|
superhero
|
 |
« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 12:28:42 AM » |
|
สวัสดีครับทุกท่าน ผมเพิ่งเริ่มศึกษาทางนี้ จากหนังสือ"ใครจะใหญ่เกินกรรม"ขอผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ ผมลำดับขั้นตอนไม่ถูก แล้วการอธิษฐานต่างๆ หลังจากอธิษฐานแล้ว สวดบทสัพเพ แล้วตามด้ายบทอธิษฐาน(เราอธิษฐานไปตอนต้นแล้ว ผมไม่เข้าใจการใช้บทอธิษฐานครับ)
ใครช่วยผมที ไม่เข้าใจจริงๆครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
khajhonlaph
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 10:41:21 PM » |
|
ที่สงสัยคือสวดตอน 20.30 น. ใช่มั้ยครับ สวดตอน 20.30 น. ตามในหนังสือนั้นถ้าเป็นเล่มบางๆ ที่ขอบหนังสือเป็นลายดอกไม้นั้นให้เริ่มสวดตั้งแต่หน้า 16 ไปจนถึงหน้า 23 ครับ แต่ถ้าเป็นหนังสือเล่มหนาที่ขอบหนังสือเป็นสีชมพูบานเย็นไม่มีลวดลายนั้นให้เริ่มสวดตั้งแต่หน้า 46 ไปจนถึงหน้า 52 ครับ ส่วนที่ว่าอธิษฐานไปตอนต้นนั้น อันนั้นคือการบอกกล่าวเพื่อเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้ที่อยู่ในสามโลกธาตุให้มาร่วมสวดมนต์กับเราครับแบบว่าเพื่อให้พลังและอนิสงในการสวดนั้นมีมากขึ้นครับ ส่วนการสัพเพนั้นก็คือการแผ่บุญและบารมีไปยังเป้าหมายที่เราต้องการจะให้ครับ ในหนังสือเล่มบางจะมีการสัพเพ 4 ครั้งครับ โดยครั้งที่ 4 จะเป็นการแผ่และอธิษฐานขอให้แก่ตัวเราเองครับ แต่ถ้าเป็นหนังสือเล่มหนานั้นจะมีบทสัพเพแค่ 3 ครั้งครับไม่มีบทสัพเพครั้งที่ 4 ที่อธิษฐานขอให้ตัวเราเองครับ ส่วนเรื่องที่ว่าการอธิษฐานขอเรื่องของเรานั้นที่บอกว่าให้อธิษฐานตอนก่อนเริ่มสวดมนต์ และอธิษฐานในตอนท้ายที่สัพเพครั้งที่ 4 นั้น ท่านบอกว่าเพื่อเป็นการเร่งให้คำอธิษฐานของเราเกิดผลเร็วขึ้นครับ คุณsuperhero คงพอจะเข้าใจขึ้นนะครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ก้าวเก้าก้าว
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 10:51:55 PM » |
|
ในการอธิษฐานต่างๆ นั้น อันดับแรกให้อธิษฐานก่อนครับ แล้วจึงสวดบทสัพเพฯ ส่วนที่ว่ามีการอธิษฐานในตอนท้ายนั้น หมายถึง ให้สวดปิดท้ายว่า พุทธังอธิษฐามิ ธัมมังอธิษฐามิ สังฆังอธิษฐามิ ครับ
ยกตัวอย่างเช่น การสัพเพฯ ให้กับสัตว์ที่ถูกนำมาขายเป็นอาหารในตลาด ถ้ายังไม่ตายก็ครอบวิมานให้มัน ถ้าตายแล้วก็แผ่ส่งบุญ ปรับภพภูมิ ส่งวิญญาณให้มัน การในครอบวิมานหรือแผ่ส่งบุญ ส่งวิญญาณให้นั้น ต้องอธิษฐานขอบารมีหลวงปู่ท่านจัดสรรให้ครับ แล้วจึงสวดบทสัพเพฯ (ซึ่งอาจจะสวดซ้ำหลายรอบ) แล้วจึงปิดท้ายด้วย พุทธังอธิษฐามิ ธัมมังอธิษฐามิ สังฆังอธิษฐามิ
คำอธิษฐานในหนังสือนั้น เป็น รูปแบบ สำหรับให้ผู้อ่านได้เห็นเป็นแนวทางครับ ในการใช้จริง จะใช้รูปแบบข้อความที่กระชับ สั้นๆ เข้าใจง่าย ฯลฯ อย่างไรก็ได้ตามแต่บุคคลครับ เพราะในการทำหนังสือ จะต้องมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเอาไว้ก่อน ส่วนการประยุกต์เป็นเรื่องเฉพาะของแต่ละบุคคล
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2010, 10:58:59 PM โดย ก้าวเก้าก้าว »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superhero
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 11:43:46 PM » |
|
ขอขอบคุณ คุณkhajhonlaph และคุณก้าวเก้าก้าวนะครับ ที่ช่วยให้ผมมีความเข้าใจมากขึ้น หนังสือที่ผมมีเป็นเล่มบางครับ เพื่อนให้มาแต่หนังสือไม่มีพระครับ ผมเพิ่งเริ่มนั่งสมาธิ ถ้ามีพระผงจักรพรรดิ จะช่วยให้ทำได้ดีขึ้นไหมครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superhero
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2010, 11:46:53 PM » |
|
แล้วเวลาฝึกจิต ภาวนาด้วยอะไรครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
din
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 07:50:59 AM » |
|
ศรัทธา นำปัญญามาสู่ สติมั่นคงเพราะ มีศีล 5 เป็นพื้นฐานจะไปได้เร็ว
....สำคัญคือ ต้องศรัทธา...
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
khajhonlaph
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 09:06:57 AM » |
|
แล้วเวลาฝึกจิต ภาวนาด้วยอะไรครับ
หลวงตาท่านบอกว่าจะใช้ "พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ" หรือจะใช้บทจักรพรรดิก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ถนัดจริงๆ จะใช้ "พุธโท" หรือ "ยุบหนอ พองหนอ" ก็ได้ครับ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราถนัดแบบไหนครับ ส่วนเรื่องพระผงนั้น คุณ superhero ลงชื่อและที่อยู่ไว้ละกัน เดี๋ยวผมจะส่งพระผงจักรพรรดิไปให้ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superhero
|
 |
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 09:12:15 PM » |
|
แล้วเวลาฝึกจิต ภาวนาด้วยอะไรครับ
หลวงตาท่านบอกว่าจะใช้ "พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ" หรือจะใช้บทจักรพรรดิก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ถนัดจริงๆ จะใช้ "พุธโท" หรือ "ยุบหนอ พองหนอ" ก็ได้ครับ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราถนัดแบบไหนครับ ส่วนเรื่องพระผงนั้น คุณ superhero ลงชื่อและที่อยู่ไว้ละกัน เดี๋ยวผมจะส่งพระผงจักรพรรดิไปให้ครับ ขอบคุณครับ ช่วยให้ผมได้เข้าใจมากขึ้น ส่วนพระผง ผมได้ลงชื่อขอไว้แล้วครับ ขออนุโมทนา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superhero
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 09:16:25 PM » |
|
สมาทานศีล สวด กาเม...กับ อะพรัมจริยา ความหมายต่างกันไหมครับ แล้วห้ามนอนกับแฟนหรือเปล่าครับ ขอความรู้จากผู้รู้ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
khajhonlaph
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2010, 09:54:39 PM » |
|
สมาทานศีล สวด กาเม...กับ อะพรัมจริยา ความหมายต่างกันไหมครับ แล้วห้ามนอนกับแฟนหรือเปล่าครับ ขอความรู้จากผู้รู้ครับ
ข้อนี้ผมเคยกราบเรียนถามหลวงตาท่านแล้วครับ ท่านว่าความหมายโดยรวมนั้นก็ไม่ต่างกัน แต่การกล่าวว่า อะพรัมจริยา นั้นถ้าว่านานๆ ไป คือหลายๆ ปีนั้น มันจะทำให้จิตเราไม่มีความอยากหรือกำหนัดครับ ส่วนเรื่องที่ว่านอนกับแฟนนั้น หลวงตาท่านว่า ศีลขาดก็ต่อใหม่ได้ครับ คงทราบนะครับว่าหลวงตาท่านหมายความว่าอย่างไร
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superhero
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2010, 09:59:19 PM » |
|
สมาทานศีล สวด กาเม...กับ อะพรัมจริยา ความหมายต่างกันไหมครับ แล้วห้ามนอนกับแฟนหรือเปล่าครับ ขอความรู้จากผู้รู้ครับ
ข้อนี้ผมเคยกราบเรียนถามหลวงตาท่านแล้วครับ ท่านว่าความหมายโดยรวมนั้นก็ไม่ต่างกัน แต่การกล่าวว่า อะพรัมจริยา นั้นถ้าว่านานๆ ไป คือหลายๆ ปีนั้น มันจะทำให้จิตเราไม่มีความอยากหรือกำหนัดครับ ส่วนเรื่องที่ว่านอนกับแฟนนั้น หลวงตาท่านว่า ศีลขาดก็ต่อใหม่ได้ครับ คงทราบนะครับว่าหลวงตาท่านหมายความว่าอย่างไร ขอบคุณครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Pissanu
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2010, 10:04:22 PM » |
|
สาธุครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
superhero
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2010, 11:28:21 PM » |
|
การสัพเพฯ ของหลวงปู่ กับการแผ่เมตตา สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพพะยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะ
ต่างกันไหมครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
kunger
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2010, 10:11:05 AM » |
|
สาธุครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|