หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความหมายของไตรสรณคมน์  (อ่าน 2418 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Anusati
ทีมงานเว็บวัดถ้ำเมืองนะ
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 602



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 06:12:16 PM »

ไตรสรณคมน์  แปลว่า  การถึงที่พึ่ง  ๓  อย่าง เพื่อเป็นเครื่องระลึกเตือนจิตให้ยึดมั่นในความดี กล่าวคือ

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ  แปลว่า  ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ    แปลว่า  ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก
สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ    แปลว่า  ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆเจ้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก


ไตรสรณคมน์คือ  พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  นี้จะอุบัติมีขึ้นในโลกก็ต่อเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาอุบัติในโลก  ไตรสรณคมน์จึงได้มีเช่นทุกวันนี้  พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์สร้างบารมี  ๑๐  ประการจนเต็ม  ๒๐  อสงไขยบ้าง  ๔๐  อสงไขยบ้าง  ๘๐  อสงไขยบ้าง  ตามประเภท  บารมีบริบูรณ์แล้วเมื่อใดจึงจะได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า  เมื่อนั้นไตรสรณคมน์จึงมีขึ้นในโลก  ไตรสรณคมน์จึงนับเป็นของมีได้ยากอย่างยิ่ง

การสมาทาน

ผู้ใดประสงค์จะสมาทานไตรสรณคมน์ให้มีในตนนั้น  ท่านว่าให้สมาทานเช่นสมาทานศีล  ๕  ศีลอุโบสถ  คือ  ให้ตั้งเจตนาวิรัติด้วยดี  กล่าวสมาทานไตรสรณคมน์จนได้ยินด้วยตนเอง  กระทำดังนั้นจึงชื่อว่าสำเร็จเป็นสมาทาน

อานิสงส์

ผู้สมาทานไตรสรณคมน์นี้ชื่อว่าเป็นผู้มีไตรสรณคมน์ด้วยดี  ผู้มีไตรสรณคมน์เป็นที่ถึงที่ระลึกอันมั่นคง  สามารถยังผู้นั้นให้เกิดในเทวโลกพ้นภาวะอันต่ำทราม  ดังเช่นเอนกวรรณเทพบุตร  ครั้งหนึ่งท่านได้เกิดในศาสนาของพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า  ระหว่างมีไตรสรณคมน์ท่านได้รักษาศีล  ๕  และศีลอุโบสถ  เป็นเหตุให้ท่านได้เกิดในเทวโลก  กายของท่านทั้งเครื่องประดับกายของท่านก็ล้วนแต่ประเสริฐ  แม้รังษีของท่านก็เป็นเลิศ  ท้าวมฆวาฬผู้เป็นใหญ่เมื่อเสด็จประพาสอุทยานคราใด  ถ้าบังเอิญไปตรงกับเอนกวรรณเทพบุตรย่อมต้องหลีกเลี่ยงและเสด็จกลับทุกคราวไป  อันบริวารก็ดี  เครื่องประดับกายและรัศมีก็ดี  ย่อมไม่เลอเลิศเยี่ยงเอนกวรรณเทพบุตรนั้น

ด้วยเหตุผลอันสืบเนื่องจากเมื่อท้าวมฆวาฬสร้างถนนหนทางและบริจาคทานเมื่อครั้งเป็นมฆมาณพนั้น  โลกยังว่างจากพระพุทธศาสนา  ไม่มีพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  บริวารเครื่องประดับและรัศมีจึงได้อับเฉาไม่เป็นที่เจริญใจ  เป็นที่ขวยเขินแก่ตนยิ่งนัก  แต่ขณะนี้ท้าวมฆวาฬคงจะเลิศเลอเทียบเทียมและเหนือกว่าเทพองค์อื่นๆ  แล้วกระมัง  ด้วยเมื่อครั้งพุทธกาล  ท่านก็ได้เอาใจใส่ต่อการบำเพ็ญทานเป็นพิเศษได้สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา  และรับใช้ในพระพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิดจนได้สำเร็จเป็นพระโสดาบันบุคคลไปแล้ว

ไตรสรณคมน์ขาด 

ผู้ที่ถึงไตรสรณคมน์แล้ว  เมื่อจะกราบไหว้คารวะสิ่งใดหรือบุคคลใดอันนอกจากพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  ท่านให้ระลึกถึงไตรสรณคมก่อน  ไตรสรณคมน์จึงไม่เศร้าหมอง  ผู้ใดนับถือพระพุทธศาสนาต่อมาได้ละพระพุทธศาสนาไปเข้ารีตนับถือศาสนาอื่นใด  อันไม่ใช่พระพุทธศาสนา  ได้ชื่อว่าไตรสรณคมน์ได้ขาดสิ้นจากภาวะอันเลิศ  ไปสู่ภาวะอันไม่เลิศเลอนั่นแล  เหมือนหนึ่งสุนักขัตตภิกษุผู้ทิ้งบาตรจีวรไปสู่ลัทธินิครนเดียรถีย์ในกาลครั้งกระโน้นแล
บันทึกการเข้า

"คุณของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หาประมาณมิได้ เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง"
bonzai
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 177



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 09:22:30 PM »

โมทนาสาธุ...
บันทึกการเข้า

พุทธะสังวิหะระตังปุญญังวะทามิ
Pissanu
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 65



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2012, 10:00:23 PM »

สาธุครับ
บันทึกการเข้า
ลูกช้าง
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2013, 12:26:21 AM »

อนุโมทนา สาธุ ครับ
บันทึกการเข้า
thipjutha
ศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2013, 01:45:08 PM »

อนุโมทนาสาธุ  ขอพึ่งพระไตรสรณคมน์เป็นสรณะค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: