต่อไปนี้(ทราบว่าตนเองยังฝึกไม่ถึงแน่นอน และหากการรู้นี้จะเป็นอุปสรรคในการฝึก อาจจะมีผลทำให้ผมจินตนาการเอาเองว่า ได้อุปจารสมาธิแล้วถึงอุปจารสมาธิแล้ว ก็ขอให้พระอาจารย์หรือพี่ๆสงวนคำตอบนะครับ ส่วนผมจะเพียรต่อไป)


1 เราสามารถทราบได้ด้วยตัวเองหรือไม่ครับว่านี้คืออุปจารสมาธิแล้วหรือไม่

2 หากสามารถทราบได้ว่านี้คืออุปจารสมาธิ จะมีความรู้สึกเป็นเช่นใดเพื่อที่จะได้ไม่หลงไป

3 อาการเฝือคืออะไรครับ เห็นว่าควรอธิษฐานเพื่อป้องกันอาการเฝือ

4 การที่ทรงภาพพระอาจารย์หลวงปู่ดู่เป็นอารมณ์ ตอนลืมตาต้องเห็นชัดแค่ไหนครับและ
รู้สึกว่าลืมตาเห็นได้ง่ายกว่าหลับตาครับไม่ทราบว่าถูกหรือผิดครับ(ท่านยังไม่เคลื่อนไหวครับ)

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

ศิษย์ใหม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 16, 2010, 05:47:06 PM โดย fonmorning » บันทึกการเข้า
mossandeye
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 40


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 12:23:13 AM »

ขอออกตัวก่อนนะครับว่าเป็นประสบการณ์ของตัวเอง(ปัตจตัง) ไม่มีถูกหรือผิดเพราะจริตแต่ละคนไม่เหมือนกัน
1+2.เราจะทราบเองครับแต่ต้องทรงนิมิตและคุมนิมิตได้คล่องบางครั้งหลวงปู่ท่านเมตตาบอกเอง(อุคหนิมิต)
3.หลงนิมิตครับ บางคนถึงกับวิปลาสไปเลย
4.ต้องรู้ด้วยใจครับไม่ใช่เห็นด้วยตาหรือนึกเอา(แต่แรกๆผมก็นึกเอาเหมือนกัน พยายามฝึกบ่อยๆนึกถึงท่านมากๆเดี๋ยวก็รู้เองครับ)
บันทึกการเข้า
fonmorning
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 17, 2010, 11:34:57 AM »

ขอบพระคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
ITTHIWAT
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 105


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 26, 2010, 11:02:55 AM »

อนุโมทนาสาธุ...ขอให้เจริญในธรรมโดยไวนะครับ
บันทึกการเข้า
din
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 29, 2010, 09:38:52 AM »

สาธุๆๆ อนุโมทนาบุญ
บันทึกการเข้า
ยิดัม
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 29, 2010, 11:06:10 AM »

ผมตัดคำบาลี ที่เป็นความหมายในกรรมฐานออกไปเลย เพราะไม่อยากท่องจำ แต่ถ้านั่งกรรมฐานแล้ว จุดสูงสุดเป้าหมายของเรานั้น เพื่ออะไร ต้องถามตัวเองก่อน โดยส่วนตัว ต้องนั่งเพื่อให้จิตใจผ่องใส ก็จะถึงความเป็นทิพย์โดยอัตโนมัติคือ สามารถเห็นภาพ หลวงปู่ และสามารถ เห็นภาพครูอาจารย์ ได้โดยที่จิตมีความผ่องใส แล้วก็สวดมนต์บทจักรพรรดิ สัพเพไป การที่เราทำแบบนี้ เมตตาจะปรากฎขณะที่เราสัพเพโดยอัตโนมัติ เป็นความปิติ แล้วเราก็จะเริ่มเข้าสู่ภาวะ ที่เรียกว่า การทรงอารมณ์พระนิพพาน เพราะเคยได้รับคำสอนว่า อย่าติดสุขในญาณ แต่ให้ทรงอารมณ์นิพพานแทน การทรงอารมณ์นิพพาน คือการละจากสุข
บันทึกการเข้า

ขุนลอ...
windmill
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 174



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 29, 2010, 12:32:40 PM »



ที่ว่า  "การทรงอารมณ์นิพพาน คือการละจากสุข"

ขอคุณยิดัมช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยค่ะ    เพราะยังสงสัยอยู่ตรงนี้เหมือนกันว่า คำว่าการทรงอารมณ์นิพพานได้นั้นคือต้องทรงอารมณ์อย่างไร  โดยส่วนตัวแล้ว เข้าใจว่า การทรงอารมณ์นิพพานได้  คือการรักษาอารมณ์ในชีวตประจำวัน ให้ระลึกถึงความเป็นทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ไว้เสมอๆ  ไม่ทราบเข้าใจ ผิด ถูกอย่างไร ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: